กลิ่นธูปกฤษณาผสมพิมเสนราคาแพงอบอวลอยู่เบื้องหลังม่านไหมโปร่งสีมรกต ทว่าบรรยากาศภายในห้องตรวจลับชั้นสองของร้านยา ‘เวชศาสตร์บูรพา’ กลับเยียบเย็นราวน้ำค้างกลางฤดูหนาว ไป๋ลี่หลินป้องปลายนิ้วเรียวเรียงขวดกระเบื้องเคลือบสีนิลบรรจุยาสมานแผลสูตรพิเศษอย่างไม่รีบร้อน แม้เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวขึ้นมาจากบันไดไม้แกะสลักจะบ่งบอกถึงตัวตนของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
นางไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด... บุรุษผู้ประกาศกร้าวไว้เมื่อค่ำคืนก่อนด้วยน้ำเสียงราวกับจะกลืนกินวิญญาณนางลงท้อง
"ดูท่า... ค่ำคืนนี้พวกเรามีเรื่องต้องสะสางกันยาวนานทีเดียว ชายาข้า..."
ประโยคคำสั่งกึ่งประกาศิตนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่ายามนี้ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าต่วนสีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยดิ้นทองเข้มข้น กลับเลือกที่จะสวมทับด้วยเสื้อคลุมพ่อค้าเร่เนื้อหยาบสีเทาเข้มเพื่ออำพรางฐานะ ยามที่มู่หรงเฉินก้าวเข้ามาในห้อง แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยสาดกระทบโครงหน้าคมคายดั่งเทพสลัก สันจมูกโด่งเป็นคมมีดและนัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางระหงในชุดฮั่นfuสีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกเหมยสีแดงชาดที่ข้อมือ
"ลมพายุอันใดหอบท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ปลอมตัวเป็นสามัญชนมาถึงเรือนยาเล็กๆ ของหม่อมฉันกันเพคะ?" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีสมุนไพร น้ำเสียงของนางราบเรียบ เจือความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน
มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะไม้จันทน์อย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นอายสงครามจางๆ ที่ติดกายเขามาทำให้บรรยากาศรอบตัวคับแคบลงถนัดตา ฝ่ามือหนาที่มีรอยด้านจากการจับดาบเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน
"เปิ่นหวังเป็นเพียง 'ลูกค้า V.I.P.' ผู้หนึ่ง ที่ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือว่า 'หมอเทวดาไป๋' สามารถรักษาได้ทุกโรค... แม้กระทั่งอาการ 'ป่วยการเมือง' ของเหล่าขุนนางกังฉิน" มู่หรงเฉินกระซิบชิดริมหู ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเจ้าเล่ห์ "รวมถึงอาการ 'อยากหย่า' ของชายาตัวเองด้วยเช่นกัน"
ไป๋ลี่หลินชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่จุดติดขึ้นในดวงตาดั่งหงส์คู่สวย
"ถ้าเช่นนั้นเกอเกอ... เอ่อ ท่านลูกค้าคงต้องจ่ายค่ารักษาแพงเป็นพิเศษเพคะ เพราะโรคที่ท่านเป็นอยู่... เป็นโรคเรื้อรังที่ต่อให้ใช้โสมเขาหิมะพันปีก็คงรักษาไม่หาย" นางจงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อเย้าแหย่ แต่แววตาที่มองกลับเต็มไปด้วยชั้นเชิงการเมืองในเรือนหลังที่นางใช้รับมือกับตระกูลจ้าวมานับครั้งไม่ถ้วน
มู่หรงเฉินไม่โกรธ กลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบขวดหยกขาวบรรจุยาแก้พิษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หระ
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเปิดร้านขายยาแข่งกับสำนักหมอหลวง แถมยังแจกจ่ายยาถอนพิษตระกูลจ้าวให้พวกชาวบ้านฟรีๆ รู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้ากำลังดึงราชสำนักเข้าสู่ภาวะปั่นป่วน" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ทว่าแววตากลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
"หม่อมฉันเป็นหมอ ย่อมรักษาคนตามหน้าที่ ส่วนเรื่องการเมืองในราชสำนัก... หากพวกท่านมัวแต่แย่งชิงอำนาจกันบนคราบเลือดของราษฎร หม่อมฉันในฐานะชายาของท่านอ๋อง ก็มีสิทธิ์ที่จะหายาถอนพิษมาล้างบางพวกหนอนบ่อนไส้เหล่านั้นมิใช่หรือเพคะ?" ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ศีรษะเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ชุดผ้าไหมเนื้อดีทิ้งตัวลงตามสัดส่วน ส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของนางดูสง่างามราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะบินหนีจากกรงทองได้ทุกเมื่อ
มู่หรงเฉินมองท่าทางอวดดีนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกหลงใหลและนับถือระคนกันอยู่ในอก บุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใดอย่างเขา กลับพ่ายแพ้ให้กับสตรีตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่นางก้าวเข้ามาในจวนอ๋อง นางไม่เคยใช้มารยาหญิงเพื่อร้องขอความรัก แต่นางใช้สมองและปัญญาเข้าฟาดฟันกับโลกอันโหดร้ายนี้อย่างองอาจ
"เจ้าคิดจะล้างบางใคร... หืม?" มู่หรงเฉินก้าวเข้าประชิดตัวนางอีกก้าว จนหลังของไป๋ลี่หลินเกือบจะชิดติดกับชั้นวางสมุนไพรด้านหลัง วงแขนแกร่งยกขึ้นกักขังนางไว้
ก่อนที่ไป๋ลี่หลินจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง พลันสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาดำไหววูบที่หน้าต่างกระดาษสาด้านนอก ประสาทสัมผัสของแพทย์อัจฉริยะกรีดร้องเตือนภัยทันที มีมือสังหาร!
"ระวัง!"
ไป๋ลี่หลินไม่รอช้า นางคว้าซองผงยาสลบเข้มข้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อซัดออกไปเบื้องหน้าทันที ฝุ่นสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พร้อมๆ กับที่มู่หรงเฉินตวัดกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมือสังหารในชุดดำสนิททะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับประกายไฟจากคมดาบที่ฟาดฟันเข้าใส่จุดตาย
การต่อสู้ในพื้นที่แคบๆ ดำเนินไปอย่างดุเดือด มู่หรงเฉินเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งพายุหมุน ทุกกระบวนท่ามีความเด็ดขาดและดุร้ายสมฉายาแม่ทัพไร้พ่าย ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบมองมาที่ไป๋ลี่หลินตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่านางปลอดภัย
ไป๋ลี่หลินไม่ได้ยืนรอความช่วยเหลือเฉยๆ นางใช้เข็มเงินอาบยาพิษที่พกติดตัวซัดเข้าใส่จุดสำคัญของมือสังหารที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังอย่างแม่นยำ เพียงชั่วพริบตา มือสังหารนับสิบชีวิตก็ล้มฟุบลงหมดสติไปทีละคนด้วยฤทธิ์ยาชาขั้นรุนแรงที่นางคิดค้นขึ้นเอง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องสมุนไพรที่เคยเงียบสงบ มู่หรงเฉินสะบัดคราบเลือดออกจากคมกระบี่ ก่อนจะเก็บเข้าฝักด้วยท่าทางนิ่งสนิท ราวกับเมื่อครู่เขาไม่ได้เพิ่งผ่านศึกหนักมา เขาก้าวเดินผ่านร่างไร้สติเหล่านั้นตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าไป๋ลี่หลินที่ยังคงยืนถือเข็มเงินมั่น
"ฝีมือการใช้พิษของเจ้า... พัฒนาขึ้นมาก" มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาดำขลับมองสำรวจร่องรอยการต่อบนเนื้อตัวนาง "บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?"
"หม่อมฉันดูแลตัวเองได้เพคะ ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านอ๋อง... อุ๊บ!"
ไป๋ลี่หลินยังไม่ทันพูดจบ มู่หรงเฉินก็เอื้อมมือมาคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะต่อว่า แต่กลับต้องชะงักเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาแตะลงที่ริมฝีปากอิ่มของนางเบาๆ
"เจ้าเก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง... จนบางครั้งเปิ่นหวังก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์" มู่หรงเฉินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้ม "แต่ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด... จำไว้ว่า เจ้าก็ยังเป็น 'ชายา' ของข้า"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความหวานล้ำที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ไป๋ลี่หลินใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นางพยายามจะผลักอกเขาออก แต่ปลายนิ้วเรียวกลับถูกเขาจับมากุมไว้แนบแน่น
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะก่อตัวเป็นความหวานล้ำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันจากด้านล่าง ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบของอาหลัน สาวใช้คนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมา
"คุณหนูเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" เสียงอาหลันละล่ำละลักด้วยความตกใจ "มี... มีราชശோงการด่วนจากในวังหลวง ส่งตรงมาถึงท่านอ๋องและคุณหนูเจ้าค่ะ!"
มู่หรงเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากับไป๋ลี่หลินสบตากันด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง มือหนาปล่อยเอวบางออกอย่างไม่เต็มใจนัก
ราชโองการด่วนในยามวิกาลเช่นนี้... ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
เมื่อไป๋ลี่หลินก้าวลงมาถึงชั้นล่าง อาหลันก็ยื่นม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองอร่ามที่ประทับตราหยกมังกรทองคำแท้ให้ด้วยมือที่สั่นเทา ขันทีเฒ่าหน้าตาซีดเซียวผู้ถือราชโองการยืนรออยู่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในม้วนผ้าไหมนั้นคือความตาย
มู่หรงเฉินรับม้วนราชโองการมาคลี่ออกอ่านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดูลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้น กลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้จนน่ากลัว เขากวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านใน ก่อนจะหันมามองไป๋ลี่หลินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็ง
"ฝ่าบาททรงมีราชโองการลับ..." มู่หรงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าก้องกังวานบาดลึก "ให้ประหารชีวิต 'ชายาไป๋ลี่หลิน' ภายในสามวัน... ข้อหาลักลอบผลิตยาสลายพิษกบฏและสมคบคิดกับกองกำลังต่างแคว้น!"
________________________________________
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเส้นทางสายปัญญาและความรักอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ)
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 12
ลูกค้า V.I.P. ลึกลับ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!