ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 13

ข่าวลือสะเทือนเมืองหลวง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
หมึกสีชาดบนราชโองการลับยังมิแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลื่นอายของความตายก็คละคลุ้งไปทั่วตำหนักบูรพาแล้วค่ะ "เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตของเปิ่นหวางมาเดิมพันกับกระดาษแผ่นเดียวนี้?" เสียงทุ้มต่ำดั่งห้วงน้ำแข็งพันปีของมู่หรงเฉินดังลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาประชิด รัศมีความกดดันแผ่ซ่านจนข้าราชบริพารต่างหมอบกราบตัวสั่นเทา ทว่าไป๋ลี่หลินกลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว นางยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามในชุดคลุมผ้าไหมปักลายบุปผาเหมันต์สีครามเข้ม แขนเสื้อกว้างสะบัดเบาๆ ยามที่นางยกมือขึ้นจัดปิ่นหยกขาวบนมวยผมอย่างไม่เร่งรีบ สามวัน... ระยะเวลาสั้นราวน้ำค้างบนยอดหญ้าที่ราชสำนักกำหนดให้ขีดเส้นตายชีวิตของนาง ทว่าในสายตาของแพทย์หญิงผู้ทะลุมิติมาจากยุคศตวรรษที่ยี่สิบหัตถาครานี้ ราชโองการประหารหาใช่ประกาศิตแห่งสวรรค์ไม่ หากแต่เป็นเพียงเกมหมากที่อ่อนหัดยิ่ง "ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วกระมังเพคะ" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษสีเหลืองทองในมือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามี "ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการให้ประหารหม่อมฉัน... แต่พระองค์มิได้ตรัสว่าห้ามหม่อมฉันรักษาผู้คนจนกว่าจะถึงเวลานั้นนี่เพคะ" ชื่อเสียงของหมอหญิงลี่หลินในยามนี้ ขจรขจายไปไกลเกินกว่ากำแพงวังหลวงเสียแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรคประหลาดของฮูหยินเอกตระกูลใหญ่ หรืออาการพิษเรื้อรังของเหล่าขุนนางฝ่ายซ้าย ล้วนแต่ต้องมาสยบลงเบื้องหน้าเข็มเงินทั้งเก้าเล่มของนางทั้งสิ้น ความสามารถอันไร้ผู้เทียมทานนี้เองที่เป็นดั่งหนามยอกอก ชักนำให้ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่เคยเรืองอำนาจต่างพากันร้อนรนดั่งไฟสุม โดยเฉพาะตระกูลจ้าว... ณ จวนอัครเสนาบดีจ้าวอันไพศาล ยามนี้เต็มไปด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด กลิ่นอายของความริษยาและเพลิงแค้นคุกรุ่นอยู่เบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสง "นังสารเลวไป๋ลี่หลิน!" เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้หนูรองจ้าวเฟยเฟยดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระเบื้องเคลือบแตกกระจาย นางกวาดถ้วยชาลายครามลงกับพื้นอย่างไร้ความกิริยา "มันเป็นแค่ชายาตกอับที่กำลังจะถูกประหารเหตุใดผู้คนจึงพากันสรรเสริญเยินยอវាถึงเพียงนี้! แม้แต่ท่านพ่อ... ท่านพ่อก็ยังเอ่ยปากชมฝีมือการรักษาของมันต่อหน้าองค์จักรพรรดิ!" จ้าวเฟยเฟยกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า 1ในฝ่ามือ โลหะสีชาดซึมไหลหยดลงสู่พรมปักลายหรูหรา ดวงตาทรงรีที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นางวางแผนทุกอย่างมาอย่างแนบเนียน ทั้งการลอบส่งยาสลายพิษกบฏเข้าไปในตำหนักของไป๋ลี่หลิน ทั้งการติดสินบนขันทีเพื่อให้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาใส่ร้าย แต่นางคาดไม่ถึงเลยว่า... ยิ่งบีบคั้น นังสารเลวผู้นั้นกลับยิ่งโดดเด่นเปล่งประกาย ราวกับหยกเนื้อดีที่ยิ่งถูกเจียระไนก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้าบาดตา "คุณหนูรองโปรดระงับโทสะก่อนเถอะเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทรีบก้าวเข้ามาคุกเข่า กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เวลานี้คนของตระกูลใหญ่ต่างส่งเทียบเชิญไปที่ตำหนักของพระชายาไม่ขาดสาย หากปล่อยไว้เช่นนี้ เกรงว่าอำนาจในเรือนหลังและเบื้องหลังบัลลังก์จะตกเป็นของนางแต่ผู้เดียว..." "ไม่มีทาง!" จ้าวเฟยเฟยแค่นAยิ้มหยัน แววตาฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "ในเมื่อราชโองการประหารชีวิตมีกำหนดภายในสามวัน... เราก็แค่วางแผนให้มัน 'ตายเร็วขึ้น' อีกสักนิดก็เท่านั้น!" ตัดภาพกลับมาที่ตำหนักบูรพา บรรยากาศระหว่างมู่หรงเฉินและไป๋ลี่หลินตึงเครียดเสียจนแทบจะเชือดเฉือนกันได้ด้วยสายตา ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นก้าวเข้าประชิดร่างบาง มือหนายื่นออกไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสงบของนาง "เจ้าไม่กลัวตายเลยหรือ ไป๋ลี่หลิน? อีกเพียงสองวัน กองกำลังราชองครักษ์จะมาลากตัวเจ้าไปลานประหารแล้ว" ลี่หลินไม่หลบสายตา รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย นางยกมือเรียวขึ้นแตะทับบนหลังมือหนาที่บีบคางตนเองอยู่ แรงกดดันจากปลายนิ้วที่แฝงพลังภายในทำให้ผิวเนื้อรู้สึกชาหนึบ แต่นางกลับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ซ่อนความเฉียบคมไว้ทุกอณู "หม่อมฉันกลัวความตายเพคะ... แต่หม่อมฉันกลัวการมีชีวิตอยู่โดยต้องก้มหัวให้คนโง่เง่ามากกว่า" นางปัดมือของเขาออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบตำรายาโบราณบนโต๊ะไม้จันทน์ "ท่านอ๋องทรงพยายามปกป้องหม่อมฉันจากเงาของราชโองการนี้ด้วยวิธีของพระองค์เองสินะเพคะ? ทั้งส่งคนไปสืบหาต้นตอจดหมายปลอม ทั้งคอยขัดขวางไม่ให้องครักษ์เสื้อแพรเข้าใกล้ตำหนัก... แต่ทรงลืมไปแล้วหรือว่า... เกมนี้ หม่อมฉันเป็นคนเดินหมากเองตั้งแต่แรก" มู่หรงเฉินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับต้องยอมรับในความกล้าบ้าบิ่นและสติปัญญาที่เหนือล้ำของสตรีตรงหน้า นางมิใช่เพียงหมอหญิงธรรมดา นางคือปีศาจจำแลงที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจและราชสำนักไปพร้อมๆ กัน "หึ เจ้ามันดื้อด้านเสียจริง..." มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่าแววตากลับทอประกายความลุ่มหลงระคนห่วงใยที่ยากจะซ่อนเร้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงชั่วขณะ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำพระองค์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง! "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงแทบเท้า ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝนยามวิกาล "มีเรื่องอันใดรีบกล่าวมา!" มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงเข้ม "ราชโองการลับฉบับที่สอง... ถูกส่งตรงมาจากท้องพระโรงด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งตำหนักแทบหยุดนิ่ง "ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงมีพระราชกระแสรับสั่งเปลี่ยนบทลงโทษ จาก 'ประหารชีวิต' เป็น... 'พระราชทานยาพิษเก้าอัคคี' ให้แก่พระชายา... โดยกำหนดเวลาให้ดื่มภายใน 'หนึ่งก้านธูปนี้' พ่ะย่ะค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเล่ห์กลอันล้ำลึกในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%