"หากหม่อมฉันทายไม่ผิด... ยาพิษสลายกระดูกที่ฮูหยินรองจ้าวส่งคนแอบโรยลงในสำรับโอხของเรือนใหญ่เมื่อยามโฉ่วยย่อมมิใช่ฝีมือของนางผู้โง่เขลาผู้นั้นแต่เพียงลำพังกระมังเพคะ ท่านอ๋อง"
สุ้มเสียงหวานใสประดุจไข่มุกกระทบถาดหยกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องหนังสือลับของจวนอ๋อง แสงเทียนสีชาดวับแวมขับเน้นใบหน้างามล้ำของไป๋ลี่หลินให้ดูเย้ายวนแต่ทว่าเยียบเย็น นางในอาภรณ์ปักลายหงส์บินสีมุกประดับขอบขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบเข็มเงินเล่มบางที่เพิ่งจุ่มลงในถ้วยน้ำชาขึ้นมาพิจารณา คราบสีดำคล้ำที่ปลายเข็มฟ้องชัดถึงความมุ่งร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบเรียบร้อยของเรือนหลัง
มู่หรงเฉินที่ประทับอยู่เบื้องหลังโต๊ะทรงอักษรไม่แม้แต่จะเงยพระพักตร์ขึ้นจากแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้น เขายังคงจรดพู่กันขนหมาป่าลงบนกระดาษซวนจื่อด้วยลายเส้นเฉียบคมดุจคมกระบี่ บรรยากาศรอบกายบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแผ่นดินแผ่ไอเย็นเยือกจนทำให้อากาศในห้องราวกับลดลงไปหลายองศา
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... ไป๋ลี่หลิน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มยามค่ำคืนดังขึ้น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหงส์ตวัดขึ้นสบตานาง แววตานั้นเต็มไปด้วยความลึกล้ำยากหยั่งถึง ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"ความฉลาดของหม่อมฉัน เป็นภัยต่อบัลลังก์ของท่านอ๋อง หรือเป็นประโยชน์ต่อเกมการเมืองที่ท่านกำลังเดินกันแน่เพคะ?"
นางแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย นางหาได้เกรงกลัวอำนาจกดดันของเขาไม่ ในเมื่อดร.พรีมา แห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านความเป็นความตายในห้องผ่าตัดมานับไม่ถ้วน การเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมผู้นี้ ก็เปรียบเสมือนการผ่าตัดหัวใจที่เต้นอยู่บนปากเหวแห่งความตาย นางย่อมต้องถือไพ่เหนือกว่า
มู่หรงเฉินวางพู่กันลงช้าๆ ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว ย่างก้าวของเขาสง่างดงามทว่าทรงพลังราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นไม้กฤษณาและสนิมเหล็กจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิกของนาง
"เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ?" พระองค์โน้มพระวรกายลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง สันจاوโด่งคมคายอยู่ห่างจากใบหน้านางเพียงคืบเดียว
"ไฟหรือเพคะ? หม่อมฉันคือนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาแผลไหม้... หากไฟกองนี้จะแผดเผาผู้ที่คิดปองร้ายหม่อมฉันให้เป็นจุล หม่อมฉันย่อมยินดีเป็นเชื้อเพลิงให้เสียด้วยซ้ำ"
นางไม่ถอยร่นแม้แต่น้อย เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์อย่างไร้ความหวาดหวั่น กลิ่นกายหอมหวานประหลาดจากตัวนางราวกับดอกเหมยหลงฤดู ยิ่งทำให้มู่หรงเฉินรู้สึกปั่นป่วนในพระuthaiอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สตรีผู้นี้ช่างแปลกประหลาด ยิ่งนางดื้อรั้นและฉลาดเฉลียวเท่าใด พระองค์กลับยิ่งอยากทำลายความพยศนั้นให้ราบคาบ... หรือไม่ก็... อยากเก็บนางไว้เป็นสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว
"ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้ ข้าก็มีข้อเสนอที่จะทำให้เจ้าพึงพอใจ" พระองค์เหยียดยิ้มมุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยเล่ห์กลอันแยบยล "ร่วมมือกับข้า กระชากหน้ากากของพวกขุนนางฝ่ายกบฏที่หนุนหลังจ้าวเฟยเฟยเบื้องหลัง แลกเปลี่ยนกับการที่ข้าจะพิจารณา... 'เรื่องหย่า' ตามที่เจ้าเรียกร้องมาตลอด"
คำว่า 'เรื่องหย่า' สะดุดหูนางเข้าอย่างจัง ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องเริ่มคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นยอมยื่นข้อเสนอที่นางปรารถนาที่สุด ย่อมแสดงว่าสถานการณ์ในราชสำนักเวลานี้ตึงเครียดจนพระองค์ต้องจำยอมใช้ไพ่ตายใบนี้
"ท่านอ๋องคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของบุรุษเชื่อถือได้มากแค่ไหนเพคะ? หม่อมฉันต้องการหลักประกันที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่สัญญาปากเปล่าบนเตียงนอนเช่นนี้"
นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
มู่หรงเฉินไม่โกรธเคือง ทรงหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพราวระยับด้วยความถูกใจ พระองค์ยื่นพระหัตถ์ไปแตะปอยผมสีดำขลับที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วอุ่นจัดลากไล้ผ่านโครงหน้าเรียวเล็กอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่าที่หายากยิ่ง
"ความไว้ใจระหว่างเรา มิใช่สิ่งที่หาซื้อได้ด้วยสัญญา แต่คือการเดิมพันด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ..." พระองค์กระซิบชิดริมใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกราวกับมนต์สะกด "หากเจ้าช่วยข้าถอนรากถอนโคนตระกูลจ้าวและกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ในวังหลวงให้หมดสิ้น ข้าจะลงพระนามในหนังสือหย่าด้วยตนเองทันที... แต่ถ้าเจ้าพลาดท่า เจ้าก็ต้องอยู่เป็นชายาร่วมชะตากรรมกับข้าไปจนวันตาย... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตายจากอกข้า"
ไป๋ลี่หลินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่สงบนิ่งมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ ยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาดำสนิทที่ฉายแววรักมั่นคงดั่งหินผาผสมผสานกับความดุร้ายของนักล่า นางพลันตระหนักได้ทันทีว่า... นางกำลังเดินเข้าสู่เกมที่อันตรายที่สุดในชีวิต และไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร หัวใจของนางก็อาจจะไม่ใช่ของนางอีกต่อไปแล้ว
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีประจำพระองค์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่ด้านนอกประตูห้องหนังสือ
"ทูลท่านอ๋อง! มี... มีราชสำนักส่งราชโองการลับด่วนที่สุดจากท้องพระโรงมาถึงพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเฉินขมวดพระขนงเข้าหากันเล็กน้อย พระหัตถ์ที่เคยสัมผัสพวงแก้มของนางชักกลับช้าๆ ทรงหันไปทางประตูด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีด
ขันทีหนุ่มผลักประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา ถือพานไม้สีดำสนิทที่วางม้วนกระดาษสีทองประทับตราลัญจกรหยกมังกรทองคำไว้อย่างสั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังทึบ
"กราบทูลท่านอ๋อง... ราชโองการลับฉบับนี้... เป็นพระราชโองการจากองค์皇帝 (ฮ่องเต้) ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำทัพหลวงบุกจู่โจมชายแดนเหนือทันทีภายในคืนนี้... และ... และมีพระราชสาส์นแนบท้ายถึงพระชายาไป๋ลี่หลินโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ!"
ไป๋ลี่หลินชะงักงัน นัยน์ตากลมโตหรี่ลงด้วยความสังหรณ์ใจอันลางสังหรณ์ที่เฉียบคม นางก้าวเข้าไปใกล้พานไม้สีดำช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบม้วนกระดาษสีทองประทับตราลับขึ้นมาคลี่ออกท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวม
และทันทีที่สายตาของนางกวาดผ่านตัวอักษรจีนโบราณบนกระดาษแผ่นนั้น ลมหายใจของนางก็แทบจะหยุดชะงักลงในทันที...
ส้มหวานมิติลับขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 10
ข้อเสนอใต้แสงเทียน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!