กลิ่นควันจางๆ ที่ลอยข้ามมาจากฟากถนนยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ยามที่รินวางถ้วยชาเซรามิกเคลือบสีครามลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เสียงกระทบเบาๆ ของก้นถ้วยกับผิวโต๊ะดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวที่ควรจะครึกครื้น
เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ร้านเซรามิกฝั่งตรงข้ามเมื่อคืนก่อน ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ไม่น้อย แม้ตัวโครงสร้างหลักจะไม่พังทลายลงมา แต่เขม่าควันและน้ำจากการดับเพลิงก็ทำให้ข้าวของภายในเสียหายยับเยิน และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเซนหล่นวูบไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่คือ "เตาเผาโบราณ" และผลงานชุดสุดท้ายที่เพิ่งนำออกจากเตาเพื่อเตรียมจัดแสดงในงานนิทรรศการประจำปีของเมืองคามาคุระ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน
"โชคดี... ที่พวกมันอยู่ในตู้กระจกนิรภัยด้านในสุด"
เสียงทุ้มต่ำของเซนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมมานานนับนาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตามองลอดผ่านหน้าต่างกระจกไปยังซากความเสียหายฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิร์ตสีเทาเข้มยืนพิงเคาน์เตอร์ครัว มือหนาทั้งสองข้างกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ภายนอกเขาจะพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้เพียงใด แต่รินที่อยู่เคียงข้างมานานย่อมมองเห็นรอยสั่นไหวเล็กๆ ที่มุมปากนั้น
รินก้าวเข้าไปใกล้ ไร้คำปลอบโยนที่สวยหรู เพราะรู้ดีว่าสำหรับช่างปั้นดินเผาแล้ว ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนลมหายใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะหลังมือของคนรักอย่างแผ่วเบา ส่งผ่านความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัส เซนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตา ปลายนิ้วเย็นเฉียบพลิกกลับมากุมมือของรินไว้แน่น ราวกับว่าสัมผัสนี้คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังคงมีหลัก
"ไปกันเถอะค่ะ" รินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาฉายความเด็ดเดี่ยว "งานนิทรรศการกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผลงานชุด 'รอยยิ้มแห่งสายฝน' ของคุณรอให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของมันอยู่นะคะ"
ฮารุที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าของเพื่อนสนิทफिलม์ยังคงมีร่องรอยความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็พยายามคลี่3ยิ้มให้กำลังใจ "นั่นสิ! ฉันช่วยแพ็คใส่กล่องกันกระแทกอย่างดีตั้งแต่ตีสามแล้ว รถขนของจอดรออยู่หน้าร้านแล้วด้วย เจ้าเซน นายห้ามทำหน้าเหมือนคนอกหักเด็ดขาด วันนี้คือนวันประกาศศักดาของนายนะเพื่อน!"
บรรยากาศภายในหอศิลป์ประจำเมืองคามาคุระเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบลงบนผลงานเซรามิกนับร้อยชิ้นที่จัดแสดงอยู่บนแท่นวางไม้โอ๊ค กลิ่นอายของดินเผาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษสาและดอกไม้สดอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่
งานนิทรรศการเซรามิกประจำปีนี้ถือเป็นงานสำคัญที่รวบรวมศิลปินฝีมือดีจากทั่วภูมิภาคคันโต และในบรรดาผลงานทั้งหมด โซนจัดแสดงพิเศษตรงกลางห้องโถงกลับกลายเป็นจุดสนใจที่ผู้คนต่างพากันไปยืนออกันหนาแน่นที่สุด
ป้ายชื่อขนาดเล็กทำด้วยไม้สนสลักคำว่า *"เซน ทาจิบานะ"* ตั้งตระหง่านอยู่หน้าผลงานชุด "รอยยิ้มแห่งสายฝน"
รินยืนหลบมุมอยู่ใกล้เสาหินอ่อน มองดูผู้คนรอบกายที่ต่างส่งเสียงชื่นชมออกมาอย่างไม่ขาดสาย หัวใจของเชฟหนุ่มพองโตด้วยความภาคภูมิใจ ยิ่งเห็นเซนยืนสนทนากับนักวิจารณ์ศิลปะชื่อดังด้วยท่าทางสง่างามและเป็นกันเอง รินก็ยิ่งรู้สึกว่าหยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคุ้มค่าเหลือเกิน
"ฝีมือการเคลือบผิวเซรามิกชิ้นนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริง..." เสียงทุ้มของชายสูงวัยในชุดสูทเนี๊ยบเอ่ยขึ้น ขณะโน้มตัวลงมองแจกันทรงสูงสีเทาหม่นที่มีรอยแตกประสานด้วยทองคำตามเทคนิคคินสึกิ (Kintsugi) "มันไม่ใช่แค่การซ่อมแซมรอยร้าว แต่คุณเซนทำให้รอยแผลเหล่านั้นกลายเป็นจุดเด่นที่งดงามที่สุด ราวกับจะบอกว่าความเจ็บปวดก็มีความหมายในแบบของมัน"
เซนโค้งศีรษะลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ดินก็เหมือนชีวิตครับ... ไม่มีก้อนไหนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรกเริ่ม รอยร้าวสอนให้เราเรียนรู้ที่จะโอบกอดความไม่สมบูรณ์นั้นไว้ และทองคำที่เชื่อมประสาน ก็คือคุณค่าที่เราเติมเต็มให้มันด้วยความใส่ใจ"
ถ้อยคำนั้นลอยมาเข้าหูริน ทำให้ดวงตากลมโตไหวระริก ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เซนเคยจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้าจากการสูญเสียคนรักเก่าผุดขึ้นมาในความทรงจำ ชายหนุ่มคนเดิมที่เคยปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก บัดนี้ได้ก้าวข้ามผ่านเปลวเพลิงแห่งความทรงจำ และเติบโตขึ้นอย่างงดงามเคียงข้างเขา
ฮารุเดินถือแก้วกาแฟกระดาษสองแก้วเข้ามาสะกิดไหล่ริน พร้อมกับอมยิ้มกริ่ม "แหม มองตาเยิ้มเชียวนะเชฟริน ระวังเถอะ คนแถวนี้จะตัวลอยขึ้นไปติดเพดานห้องจัดแสดงอยู่แล้ว"
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รับแก้วกาแฟมาถือไว้ "ฉันแค่มองความสำเร็จของเขาต่างหากล่ะคะ ฮารุนี่นะ..."
"ไม่มองไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้มีคนอยากทำความรู้จักกับศิลปินเจ้าของผลงานจนแถวยาวไปถึงประตูทางออกแล้วล่ะ" ฮารุพยักเพยิดหน้าไปทางกลุ่มคนที่กำลังรุมล้อมเซน โดยเฉพาะหญิงสาวในชุดกิโมโนร่วมสมัยท่าทางภูมิฐานที่กำลังถือสมุดบันทึกยื่นให้เซนเซ็นต์ลายมือ
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังชื่นมื่นและเต็มไปด้วยเสียงปรบมือชื่นชม รินกลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หางตา
ชายร่างสูงในชุดโค้ทสีดำสนิท สวมหมวกแก๊ปปีกกางจนบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินแทรกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าผลงานชุด "รอยยิ้มแห่งสายฝน" ร่างนั้นนิ่งค้างไปนานผิดปกติ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยภาพตรงหน้า ก่อนที่มือหนาภายใต้ถุงมือหนังสีดำจะเอื้อมออกไปเกือบจะสัมผัสกับผิวแจกันเซรามิกเคลือบสีคราม
รินขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขารีบก้าวเท้าเข้าไปห้ามปราม แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วแปลกหน้านั้นจะแตะโดนตัวชิ้นงาน ชายคนนั้นก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปีกหมวกขึ้นเล็กเผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาทางเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
และเมื่อริมฝีปากภายใต้ร่มเงาหมวกนั้นขยับเอื้อนเอ่ยชื่อเบาๆ ออกมา... รินก็แทบหยุดหายใจ
"เซน... ในที่สุดฉันก็หากลุ่มควันของนายเจอเสียที"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักและงานศิลปะของพวกเขานะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 43
งานนิทรรศการเซรามิก
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!