สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 28

คำอธิบายของเซน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะพูด ก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะคะเซน... รินรอได้” เสียงของรินแผ่วเบาราวกับละอองหิมะที่กำลังจะละลายบนฝ่ามือ เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมาขณะที่มือยังคงวางอยู่บนหลังมือของเซน ความร้อนจากไออุ่นของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านผิวหนังไม่ได้ทำให้ความเย็นเยียบในใจของเขาลดน้อยลงเลย เซนในตอนนี้เหมือนรูปปั้นดินเผาที่ดูสมบูรณ์แบบ ทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเคลือบสีหม่น เซนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม บัดนี้กลับไหวระริกเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อยๆ คลายกำหมัดที่ขาวซีดลง ความเจ็บปวดจากการเกร็งกล้ามเนื้อเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว “ความเงียบของผม... มันไม่ใช่เกราะป้องกันหรอกริน” เซนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ “แต่มันคือคุกที่ผมขังตัวเองเอาไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา” รินนิ่งฟัง ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับกลัวว่าหากเขาเผลอหายใจแรงเกินไป เรื่องราวที่เซนกำลังจะถ่ายทอดออกมาจะปลิวหายไปกับอากาศ “คุณจำเรื่อง ‘เรอิ’ ได้ไหมคะ” เซนถามโดยไม่รอคำตอบ “ทุกคนบอกว่าเขาตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ความจริง... มันเริ่มต้นจากถ้วยชาใบหนึ่งที่เขาปั้นให้ผมก่อนจากไป” เซนลุกขึ้นเดินไปที่ตู้ไม้เก่าแก่หลังห้อง เขาหยิบกล่องไม้ธรรมดาใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊คที่ตั้งอยู่กลางห้องทำงาน กลิ่นของดินเหนียวและฝุ่นละอองจางๆ อบอวลอยู่ในบรรยากาศ รินมองตามการเคลื่อนไหวของเซนอย่างไม่ลดละ ราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายวับไปกับตา เซนเปิดกล่องออก ภายในไม่มีเครื่องประดับหรือจดหมายรัก มีเพียงเศษซากของดินเผาที่แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย “วันนั้น เราทะเลาะกัน” เซนพูดต่อ สายตาจับจ้องอยู่ที่เศษดินเผาเหล่านั้น “เรอิเขามีพรสวรรค์มากกว่าผมหลายเท่า เขามองเห็นจิตวิญญาณในดิน แต่เขาเปราะบางเกินไป... เขาตั้งใจจะมอบถ้วยใบนี้ให้ผมเป็นของขวัญครบรอบ แต่มันเกิดรอยร้าวตั้งแต่ตอนเผา ผมโมโหมาก... ผมบอกเขาว่างานของเขาไม่มีค่าพอที่จะเรียกว่างานศิลปะ” รินรู้สึกได้ถึงก้อนจุกที่แล่นขึ้นมาที่ลำคอ เขาจินตนาการถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้ไม่ยาก ภาพของคนรักที่คาดหวังในตัวอีกฝ่ายสูงเกินไป จนลืมมองเห็นหัวใจที่เปราะบางของคนตรงหน้า “เขาร้องไห้... แล้วเขาก็เดินออกจากร้านไปในคืนที่ฝนตกหนัก” เซนแค่นหัวเราะกับตัวเอง เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูหดหู่ยิ่งกว่าเสียงร้องไห้ “เขาขับรถไปเพื่อพิสูจน์บางอย่าง แต่ผลลัพธ์คือความเงียบตลอดกาล และถ้วยใบนั้น... ผมกลับมาเจอเศษซากของมันในรถที่พังยับเยิน” รินลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเดินอ้อมโต๊ะไปหาเซน สิ่งที่เขาได้รับรู้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรักเก่า แต่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่เซนแบกรับไว้ในฐานะฆาตกรของความรู้สึกตนเอง “นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณนะเซน” รินเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของคนรักไว้แน่น “อุบัติเหตุคือสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด การที่คุณเลือกที่จะปิดตายหัวใจตัวเอง ไม่ได้ช่วยให้เรอิฟื้นขึ้นมาหรอกค่ะ” “แต่ผมก็ยังทำแบบเดิม!” เซนตวาดเสียงดังขึ้นทันควัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความตื่นตระหนก “ริน คุณไม่เห็นหรือไง? งานที่คุณทำ... ความตั้งใจที่คุณใส่ลงไปในอาหารทุกจาน มันทำให้ผมกลัว! ทุกครั้งที่คุณถามผมว่ารสชาติเป็นอย่างไร ผมเห็นภาพเรอิซ้อนทับขึ้นมา... ผมกลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าผมวิจารณ์คุณแรงเกินไป หรือถ้าผมไม่สนับสนุนคุณมากพอ คุณก็จะเดินหนีผมไปเหมือนเขา!” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ความอึดอัดที่เคยเป็นเพียงหมอกควัน บัดนี้กลายเป็นกำแพงหนาที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน รินมองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเข้าใจ ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำพูดใดมาบรรยาย “เซนคะ” รินขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย “ฉันไม่ใช่เรอิ และฉันก็ไม่มีวันเป็นเขา แต่ถ้าความกลัวของคุณทำให้คุณมองไม่เห็นว่าตอนนี้ฉันอยู่ตรงนี้กับคุณจริงๆ งั้นฉันก็คงต้องบอกอะไรบางอย่างกับคุณ...” รินหยิบเศษดินเผาชิ้นหนึ่งในกล่องขึ้นมา พลิกดูด้วยนิ้วมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะวางมันลงข้างๆ มือของเซน “สิ่งที่พังไปแล้ว เราซ่อมให้เหมือนเดิมไม่ได้หรอกค่ะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะปั้นมันใหม่ด้วยวัสดุที่ดีกว่าเดิมไม่ได้... คุณไม่ได้สูญเสียโอกาสในการรักใครไปหรอกนะคะ คุณแค่กำลังเรียนรู้ที่จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำเดิม” เซนเงยหน้าขึ้นมองริน แววตาของเขาเริ่มมีความหวังบางอย่างปรากฏขึ้น แต่แล้วบรรยากาศที่แสนสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและหนักหน่วงจากหน้าบ้าน รินและเซนหันไปมองพร้อมกัน เสียงเคาะนั้นไม่ใช่จังหวะของผู้มาเยือนปกติ แต่มันเหมือนการทวงถามบางอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เซนขมวดคิ้วแน่น เมื่อเขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตูและแง้มมันออก สายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมานำพาชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำที่เปียกปอนเข้ามาในบ้าน ชายคนนั้นวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้องต่อหน้ารินและเซน มันคือหมายศาลเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินของร้านดินเผาที่เซนอาศัยและทำงานอยู่ ซึ่งระบุชื่อเจ้าของใหม่ที่เซนไม่มีวันคาดคิดมาก่อน “ผมเตือนคุณแล้วเซน ว่าถ้าคุณไม่ยอมกลับไปจัดการเรื่องพินัยกรรมของครอบครัว ผมจะยึดทุกอย่างที่คุณรัก... แม้กระทั่งคนรักของคุณด้วย” เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นก้องกังวานในความมืด รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่ประทับอยู่ท้ายเอกสาร ใบหน้าของรินซีดเผือดลงทันทีราวกับถูกกระชากวิญญาณ ความลับของเซนยังไม่ทันได้รับการเยียวยา แต่ดูเหมือนอดีตที่เขาหนีมาตลอดกำลังจะพังประตูเข้ามาทำลายปัจจุบันของเขากับรินเสียแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับรินและเซนมาจนถึงตอนนี้นะคะ หิมะแรกในโตเกียวขอบคุณจากหัวใจค่ะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%