ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 16

เดินทางสู่ชายแดน

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
สำรับปักลายเบญจมาศทองคำบนโต๊ะไม้จันทน์หอมส่งกลิ่นอายคุกรุ่นของสุราหมักร้อยปี ทว่าสิ่งที่ระอุยิ่งกว่าความร้อนของฤทธิ์สุรา กลับเป็นสายตาคู่คมของไป๋ลี่หลินที่ทอดมองไปยังร่างอรชรของจ้าวเฟยเฟยผู้สั่นสะท้าน นางมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อถาดสุราพิษที่อีกฝ่ายจงใจนำมามอบให้เพื่อปลิดชีพ หากแต่เรียวปากสีชาดกลับแย้มยิ้มหยัน ปลายเลื้อยดั่งคมมีดซ่อนในกลีบดอกไม้ "คุณหนูรองจ้าว... ใจร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือคะ" เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ ทว่ากลับกดดันจนจ้าวเฟยเฟยแทบหายใจไม่ออก "เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร ไป๋ลี่หลิน! ข้าเพียงแต่นำสุราต้อนรับการเดินทางมาคารวะชายาอ๋องเท่านั้น ไยเจ้าจึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น!" จ้าวเฟยเฟยแค่นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาท่าทีเย่อหยิ่ง ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผมอย่างปิดไม่มิด ลี่หลินไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว มือเรียวขาวราวหยกที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับไข่มุกเอื้อมไปคว้ากาสุรานั้นขึ้นมาทันที นางหาได้ดื่มมันไม่ หากแต่รินของเหลวสีอำพันลงบนพื้นพรมขนสัตว์ราคาแพงอย่างไม่แยแส ทันทีที่หยดสุราสัมผัสกับขนสัตว์ เส้นใยเหล่านั้นก็ส่งเสียงฟู่พร้อมกับกลุ่มควันสีดำจางๆ ที่ลอยขึ้นมาพร้อมกลิ่นฉุนกึกของยาพิษสลายกระดูก ความเงียบงันเข้าปกคลุมตำหนักในทันที จ้าวเฟยเฟยหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนสะดุดชายผ้าไหมของตนเองล้มลง "พิษหอมหมื่นลี้... ร้ายกาจไม่เบานี่คะ" ลี่หลินปรายตามองคู่กรณีที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้ชิด ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นปักดิ้นเงินไหวระริกตามจังหวะก้าวเดินที่สง่างาม "แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่ความตื้นเขินเช่นนี้... ใช้ได้ผลกับคนโง่เท่านั้น" "เจ้ากล้าดียังไง..." จ้าวเฟยเฟยเค้นเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้น "ข้าจะกล้าหรือไม่ หาใช่เรื่องที่เจ้าต้องกังวลในตอนนี้ไม่" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมหาราชสีดำสนิทจะก้าวเข้ามา ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันตา ท่านอ๋องมู่หรงเฉินกวาดสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อไปยังจ้าวเฟยเฟย รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนสตรีตรงหน้าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง "ท่านอ๋อง..." จ้าวเฟยเฟยละล่ำละลัก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คนของตระกูลจ้าวช่างกล้าหาญยิ่งนัก กล้าลงมือกับชายาเอกในเขตพระฐานของเปิ่นหวาง" มู่หรงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่เชื่อง... สมควรถูกส่งไปอยู่สถานที่ที่มันควรอยู่" สิ้นคำสั่ง โอสถทหารเงาผู้ติดตามก็พุ่งตัวเข้ามาลากตัวจ้าวเฟยเฟยออกไปอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ไกลออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ลี่หลินหันกลับมามองบุรุษผู้เป็นสามีในนาม นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ "หม่อมฉันจัดการเองได้เพคะ ท่านอ๋องทรงร้อนรนเกินไปหรือเปล่าคะ?" มู่หรงเฉินก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนาสิก มือหนาเอื้อมไปจับปลายคางของนางเชยขึ้น บังคับให้ดวงหน้าหวานล้ำต้องสบตากับเขา แววตาของท่านอ๋องเยือกเย็นดุร้าย ทว่าลึกซึ้งดั่งห้วงสมุทรที่ไม่อาจหยั่งถึง "เปิ่นหวางมิได้ร้อนรน... เพียงแต่ไม่ชอบให้ผู้ใดมาแตะต้องของๆ เปิ่นหวาง โดยเฉพาะชายาที่กว่าจะปราบให้นางพยศได้เช่นนี้... ไม่ง่ายเลย" หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส "หม่อมฉันไม่ใช่สิ่งของของใครเพคะ" "เจ้าเป็นของเปิ่นหวาง... ตั้งแต่วันที่เหยียบเข้ามาในจวนอ๋องแล้ว ลี่หลิน" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ "เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้เราจะออกเดินทางทันที" "เดินทาง? ไปไหนกันเพคะ?" ลี่หลินขมวดคิ้วมุ่น "ชายแดนตะวันตก" มู่หรงเฉินผละตัวออก หันไปหยิบแผนที่หนังแกะกางลงบนโต๊ะ "โรคระบาดลึกลับกำลังคร่าชีวิตราษฎรนับหมื่น ทางราชสำนักจงใจส่งเปิ่นหวางไปตายดาบหน้าเพื่อตัดกำลังทหาร แต่เจ้า... ดร.พรีมา ผู้เก่งกาจ เจ้าอยากไปพิสูจน์ฝีมือให้พวกมันดูสักตั้งไหมล่ะ ว่าหมอเทวดาแห่งยุคสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างไร" ดวงตาคมปลาบของแพทย์หญิงอัจฉริยะเป็นประกายขึ้นมาทันที ความตื่นเต้นเร้าใจแล่นริ้วผ่านเส้นโลหิต นางย่อมรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือเกมการเมืองเดิมพันด้วยชีวิตที่พวกขุนนางกังฉินร่วมกันขุดหลุมพรางรอไว้ รถม้าหลวงคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวงท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล เสียงล้อไม้บด ฆ่าความเงียบงันของค่ำคืน ลี่หลินนั่งพิงเบาะนุ่มภายในรถม้าโดยมีท่านอ๋องประทับอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจาใดๆ ออกมา ทว่าบรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยความผูกพันและแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุร้ายเบื้องหน้า ทว่า ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นผ่านหุบเขาแคบอันเปลี่ยวร้าง ทันใดนั้นเอง... โค้ชแมนบังคับรถม้าก็ดึงบังเหียนหยุดกะทันหันจนตัวรถโคลงเคลงอย่างแรง "เกิดอะไรขึ้น!" มู่หรงเฉินเอ่ยถามเสียงเข้ม ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอก มีเพียงลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่พุ่งทะลุผนังรถม้าเข้ามาพร้อมกันราวกับหามฝน! ลี่หลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งตรงมายังจุดตายของมู่หรงเฉินในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังหันไปหยิบกระบี่! นางไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวเข้าไปผลักร่างสูงให้พ้นวิถี ทว่า... ความเจ็บแปลบราวนำไฟแผดเผาก็กระจายไปทั่วหัวไหล่ขวา พร้อมกับร่างของนางที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของท่านอ๋อง "ลี่หลิน!" เสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราดดั่งพญาเสือโคร่งบาดเจ็บของมู่หรงเฉินดังลั่น ทว่าก่อนที่เขาจะได้สติ ทหารอารักขานอกรถก็ส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย... ก่อนที่ความเงียบสงัดดั่งป่าช้าจะเข้าครอบคลุม และในวินาทีนั้นเอง ม่านรถม้าก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยปลายกระบี่คมกริบ เผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษในชุดเกราะสีเงินยวงผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกภายใต้หน้ากากเหล็ก... และรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาถึงท่านอ๋อง "ทูลท่านอ๋อง... พระชายา ทรงเดินทางมาไกลเหนื่อยล้าแล้ว ถึงเวลา... ส่งดวงวิญญาณกลับยมโลกแล้วพ่ะย่ะค่ะ" (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%