"หากคุณหนูจ้าวคิดว่าคราบน้ำชาบนเสื้อสำริดลายเมฆาจันทรานี้ จะซ่อนเร้นร่องรอยของ 'ผงหงส์มรกต' ได้สนิทละก็ ท่านคงประเมินความรู้ด้านพิษวิทยาของแพทย์หญิงแห่งยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดต่ำไปเสียแล้วกระมั้งเพคะ"
น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบถาดหยก แต่กลับเยียบเย็นเสียจนบรรยากาศในโถงรับรองจวนอ๋องดิ่งวูบลงราวกับถูกแช่แข็งในเหมันต์ฤดู ไป๋ลี่หลินยืนสง่าอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดง ร่างระหงในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดสะท้อนแสงตะเกียงวับวาม นางมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาดอกท้อคู่นั้นกลับทอประกายคมปลาบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก
ท่ามกลางสายตานับสิบชีวิตที่จดจ้องมาเป็นตาเดียว คุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยถึงกับหน้าถอดสี ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มเยาะหยันบิดเบี้ยวสั่นเทา นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นอันประณีตสะท้อนความกระวนกระวายในใจ เจ้าตัวพยายามเค้นเสียงหัวเราะแห้งแล้งออกมากลบเกลื่อนความพิรุธ
"พระชายา... หม่อมฉันไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส ผงหงส์มรกตอันใดกัน หม่อมฉันเพียงแต่มาเยี่ยมเยียนตามธรรมเนียมของสตรีสูงศักดิ์ ไฉนจึงกล่าวหาว่ากล่าวให้ร้ายกันเช่นนี้เล่าเพคะ ท่านอ๋อง... พระองค์โปรดทรงให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!"
เฟยเฟยเบนสายตาไปทางมู่หรงเฉิน ผู้ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ลายมังกรสลักอย่างองอาจ ทว่าแววตาของท่านอ๋องมู่หรงเฉินกลับมิได้ทอดมองนางแม้แต่น้อย ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังร่างบางของชายาเอกของตนเองด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งคาด—มีความระคนระหว่างความทึ่ง ความพึงใจ และประกายลึกล้ำที่พร้อมจะเผาผลาญทุกผู้คนที่กล้าบังAอาจมาขวางทางสตรีของเขา
"ความจริงมักน่ารังเกียจสำหรับคนบางจำพวกเสมอ" ลี่หลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้เฟยเฟยทีละก้าว เสียงฝ่าเท้าที่กระทบพื้นหินอ่อนดังก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจของทุกคนในห้อง
"ท่านบอกว่าตนเองบริสุทธิ์ผุดผ่อง เช่นนั้นเหตุใด... ถุงหอมปักลายเป็ดแมนดารินที่ตกอยู่ข้างตั่งไม้ในห้องทรงอักษรของท่านอ๋องเมื่อคืน จึงมีกลิ่นอายของ 'รากหญ้าเหมันต์' ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในการชลอฤทธิ์ของผงหงส์มรกตเล่า?"
นิ้วเรียวขาวดุจหยกสลักหยิบถุงหอมผ้าแพรสีฟ้าครามขึ้นมาจากแขนเสื้อ ยกชูขึ้นให้ทุกคนได้เห็นประจักษ์แก่สายตา ลวดลายเป็ดแมนดารินคู่ถูกปักด้วยดิ้นทองอย่างประณีตบรรจง ซึ่งใครในจวนนี้ต่างก็รู้ดีว่าเป็นฝีมือการปักของห้องเครื่องตระกูลจ้าว และมีเพียงคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยเท่านั้นที่ครอบครองสิ่งนี้!
เฟยเฟยเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจสะดุดติดขัด ร่างทั้งร่างสั่นเทาน้อยๆ นางอ้าปากพะงาบๆ ทว่าไม่อาจหาคำแก้ตัวใดมาหักล้างหลักฐานอันมัดแน่นนี้ได้ทันที ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงตะเกียงน้ำมันที่ไส้เทียนปะทุเปรี๊ยะเบาๆ
"ยังไม่คุกเข่าอีกหรือ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นสะท้อนก้องผนังห้อง แม้มู่หรงเฉินจะยังมิได้ลุกจากที่นั่ง ทว่ารังสีสังหารและไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของท่านอ๋องกลับกดทับจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นโดยอัตโนมัติ แรงกดดันระดับแม่ทัพผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬทำเอาอากาศในห้องแทบกลายเป็นพิษ
เฟยเฟยเข่าอ่อนยวบ นางทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่น น้ำตาแห่งความคับแค้นและความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้าไหลรินอาบแก้ม
"พระชายา... หม่อมฉัน... หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" นางแผดเสียงสะอื้นไห้ พยายามจะพุ่งเข้ามาจับชายอาภรณ์ของลี่หลินเพื่อขอความเห็นใจ
ทว่าลี่หลินกลับสะบัดชายแขนเสื้อหลบอย่างไม่ใยดี แววตานิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"ใส่ร้ายหรือ? เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ หวังวางยาพิษในชาต้อนรับ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีว่าข้าเป็นผู้บกพร่องในหน้าที่ดูแลเรือนหลัง จนทำให้แขกผู้สูงศักดิ์ต้องเป็นอันตราย หวังยืมมือท่านอ๋องกำจัดข้าให้พ้นทาง... แผนการของเจ้านับว่าแยบคายยิ่งนัก น่าเสียดายที่สมองของเจ้ามันตื้นเขินเกินกว่าจะคาดคิดว่า 'พิษ' ที่เจ้าเลือกใช้ ข้าคือผู้ที่เคยใช้มันรักษาโรคประหลาดในกองทัพแดนเหนือมาแล้ว!"
ประโยคนี้ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ขุนนางและพ่อบ้านที่ยืนอยู่รอบนอกต่างสูดปากด้วยความตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าชายาเอกที่ผู้คนร่ำลือกันว่าเป็นเพียงคุณหนูห้องหอผู้ไร้เดียงสา จะมีความรู้ลึกล้ำถึงเพียงนี้ แถมยังมีชั้นเชิงการสืบสวนที่เฉียบคมไร้ช่องโหว่
"เจ้าค่ะ... หม่อมฉันยอมรับผิดแล้ว... ได้โปรด... ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะท่านอ๋อง พระชายา!" เฟยเฟยโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังโขก คราบน้ำตาและเครื่องประดับที่หลุดลุ่ยทำให้สภาพของนางในยามนี้ดูไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
ลี่หลินก้มมองสตรีผู้ที่เคยเหยียดหยามตนด้วยหางตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น นางโน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"จำไว้ให้ดี... ในจวนอ๋องแห่งนี้ ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงมา หรือแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองส่วน ผู้ที่จะกุมชะตาชีวิตของทุกคนได้... มิใช่คนตระกูลจ้าวของเจ้าอย่างแน่นอน"
บรรยากาศในโถงรับรองยังคงคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด มู่หรงเฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรทองก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังลี่หลิน วงแขนแข็งแกร่งเอื้อมมาโอบกระชับเอวบางของนางไว้ด้วยความครอบครองอย่างเปิดเผย สายตาคมกริบทอดมองไปยังเฟยเฟยที่หมอบกราบอยู่แทบเท้าด้วยความไร้ซึ่งความเยื่อใย
"ลากตัวออกไป โบกสามสิบไม้ แล้วส่งตัวกลับตระกูลจ้าว พร้อมราชสาส์นเตือนสติจากเปิ่นหวาง!" มู่หรงเฉินเอิ้อMนเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุร้ายราวมัจจุราช
ทว่า ในวินาทีที่ขันทีหน้าห้องกำลังจะก้าวเข้ามาควบคุมตัวเฟยเฟยออกไปนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็พุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยใบซีดเผือก
"รายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ม้าเร็วจากชายแดนอุดรส่งข่าวลับแจ้งมาว่า 'ตราประทับหยกพยัคฆ์' ที่ซ่อนอยู่ในคลังหลวง... บัดนี้ได้ถูกสับเปลี่ยนเป็นของปลอมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางทะลุมิติมาดื่มด่ำความระทึกใจในตอนนี้ด้วยนะคะ
--- ส้มหวานมิติลับ ---
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 9
การตบหน้ากลางจวนอ๋อง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!