กลิ่นอายกำยานสุคนธรสหอมหวานทว่าเจือด้วยความอับทึบของเล่ห์กลการเมืองในตำหนักสราญรมย์ คละคลุ้งจนน่าอึดอัด เสียงบรรเลงพิณเจ็ดสายจากวงดนตรีหลวงดังแว่วเคล้าคลออยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์
"หม่อมฉันได้ยินมาว่า พระชายารองไป๋เติบโตมาจากตระกูลแพทย์ชนบท ไฉนเลยจึงมีความสามารถในการเลือกสวมอาภรณ์ปักลายหงส์คู่เหมยสวรรค์ ซึ่งเป็นลายโบราณที่แม้แต่สตรีในราชสำนักยังต้องระมัดระวังในการหยิบจับเล่าเพคะ? หรือว่า... ที่บ้านเดิมเคยแอบลักลอบนำเครื่องทรงของเจ้านายมาสวมใส่เล่นแก้เหงา?"
สุ้มเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยเข็มพิษของ "จ้าวเฟยเฟย" ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางก้าวออกมาจากแถวที่นั่งของคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ ร่างอรชรในชุดผ้าตาดไหมสีชมพูกลีบบัวปักลายผีเสื้อขยับกายอย่างอ่อนช้อย ทว่าดวงตากลับทอประกายริษยาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในแพรไหม
ไป๋ลี่หลิน หรือ ดร.พรีมา ในร่างสตรีจีนโบราณหาได้สะท้านสะเทือน นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดั่งดอกเหมยแย้มกลีบกลางพายุหิมะ ดวงตาคู่คมกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาสมเพชเวทนาที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเรียบเฉยอย่างมิดชิด
"คุณหนูรองจ้าวช่างสายตาแหลมคมยิ่งนัก..." ลี่หลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กังวานใสราวไข่มุกกระทบถาดหยก "ทว่า... น่าเสียดายที่ความรู้เรื่องกฎระเบียบราชสำนักของท่านกลับสวนทางกับความอยากรู้อยากเห็น อาภรณ์ชุดนี้ปักด้วยลาย 'หงส์เหนือมังกร' หาใช่ 'หงส์คู่เหมยสวรรค์' อย่างที่ท่านกล่าวอ้างไม่ การที่ท่านจำแนกลายปักมงคลไม่ออกเช่นนี้ หากพระเนตรพระकर्ณณ์ของไทเฮามาได้ยินเข้า... เกรงว่าความโง่เขลาเบาปัญญาจะนำภัยมาสู่ตระกูลจ้าวเสียมากกว่ากระมังคะ"
คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ทำให้ใบหน้าของจ้าวเฟยเฟยเปลี่ยนสี จากสีชมพูระเรื่อกลายเป็นเขียวคล้ำสลับขาวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนริมฝีปากสั่นระริก
"เจ้า... เจ้ากล้ากล่าวหาว่าข้าโง่เขลาหรือ!" จ้าวเฟยเฟยหลุดเสียงแหลมสูงออกมาอย่างลืมตัว จนขุนนางรอบข้างต้องเหลือบมองด้วยสายตำหนิ
"หม่อมฉันมิได้กล่าวหา... หม่อมฉันเพียงแต่ 'วินิจฉัย' อาการหลงลืมและอาการประสาทสัมผัสเลอะเลือนให้ท่านฟรีๆ ต่างหากเล่าคะ ในฐานะที่ข้าเป็นแพทย์... การเห็นผู้ป่วยแสดงอาการคุ้มคลั่งในที่สาธารณะ ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องตักเตือนด้วยความหวังดี" ลี่หลินกล่าวพร้อมกับยกจอกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ยิ่งขับเน้นให้จ้าวเฟยเฟยกลายเป็นตัวตลกในสายตาของเหล่าสนมนางในที่นั่งมองอยู่
ทว่า จ้าวเฟยเฟยมีหรือจะยอมจำนน นางส่งสัญญาณมือให้สาวใช้คนสนิทที่ถือถาดสุราเดินแทรกเข้ามาใกล้โดยอ้างความหวังดีในการประสานรอยร้าว
"พระชายารองโปรดอย่าถือสาพี่สาวเลยเพคะ นางเพียงแค่หยอกล้อเล่นสนุกเท่านั้น เพื่อเป็นการขอขมา... ให้หม่อมฉันได้รินสุรามงคลถ้วยนี้ให้ท่าน เพื่อแสดงความจริงใจเถิดเพคะ" จ้าวเฟยเฟยฉวยถาดจากมือสาวใช้ ยกจอกสุราสีอำพันขึ้นด้วยสองมือ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของนางเวลานี้... ซ่อนเร้นความอำมหิตไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลิ่นฉุนบางเบาที่แตะจมูกของลี่หลินทำให้นัยน์ตาคู่สวยหรี่แคบลงทันที ในฐานะศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา นางจำแนกกลิ่นของ "ผงสลายวิญญาณร้อยวัน" ได้ทันที พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่นชัดเจน แต่มันจะทำลายระบบประสาททีละน้อยจนกลายเป็นอัมพาตและสิ้นใจอย่างทรมาน
บรรยากาศในท้องพระโรงพลันเงียบกริบลงถนัดตา สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เหตุการณ์นี้ บ้างก็ลุ้นระทึก บ้างก็รอสมน้ำหน้า โดยเฉพาะองค์ชายสามที่ประทับอยู่มุมหนึ่ง พระองค์ทรงยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างรอคอยชมความพินาศ
ลี่หลินมองจอกสุราในมือของจ้าวเฟยเฟย รอยยิ้มเยחוยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก นางมิได้หลบเลี่ยง แต่กลับยื่นมือเรียวบางออกไปรับจอกสุรานั้นไว้ด้วยท่าทีนิ่ง
"ในเมื่อคุณหนูรองมีความตั้งใจถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นน้องสะใภ้มีหรือจะกล้าปฏิเสธน้ำใจอัน... 'ลึกซึ้ง' นี้" ลี่หลินเน้นเสียงคำว่าลึกซึ้งอย่างมีความหมาย
นางยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ท่ามกลางเสียงหัวใจของใครหลายคนที่เต้นระรัวด้วยความลุ้นระทึก ทว่า ในจังหวะที่จอกสุรากำลังจะแตะริมฝีปากนั้นเอง...
"โคร้ง!"
เสียงกระบี่หนักอึ้งพุ่งแหวกอากาศปักลงตรงกลางโต๊ะเสวยจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะรุนแรงทำให้จอกสุราในมือของลี่หลินกระเด็นหลุดร่วงลงพื้น สุราสีอำพันไหลนองไปตามรอยแตกของไม้ ส่งกลิ่นไอพิษคุกกรุ่นจนน่าสะพรึงกลัว
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วสารทิศ ท้องพระโรงแทบหยุดหายใจเมื่อร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าตาดไหมสีดำปักลายมังกรเงินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและเยือกเย็น ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีสิบหลา
ท่านอ๋องมู่หรงเฉิน!
ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดมองผู้คนในที่นั้นด้วยความดุร้ายไร้ปรานี ก่อนที่พระพักตร์หล่อเหลาดั่งหยกสลักจะก้มลงมองชายาของตนเองที่ยังคงยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้า
"ใครบังอาจ... กล้าหยิบยื่นความตายให้ชายาของเปิ่นหวัง?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทำให้จ้าวเฟยเฟยถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางทะลุมิติมาดื่มด่ำกลิ่นอายความรักและการเมืองอันเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงร้อยเล่ห์
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!