ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 18

ลอบสังหารกลางหุบเขา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
ปลายศัสตราสีเงินยวดยวงจ่ออยู่ตรงพระorโสณีย์ของโอรสสวรรค์... หาใช่คมดาบของข้าศึก หากแต่เป็นราชโองการม้วนยาวที่ประทับตราหยกมังกรทองส่องประกายเรืองรอง ท่ามกลางความเงียบงันราวกับหุบผามรณะที่แม้แต่เสียงลมหายใจยังกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย “พระชายา... ราชโองการลับจากฮ่องเต้มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ... ข้อหา ‘วางยาพิษปลิดชีพกองทัพ’ จงคุกเข่ารับโทษประหารณบัดนี้!” น้ำเสียงของขันทีหลวงสั่นเทาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าเผือดซีดราวกระดาษสาในยามที่เขาต้องอ่านประกาศิตฟ้าลิขิตฉบับนี้ ทว่า ไป๋ลี่หลินกลับมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตามองม้วนกระดาษสีชาดด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มของแพทย์หญิงผู้เคยผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบนเตียงผ่าตัด ทั้งยังเป็นยอดกุนซือผู้มองทะลุปรุโปร่งถึงกลเกมอำนาจในราชสำนัก “วางยาพิษปลิดชีพกองทัพหรือ?” ไป๋ลี่หลินทวนคำ น้ำเสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม ทว่ากลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู “ช่างเป็นข้อหาที่ประณีตบรรจงยิ่งนัก... เกรงว่าผู้ร่างราชโองการฉบับนี้คงนอนไม่หลับมาหลายค่ำคืน เพื่อคิดสรรหาข้อหาที่จะกำจัดเสี้ยนหนามในดวงใจให้สิ้นซากกระมัง” “บังอาจ!” ขันทีผู้ส่งสารแผดเสียงแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนก “นี่คือพระราชโองการจากองค์เหนือหัว! เจ้ากล้าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นนี้เชียวหรือ!” “หมิ่นหรือ?” ไป๋ลี่หลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ร่างระหงในอาภรณ์ปักลายหงส์บินวาดลวดลายงดงามตระการตา นางก้าวเท้าเข้าไปหาขันทีผู้นั้นทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยร่นโดยไม่รู้ตัว “ในเมื่อฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ประหารข้า เหตุใดจึงไม่มีตราประทับจากสำนักกิจการภายในเล่า? หรือว่า... นี่มิใช่ราชโองการจากท้องพระโรง หากแต่เป็นอักษรที่เขียนขึ้นจากความหวาดระแวงในตำหนักหลังของใครบางคนกันแน่!” ดวงตาหงส์คู่นั้นคมปลาบราวกับอาคม นางมองทะลุถึงเบื้องหลังของแผนการอันชั่วร้ายนี้ทันที จ้าวเฟยเฟย... คุณหนูรองสกุลจ้าวผู้นั้น คงจะใช้มารยาและสินบนมหาศาลเพื่อซื้อตัวขันทีชั้นผู้น้อยมาสร้างสถานการณ์บีบคั้นในยามที่กองทัพกำลังเคลื่อนพลผ่านหุบเขาอัสดงเช่นนี้ ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายไปมากกว่านั้น มู่หรงเฉินผู้ประทับนั่งสงบนิ่งอยู่บนหลังม้าอาชาศึกสีนิลกาฬมาตลอดทาง ก็ทรงขยับพระองค์ “เปรี้ยง!” เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานราวสายฟ้าแลบ ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายไร้ความปรานีมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าพระหัตถ์แกร่งกลับกวัดแกว่งกระบี่ประจำพระองค์ตัดผ่านอากาศเพียงครั้งเดียว ม้วนราชโองการในมือขันทีก็ขาดสะบั้นปลิวว่อนกลายเป็นเศษกระดาษโปรยปรายลงสู่พื้นดินดั่งกลีบดอกไม้สีโลหิต! “อ๊าก...!” ขันทีผู้นั้นกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวจนล้มพับลงไปกองกับพื้น มู่หรงเฉินทรงควบม้าเข้ามาประชิดร่างบางของไป๋ลี่หลิน พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความล้ำลึก สื่อความหมายที่อ่านไม่ออกบอกไม่ถูก ระหว่างความดุดันดั่งแม่ทัพสนามรบกับความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเยือกเย็น “เปิ่นหวางยังมิได้อนุญาตให้ผู้ใดมาปลิดชีพชายาของเปิ่นหวาง” สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังกังวานไปทั่วหุบเขา “แม้แต่ฮ่องเต้... ก็ไม่มีสิทธิ์!” “ท่านอ๋อง...” ไป๋ลี่หลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาต่อเกมการเมืองมานานนับแรมปีกลับไหววูบอย่างประหลาด นางแหงนพักตร์ขึ้นสบพระเนตรคมคายนั้น ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอื้อCนเอ่ยสิ่งใด ความรู้สึกตื่นตัวระดับสัญชาตญาณดิบก็กรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาในโสตประสาท! *ฉึบ!* เสียงแหวกอากาศของลูกศรอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งแหวกม่านหมอกลงมาจากหน้าผาสูงชันเบื้องบนราวกับห่าฝนสีดำมืดทึบ! “ระวัง!” ไป๋ลี่หลินอุทานลั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “กองกำลังซุ่มโจมตี! ตั้งรับ!” นายกองผู้ติดตามตะโกนก้อง เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทัน ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพไป๋ลี่หลินที่ยืนอยู่กลางวงล้อมอย่างจงใจ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น มู่หรงเฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย พระองค์ทรงกระโจนลงจากหลังม้า ใช้พระวรกายกำยำหนาแน่นดั่งกำแพงเหล็กเข้าโอบกอดร่างบางของไป๋ลี่หลินไว้แน่นแนบอก พร้อมกับหมุนตัวรับคมศรนับสิบดอกที่พุ่งเข้าใส่แผ่นพระpíอย่างเต็มแรง! *ฉึก! ฉึก! ฉึก!* เสียงโลหิตทะลักและเนื้อหนังถูกคมศรเฉือนดังชัดเจนในความเงียบงัน ไป๋ลี่หลินเบิกNตาโพรงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนของหยาดโลหิตที่กระเซ็นโดดรดพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง “ท่านอ๋อง...!” นางอุทานเสียงหลง มือเรียวบางรีบคว้าจับพระวรกายของชายหนุ่มไว้ทันที ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความตระหนกที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อนในชีวิต มู่หรงเฉินแย้มพระสรวลน้อยๆ แววพระเนตรคมปลาบยังคงฉายความดุดันและเยือกเย็นดั่งเช่นเคย แม้ว่าพระโลหิตสีเข้มจะไหลรินย้อมอาภรณ์สีครามเข้มจนชุ่มโชก “เปิ่นหวาง... บอกแล้วอย่างไร... ว่าเจ้าคือคนของเปิ่นหวาง... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเจ้า... แม้แต่ความตายก็เช่นกัน...” สิ้นสุรเสียง ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องผู้เกรียงไกรก็ทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของไป๋ลี่หลิน ท่ามกลางห่าฝนลูกศรที่ยังคงกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย และเสียงฝีเท้าของกองกำลังนับพันที่กำลังกรูกันเข้ามาปิดล้อมหุบเขาอัสดงแห่งนี้ไว้ทุกด้าน! ไป๋ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่สั่นเทาเริ่มนิ่งสนิทเมื่อสัญชาตญาณของศัลยแพทย์มือหนึ่งตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด นางใช้ร่างของตนเองปกป้องร่างของบุรุษผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง ดวงตาหงส์ทอประกายเด็ดเดี่ยวเยียบเย็นจนน่ากลัว ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสังหารหมู่นี้ นัก... นางก็จะใช้ความรู้ทางการแพทย์และสติปัญญาอันล้ำเลิศทั้งหมดที่มี สอนให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การข้ามศพของ ‘ไป๋ลี่หลิน’ และ ‘ท่านอ๋องมู่หรงเฉิน’ นั้น... ต้องจ่ายด้วยราคาที่แพงมหาศาลเพียงใด! ทว่า... ในจังหวะที่นางกำลังจะหยิบซองเข็มเงินพิษสำรองออกจากชายเสื้อเพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูที่กำลังดาหน้าเข้ามา กลิ่นอายประหลาดสายหนึ่งก็ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นหอมหวานของดอกมู단ที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏกายขึ้นบนยอดหน้าผาสูงชันเหนือหัว ท่ามกลางกองศพของมือสังหารที่ถูกปลิดชีพอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าภายใต้หน้ากากเงินยวงแย้มยิ้มเยือกเย็น ขณะที่กระบี่ในมือหยาดหยดด้วยหยาดโลหิตสดๆ “ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง...” น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าแฝงความอำมหิตดังแว่วลงมาจากเบื้องบน “น่าเสียดาย... ที่พระชายาคงไม่มีโอกาสได้รักษาชีวิตท่านอ๋องแล้ว... เพราะยาถอนพิษดอกสุดท้ายในแคว้น อยู่ในมือของข้าแต่เพียงผู้เดียว!” ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมดาบและห้วงรักอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%