เสียงตะเกียบกระทบขอบถ้วยเซรามิกดังกังวานขึ้นเพียงแผ่วเบาในความเงียบงัน แต่มันกลับฟังดูบาดลึกราวกับเสียงฟ้าร้องท่ามกลางความสงบของบ้านไม้หลังเก่าในคามาคุระ
รินจ้องมองชิ้นปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วในจานของตัวเอง สีสันของมันยังคงความฉ่ำวาวสมบูรณ์แบบ ทว่าในความรู้สึกของเขาตอนนี้ มันกลับไร้ซึ่งรสสัมผัสสิ้นดี เขาเงยหน้าขึ้นมองเซนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักกำลังตักข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนดั่งผืนน้ำยามค่ำคืนคู่นั้น บัดนี้กลับดูเหม่อลอยไปไกล ราวกับจิตวิญญาณของเขาถูกขังไว้ในห้วงอดีตที่รินไม่อาจเอื้อมมือไปถึง
“มื้อนี้... รสชาติเป็นอย่างไรบ้างคะ?” รินเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย
เซนหยุดชะงักไปชั่วครู่ เขาวางตะเกียบลงบนที่วางไม้ช้าๆ สายตาค่อยๆ เลื่อนกลับมาสบกับริน มันไม่ใช่สายตาที่เย็นชา แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว
“อร่อยดี... เหมือนทุกครั้ง” เซนตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมองจานข้าวอีกครั้ง
ความเงียบที่ตามมานั้นหนักอึ้งและบีบคั้น รินกำตะเกียบในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เหตุการณ์เมื่อวานยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัว มือที่กุมกันแน่นในตอนนั้นไม่ใช่แค่ความปรารถนา แต่มันคือความพยายามที่จะดึงรั้งเซนไว้ไม่ให้หลุดลอยไปหาเงาอดีตที่เพิ่งหวนคืนมา ปมในใจที่รินคิดว่าเขาค่อยๆ แก้ไขมันด้วยความรัก ดูเหมือนจะถูกดึงให้ตึงยิ่งกว่าเดิมเพียงเพราะจดหมายฉบับเดียว
รินสังเกตเห็นนิ้วมือของเซนที่สั่นน้อยๆ ขณะหยิบแก้วชาขึ้นจิบ มันคือความผิดปกติที่น้อยคนจะสังเกตเห็นได้ แต่สำหรับเชฟที่สังเกตรายละเอียดทุกอย่างบนจานอาหารอย่างเขา มันคือสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรงที่สุด
“เซนคะ” รินตัดสินใจเรียกชื่อคนรักอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามรวบรวมความกล้า “ถ้ามีอะไรที่อยากพูด... พูดออกมาได้นะคะ ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว”
เซนวางแก้วชาลง แรงกระแทกเบาๆ นั้นทำให้ชาบางส่วนกระฉอกออกมา เขาถอนหายใจยาว พลางนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน “ริน... ผมแค่ต้องการเวลา ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มื้อค่ำของเรากลายเป็นแบบนี้”
“เวลาของเซน... มันรวมถึงการผลักไสฉันออกไปจากพื้นที่ที่เซนกำลังเจ็บปวดด้วยหรือเปล่าคะ?” รินถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งที่สุด ทั้งที่หัวใจของเขาเริ่มสั่นคลอน
เซนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “มันไม่ใช่การผลักไส แต่มันคือการปกป้อง... ผมไม่อยากให้ความเจ็บปวดของผมไปแปดเปื้อนโลกที่แสนดีของคุณ”
รินแค่นยิ้มขมขื่น เขาหยิบถ้วยซุปมิโซะขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอก รสชาติของสาหร่ายและเต้าหู้ที่เขาปรุงอย่างพิถีพิถัน กลับกลายเป็นเพียงของเหลวรสจืดชืดในลิ้นของเขา ความสัมพันธ์ที่เขาพยายามถนอมมันมาตลอดกลับดูเปราะบางลงในพริบตาเพียงเพราะอดีตที่เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
ทั้งสองกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เสียงแมลงค่ำคืนภายนอกหน้าต่างเริ่มดังแทรกเข้ามาแทนที่ เสียงลมพัดผ่านพุ่มไม้ในสวนที่เซนเป็นคนจัดเองดูหม่นหมองลงอย่างประหลาด รินมองดูเงาสะท้อนของตนเองบนพื้นโต๊ะไม้ขัดเงา เห็นเพียงชายหนุ่มที่กำลังหลงทางในบ้านหลังเดียวกันกับคนรักที่อยู่ไกลออกไปนับพันไมล์
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น... จังหวะการเคาะที่หนักแน่นและจงใจ
เซนชะงักกึกทันที ใบหน้าของเขาสีซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความสงบนิ่งที่เขาสวมทับไว้ตลอดทั้งมื้อค่ำแตกสลายลงต่อหน้าต่อตารินในชั่วพริบตา รินเห็นมือของเซนกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนที่เขาจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
“อย่าไปเปิดประตูนะคะ...” เซนกระซิบ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
รินยังไม่ทันได้ขยับตัว เสียงจากหลังบานประตูไม้ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาดใจ “เซน... ฉันรู้นะว่านายอยู่ที่นั่น เปิดประตูให้ฉันเถอะ... หลังจากแปดปีที่จากกันไป ฉันคิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะ”
รินหันไปมองเซนที่นิ่งค้างไปราวกับรูปปั้นหิน ทันใดนั้นประตูไม้หนาหนักก็ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ท่ามกลางความเงียบที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น รินพบว่าหัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อหญิงสาวคนนั้นหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเงียบงันในบทนี้ หวังว่าทุกคนจะยังอยู่เคียงข้างรินและเซนในตอนต่อไปนะคะ - หิมะแรกในโตเกียว
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 17
มื้อค่ำที่ไม่มีรสชาติ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!