กลิ่นอายโสมภูเขาป่าเคี่ยวไฟอ่อนยังคงลอยอวลอยู่เหนือขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ลายครามรูปกิ่งเหมันต์วาดด้วยพู่กันขนกระต่ายอย่างประณีต บ่งบอกถึงความพิถีพิถันในยามที่ไป๋ลี่หลินลงมือต้มยาด้วยตนเองทุกขั้นตอน ตลอดราตรีที่ผ่านมา เปลวเทียนเล่มใหญ่ในห้องบรรทมส่วนตัวของท่านอ๋องมู่หรงเฉินไม่เคยดับมอดลง เช่นเดียวกับร่างบางในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีนวลที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ปลายนิ้วเรียวสวยที่มักใช้จับเข็มเงินฝังเข็มทะลวงจุดชีพจร บัดนี้กำลังใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นอุ่นจัดบรรจงเช็ดตามกรอบหน้าคมคายและลำคอแกร่งที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬอันเกิดจากพิษไข้เล่นงาน มู่หรงเฉินในยามไร้สติและอ่อนแอเช่นนี้ ช่างแตกต่างจากแม่ทัพผู้เหี้ยมเกรียมและเยือกเย็นดุจพญายมในสายตาของราชสำนักราวคนละคน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันยามนี้เจือความซีดเซียว ขนตางอนหนาราวปีกกาแนบสนิทอยู่บนผิวแก้วกราบที่ตึงเครียด แม้ในยามหลับใหล หัวคิ้วเข้มยังคงขมวดเข้าหากันเป็นปม ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสนามรบอันโหดร้ายในห้วงนิทรา
"ท่านอ๋อง... หากท่านยังดื้อรั้นฝืนขับพิษด้วยกำลังภายในเช่นนี้อีก เกรงว่าต่อให้ข้ามีฝีมือล้ำเลิศเพียงใด ก็คงได้แต่เตรียมจัดงานศพให้ท่านในเร็ววันนี้นี่แหละค่ะ"
เสียงหวานใสเอ่ยพึมพำแผ่วเบาด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่คมกริบดั่งหงส์กวาดมองรอยเลือดคล้ำที่ซึมผ่านผ้าพันแผลบริเวณหัวไหล่หนา นางถอนหายใจออกมาเบาๆ ความโกรธเคืองที่เขาแอบออกไปสะสางสายลับของตระกูลจ้าวโดยไม่ยอมบอกกล่าวเมื่อวานนี้ยังคงค้างคาอยู่ในอก แต่กระนั้น ความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันกลับกัดกินหัวใจของแพทย์หญิงผู้ไม่เคยหวั่นไหวให้ผู้ใดมาเนิ่นนาน
ในมิติยุคปัจจุบัน นางคือ ดร.พรีมา แพทย์อัจฉริยะผู้ถือครองอนาคตทางการแพทย์ แต่นางกลับต้องมาติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นชายาไร้ค่า ทว่าผ่านร้อนผ่านหนาวและเกมการเมืองในจวนอ๋องมาด้วยกันหลายครา กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง กลับถูกความดุดันแต่มั่นคงของบุรุษผู้นี้พังทลายลงทีละน้อย
ทันใดนั้น เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทก็เริ่มขยับไหว มู่หรงเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นแม้จะยังเจือแววอ่อนระล่ะ แต่ความเฉียบคมดุจใบมีดยังคงไม่เสื่อมคลาย เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางซึ่งกำลังก้มลงตรวจสอบชีพจรที่ข้อมือของเขา
"เจ้า..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น ลำคอของเขาแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
"อย่าเพิ่งขยับค่ะ" ไป๋ลี่หลินเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่นุ่มนวล นางรินน้ำอุ่นใส่ถ้วยชาใบเล็ก ประคองศีรษะแกร่งให้ยกขึ้นสูงจากหมอนเล็กน้อยอย่างเบามือ แล้วป้อนน้ำให้เขาจิบทีละน้อย "ดื่มเสียหน่อย ชีพจรของท่านยังไม่คงที่ พิษกู่ในตัวแม้จะถูกขับออกมาได้เจ็ดส่วน แต่ส่วนที่เหลือยังเกาะกุมอยู่ที่เส้นเอ็นหัวใจ หากท่านยังคิดจะขยับตัวตามอำเภอใจอีก ข้าจะใช้เข็มทองฝังผนึกจุดสกัดของท่านเสียให้ขยับไม่ได้ไปตลอดสามเดือนเลยทีเดียว"
มู่หรงเฉินมิได้เอ่ยขัดขืน เขายอมปล่อยให้นางประคองดื่มน้ำจนหมด ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่สัมผัสโดนลำคอและพวงแก้มของเขา ส่งผ่านความรู้สึกประหลาดล้ำเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาแรมปี บุรุษผู้ผ่านการฆ่าฟันและคราบเลือดมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีสตรีใดกล้าเอ่ยวาจาขู่เข็ญเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีสตรีใดเคยนั่งเฝ้าไข้เขาตลอดทั้งคืนโดยไม่ยอมหลับนอนเช่นนี้เช่นกัน
ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานล้ำที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ใต้ตาของนางมีรอยคล้ำจางๆ ปรากฏให้เห็นเด่นชัด เสื้อคลุมตัวนอกยับยู่ยี่เพราะไม่ได้เปลี่ยนชุดมาข้ามวัน มู่หรงเฉินขยับมือใหญ่ขึ้นหมายจะเอื้อมไปสัมผัสพวงแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนคราบเขม่าหมึกเล็กน้อย แต่นางกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรู้ทัน พร้อมกับยื่นถ้วยยาขมปี๋มาจดริมฝีปากเขาแทน
"ดื่มยาค่ะ ยาถ้วยนี้ข้าเคี่ยวตามตำรับลับสำนักแพทย์หลวง ผสมด้วยดีหมีและเกล็ดมังกรหิมะ รสชาติจะขมจนท่านต้องจดจำไปอีกนาน แต่รับรองว่าพิษในกายจะสลายสิ้นในสามวัน"
มู่หรงเฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจรสชาติ แต่เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเอาจริงเجرและดุดันกลายๆ เขาจึงยอมอ้าปากดื่มยาขมนั้นจนหมดถ้วย รสชาติฝาดเฝื่อนแผ่ซ่านไปทั่วโคนลิ้น แต่มันกลับถูกกลบด้วยรสสัมผัสหวานละมุนของลูกอมน้ำผึ้งดอกท้อที่นางยัดใส่ปากเขาตามอย่างรวดเร็ว
"ท่านอ๋อง... เหตุใดจึงทรงทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจเช่นนี้?" ไป๋ลี่หลินเอ่ยตำหนิเสียงเบา ขณะใช้ผ้าเช็ดมุมปากให้เขาอย่างเบามือ "รู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยร่วมมือกับองค์ชายสามกำลังวางแผนดักซุ่มโจมตีท่านที่ค่ายทหารรกร้าง เหตุไฉนท่านจึงทรงเสี่ยงชีวิตออกไปคนเดียวโดยไม่พาองครักษ์เงาไปด้วยเล่า?"
มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น แววตาดุร้ายฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง "หึ... หากข้าไม่ทำทีเป็นบาดเจ็บสาหัสและล่อเสือออกจากถ้ำ มีหรือที่สุนัขรับใช้ของตระกูลจ้าวจะกล้าเคลื่อนไหวส่งจดลับไปให้แคว้นเป่ยโหย่ว? ข้าต้องการหลักฐานมัดตัวพวกมันให้ดิ้นไม่หลุด เพื่อถอนรากถอนโคนเสี้ยนหนามเหล่านี้ให้สิ้นซากในคราเดียว"
ไป๋ลี่หลินชะงักมือที่กำลังเก็บอุปกรณ์การแพทย์ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาคมกริบสะท้อนความเข้าใจลึกซึ้ง "ที่แท้... เรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของท่าน เพื่อตบตาให้พวกมันตายใจสินะคะ?"
"ใช่" มู่หรงเฉินตอบรับเสียงทุ้ม มือใหญ่ฉวยจังหวะที่นางเผลอ คว้าข้อมือเรียวเล็กไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ ทว่าแน่นหนาจนไม่อาจสะบัดหลุด "แต่ข้าไม่คาดคิด... ว่าแผนการตบตาครั้งนี้ จะทำให้ชายาผู้เย็นชาของข้าต้องมานั่งอดหลับอดนอนเช็ดตัวให้ข้าทั้งคืนเช่นนี้"
ใบหน้าหวานของไป๋ลี่หลินขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย นางรีบชักสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แล้วสะบัดข้อมือออกจากการกุม
"พระชายาเช่นข้า ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของท่านอ๋องตามหน้าที่ในฐานะภรรยาตามกฎหมายต่างหากเล่าค่ะ อย่าได้เข้าใจผิดคิดเข้าข้างตัวเองเลย ท่านอ๋องหายดีเมื่อไหร่ อย่าลืมลงชื่อในหนังสือหย่าที่ข้าเคยยื่นให้ก็พอ"
เมื่อได้ยินคำว่า 'หนังสือหย่า' แววตาของมู่หรงเฉินก็วับวามด้วยความดุดันขึ้นมาทันที เขายันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างรวดเร็ว แม้จะยังมีอาการเจ็บแปล๊บที่แผล แต่มหาอำนาจและออร่าความกดดันรอบตัวยังคงแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย
"เรื่องหนังสือหย่า... เจ้าตัดใจจากมันเสียเถอะไป๋ลี่หลิน" มู่หรงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และเด็ดขาดดั่งหินผา "ชาตินี้ หรือชาติไหน ต่อให้แผ่นดินล่มสลาย ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าเดินออกจากจวนอ๋องแห่งนี้ในฐานะอดีตชายาเด็ดขาด"
บรรยากาศภายในห้องบรรทมพลันทอความตึงเครียดและอบอุ่นปะปนกันอย่างประหลาด หัวใจของทั้งสองดวงต่างเต้นระรัวด้วยจังหวะที่แปลกแยกไปจากเดิม ท่ามกลางศึกชิงอำนาจในราชสำนักที่กำลังเดือดดาลดั่งไฟลามทุ่ง ความรู้สึกที่สั่นคลอนและก่อตัวขึ้นในใจของสองสามีภรรยา กลับกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ด้วยความลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่สะท้อนถึงความตระหนกตกใจอย่างยิ่งยวด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงตะโกนรายงานด้วยความร้อนรนดังทะลุผ่านประตูไม้แกะสลักเข้ามา ทำลายความเงียบงันลงในพริบตา
"องครักษ์เหวินมารายงานด่วน! สายสืบของเราที่ชายแดนส่งม้าเร็วร้อยลี้กลับมาแจ้งว่า... มีราชโองการลับจากฮ่องเต้สั่งปลดท่านจากการควบคุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬแล้วพ่ะย่ะค่ะ! แถมตอนนี้... ราชองครักษ์หลวงกำลังเคลื่อนกำลังพลมาล้อมจวนอ๋องของเราไว้หมดแล้ว!"
ไป๋ลี่หลินและมู่หรงเฉินสบตากันนิ่งทันที แววตาของทั้งคู่ไหวระริกด้วยประกายแห่งความเฉียบคม เกมการเมืองอันดุเดือดที่พวกมันตระเตรียมไว้ บัดนี้ได้เปิดฉากขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดเสียแล้ว!
(ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักและเกมการเมืองอันเข้มข้นนี้นะคะ)
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 20
ความรู้สึกที่สั่นคลอน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!