คราบโลหิตสีชาดกระเซ็นต้องอาภรณ์ปักดิ้นทองลายมังกรห้าเล็บจนชุ่มโชก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอฝนอันเย็นเยียบยามราตรี ท่ามกลางเสียงเหล็กกระทบกันระงมและเสียงกรีดร้องของทหารหาญที่ดังสนั่นราวกับท้องฟ้ากำลังจะพังทลายลงมา มู่หรงเฉินในยามนี้มิใช่ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน หากแต่เป็นแม่ทัพผู้ถูกคมดาบจากเงาทมิฬนับร้อยรุมเร้าจนร่างกายนับเป็นแผลฉกรรจ์
คมกระบอาบยาพิษเล่มสุดท้ายเสียบทะลุกรอบแผ่นหลังกว้าง ลึกจนเกือบถึงขั้วหัวใจ โลหิตสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย อาภรณ์สีเข้มช่วยอำพรางรอยเลือด แต่ไม่อาจซ่อนลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินโคลนตม ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีหรี่ลง ความเยือกเย็นดุร้ายที่เคยมีบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความพร่ามัว แต่ทว่า... สติที่หลงเหลือกลับห่วงหาเพียงร่างระหงที่กำลังฝ่าวงล้อมเข้ามาด้วยดวงตาดุดั่งเหยี่ยวสาว
"เจ้า... โง่เง่า..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอื้อnออกมาราวกับเสียงกระซิบจากยมโลก ขณะที่มู่หรงเฉินพยายามปัดป้องทหารลอบสังหารที่ดาหน้าเข้ามาด้วยกระบี่ในมือที่สั่นเทา
ไป๋ลี่หลินไม่สนใจคำด่าทอหรือสภาพแวดล้อมที่กำลังเป็นตายเท่ากัน นางพุ่งตัวเข้ามาดั่งภูచตพรายในชุดแพทย์สนาม อาภรณ์ปักลายหงส์อันวิจิตรเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมและหยาดเลือด มือเรียวบางสั่นระริกเล็กน้อย—มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อคมกระบี่ที่กำลังไขว่คว้าอยู่รอบกาย หากแต่เป็นเพราะสัญชาตญาณของแพทย์อัจฉริยะที่ตระหนักว่า... เวลาของบุรุษผู้นี้เหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว
"หุบปากเสีย ท่านอ๋อง!" ลี่หลินตวาดกร้าว น้ำเสียงเด็ดขาดทรงอำนาจจนทหารองครักษ์ที่กำลังคุ้มกันถึงกับชะงัก นางตวัดสายตาคมกริบมองรอบกาย ก่อนจะหยิบกล่องโลหะผสมไทเทเนียมขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนไว้ใต้อาภรณ์ออกมา ดีดเปิดฝาด้วยความรวดเร็ว ปรากฏแสงสะท้อนจากหลอดฉีดยาและเครื่องมือศัลยกรรมพกพาล้ำยุคที่ขัดแย้งกับบรรยากาศสนามรบโบราณโดยสิ้นเชิง
"องครักษ์เฟิง! กันพื้นที่ตรงนี้! ใครกล้าเข้าใกล้ในระยะสามก้าว... ตัดหัว!" สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบคมดั่งกรรไกรตัดหิน
เฟิงอี๋ที่กำลังอาบไปด้วยเลือดกัดฟันกรอด คุกเข่าลงเอาดาบยันพื้น ตั้งกระบวนท่ารับการโจมตีระลอกใหม่จากมือสังหารที่ยังคงโถมเข้ามาไม่ขาดสาย เสียงเหล็กกระทบกันแสบแก้วหู แต่ลี่หลินไม่อาจพะวงสิ่งใดได้อีก นางทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นโคลนที่ไม่สะอาด ยอมให้ความชื้นแฉะซึมผ่านชายผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพงโดยไม่นึกเสียดายแม้แต่น้อย
"ข้าจะผ่าเอาหัวใจเหล็กกล้าของท่านออกมาดูเสียหน่อย ว่ามันทำด้วยอันใด ถึงได้ดื้อด้านนัก!" ลี่หลินเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่มือเรียวรีดถุงมือยางอนามัยสวมลงบนมืออย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล
มู่หรงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนน่ากลัว แต่ดวงเนตรคมกลับยังคงจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าของชายาตนไม่วางตา "หากข้าตาย... เจ้าจะได้... ไปหย่าตามปรารถนา..."
"ถ้าท่านตายตอนนี้ ข้าจะเผาตำหนักของท่านให้เป็นจุล แล้วแต่งงานใหม่กับบุรุษรูปงามสามคนในเมืองหลวงให้ดู!" นางสวนกลับทันควัน พร้อมกับกดเข็มฉีดยาชาเฉพาะที่ลงไปบริเวณแผลฉกรรจ์ด้านหลังอย่างแม่นยำ มืออีกข้างไม่รอช้า คว้ามีดผ่าตัดเลเซอร์ขนาดจิ๋วที่ดัดแปลงพลังงานจากผลึกหยกโบราณขึ้นมาเตรียมพร้อม
ความเจ็บปวดจากการกรีดเนื้อทำให้มู่หรงเฉินกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ แต่บุรุษผู้นี้ไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นจนห่อเลือด มีเพียงมือหนาที่เอื้อมไปคว้าข้อมือของลี่หลินไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว แต่แววตาที่มองนางกลับลุ่มลึกและมั่นคงดั่งหินผา ท่ามกลางเสียงกระบี่และเสียงคำรามของการฆ่าฟันรอบกาย ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงเขากับนางเท่านั้น
"เจ้า... กล้าขู่สามี..." เขาเค้นเสียงกระซิบ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มหยันเยาะความตาย
"หากท่านยังมีแรงพูดจาอวดดี เช่นนั้นก็แปลว่ายังไม่ตาย!"
ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมาธิทั้งหมดถูกดึงมารวมไว้ที่ปลายนิ้ว นางใช้มีดเลเซอร์กรีดเปิดแผลผ่านเนื้อเยื่อที่ถูกพิษกัดกินจนดำคล้ำ กลิ่นเนื้อไหม้จางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด นางใช้คีมปลาย S-Curve คีบเอาหัวลูกศรอาบยาพิษที่ฝังอยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่ขั้วหัวใจออกมาได้อย่างเฉียดฉิว ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมดาบที่เฉียดผ่านใบหูไปเพียงไม่กี่ชั่งนิ้ว
*แกร๊ง!*
ลูกศรอาบพิษถูกโยนลงกระทบพื้นโคลนส่งเสียงน่ากลัว ลี่หลินไม่รอช้า นางรีบฉีดเซรุ่มล้างพิษสูตรพิเศษเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง พร้อมกับโรยผงยาห้ามเลือดสมานแผลนาโนเทคโนโลยีลงไปทันที ก่อนจะใช้เข็มเย็บแผลที่ทำจากไหมละลายพิเศษเย็บปิดปากแผลด้วยความเร็วสูงสุด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญและความเด็ดเดี่ยวราวกับเทพธิดาแห่งความเป็นความตาย
มู่หรงเฉินหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผาทรุดลงพิงซบกับลาดไหล่บอบบางของนาง ลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างกกหู กลิ่นอายบุรุษและคราบเลือดโอบล้อมร่างของนางไว้ในวงแขนที่คลายความดุร้ายลงเหลือเพียงความโหยหา
"รอดแล้ว..." ลี่หลินพึมพำกับตัวเองขณะปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยหลังมือที่เปื้อนเลือด
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักหนابนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องหลังเนินดิน ทหารเกราะเหล็กสีดำสนิทนับพันนายปรากฏกายขึ้นพร้อมธงศึกรูปพยัคฆ์คำรราม—กองกำลังพิทักษ์ราชบัลลังก์หลวงที่นำโดยแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลจ้าว... ตระกูลของคู่หมั้นเก่าที่นางเกลียดชัง
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างระหงในชุดอาภรณ์สตรีสูงศักดิ์ที่ก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น คุณหนูรองจ้าวเฟยเฟย ปรายตามองภาพสตรีเอกภรรยาที่กำลังกอดกุมองค์ชายผู้บาดเจ็บด้วยแววตาสมเพชระคนสะใจ
"หมอเทวดาไป๋... ฝีมือการรักษาช่างน่าประทับใจยิ่งนัก" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่กลับมาเงียบงัดลงทันตาเห็น "น่าเสียดาย... ที่พระราชโองการฉบับด่วนที่สุดเพิ่งมาถึง..."
จ้าวเฟยเฟยชูม้วนพระราชโองการประทับตราหยกสีทองอร่ามขึ้นสูง แววตาคมกรามฉายแววอำมหิต
"ข้อหา... สมรู้ร่วมคิดกับกบฏ ลอบปลงพระชนม์ท่านอ๋อง และฝ่าฝืนราชโองการ... ให้ประหารชีวิตทันที โดยไม่ต้องรอไต่สวน!"
...
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจกันลุ้นระทึกข้ามผ่านคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 19
ผ่าตัดกลางสนามรบ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!