เสียงกระเบื้องเคลือบปะทะโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าในห้องโถงใหญ่แห่งจวนอ๋อง น้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปื้อนพู่กันหางหมาป่าราคาแพงที่เพิ่งใช้ร่างฎีกา เมื่อแผ่นกระดาษสาเนื้อดีถูกผลักไถลข้ามพื้นผิวโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าบุรุษผู้ได้ชื่อว่าพญายมแห่งแดนเหนือ
มู่หรงเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายยังคงจดจ้องร่างระหงในชุดฉางผ่าวสีเพลิงปักลายหงส์คู่เมฆา ซึ่งยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้า แววตาคู่นั้นเยือกเย็น ดุร้าย และเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกคามือ
"เจ้ากล้าดียังไง..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่ากดดันจนเหล่าบ่าวไพร่ที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกถึงกับตัวสั่นเทา "ลุกขึ้นมาอาละวาดในห้องหนังสือของเปิ่นหวัง ร่างพระราชโองการสมรสพระราชทานเมื่อเดือนก่อนยังหมึกไม่ทันจาง เจ้าก็กล้าเสนอหน้าเอา 'หนังสือหย่า' มายัดใส่มือเปิ่นหวังแล้วหรือ ไป๋ลี่หลิน!"
ไป๋ลี่หลินแย้มยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่งดงามแต่เย็นเยียบ นางหาได้สะทกสะท้านต่อออร่าสังหารที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าไม่ ภายใต้ร่างบอบบางนี้คือจิตวิญญาณของแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้ผ่านการยื้อชีวิตคนไข้จากประตูมรณะมานับไม่ถ้วน นางผ่านความตายมาแล้ว การเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งคนนี้จึงเป็นเพียงเกมการเมืองในเรือนหลังที่น่าเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ
"หม่อมฉันหาได้อาละวาดไม่เพคะ ท่านอ๋องผู้ปรีชา" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่ทว่าคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ "เกรงว่าพระองค์จะทรงพระปรีชาลืมเลือนไปเสียแล้วว่า การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากอำนาจมืดในราชสำนัก ไม่ใช่ความสมัครใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในเมื่อชื่อเสียงของหม่อมฉันต้องมัวหมองเพราะตกเป็นชายาของบุรุษผู้มีใจให้แต่ 'สตรีอื่น' เช่นพระองค์ เหตุใดหม่อมฉันจะต้องทนฝืนแบกรับตำแหน่งชายารองที่ไร้เกียรติ์นี้ต่อไปด้วยเล่าเพคะ"
สิ้นคำว่า 'สตรีอื่น' บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก มู่หรงเฉินผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกำยำในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองขู่คำรามดั่งพญาเสือโคร่ง เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว ปลายคางมนถูกนิ้วแกร่งดั่งคีมเหล็กบีบแน่นจนขึ้นรอยแดง ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่ลุกโชน
"เจ้ากล้าเอาเรื่องของเฟยเฟยมาประชดเปิ่นหวัง?" มู่หรงเฉินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนอยู่ห่างจากใบหน้านวลเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันไม่ได้ทำให้หัวใจนางสั่นไหวในทางเสน่หาเลยสักนิด มีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ "คิดว่าใช้วิธีเรียกร้องความสนใจแบบนี้ แล้วเปิ่นหวังจะหันมามองเจ้าหรือ ไป๋ลี่หลิน เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เสด็จพ่อส่งมาคุมเชิงเปิ่นหวังในจวนนี้ ฝันไปเถอะว่าเจ้าจะได้ใบหย่าออกไปจากที่นี่อย่างไร้รอยขีดข่วน!"
ลี่หลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ระคายหูที่สุดเท่าที่ท่านอ๋องเคยได้ยินมา นางยกมือขึ้นปัดมือหนาออกจากคางของตนเองอย่างไม่แยแส ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับสตรีสูงศักดิ์ผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"หมากตัวนี้เบื่อที่จะเป็นเครื่องมือให้พวกท่านใช้เชือดเฉือนกันแล้วเพคะท่านอ๋อง" นางก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาโบกเบาๆ "ท่านกลัวอันใดเล่า? กลัวว่าหากข้าหย่ากับท่าน ข้าจะนำความลับเรื่องกองกำลังทหารลับทางเหนือไปบอกสกุลจ้าวของคู่หมั้นคนโปรดของท่านกระนั้นหรือ? หรือว่า... ท่านกลัวว่าจวนอ๋องที่ไร้หมอคอยตรวจสอบพิษในอาหาร จะทำให้ท่านกลับไปนอนกระอักเลือดตายเหมือนเมื่อปีก่อนกันแน่?"
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้มู่หรงเฉินชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย ข้อมูลเรื่องอาการประชวรด้วยพิษเมื่อปีก่อนเป็นความลับสุดยอด มีเพียงองครักษ์เงาและหมอหลวงไม่กี่คนที่รู้ แล้วสตรีผู้นี้... สตรีที่ถูกมองว่าเป็นคุณหนูในห้องหอที่วันๆ เอาแต่ปักผ้า รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
ก่อนที่ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นจะทันได้เค้นความจริง เสียงฝีเท้าเร่งรีบดั่งห่าฝนก็ดังขึ้นจากนอกระเบียงทางเดิน ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้านใหญ่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าจนตัวสั่น
"ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเฉินละสายตาจากใบหน้าของชายาหมาดๆ หันไปตวาดกร้าวใส่พ่อบ้าน "มีเรื่องอันใด! ถึงได้แหกปากโวยวายเสียมารยาทเช่นนี้!"
พ่อบ้านใหญ่หอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนแทบจะร้องไห้ "ม... มีราชโองการด่วนจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ! ราชสำนักกำลังปั่นป่วน... ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้ราชองครักษ์ปิดล้อมจวนอ๋องของเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ไป๋ลี่หลินหรี่ตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทันใดนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยดวงก็สว่างวาบขึ้นทั่วท้องทิศทาง เสียงเกือกม้าและชุดเกราะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกถึงการมาเยือนของกองกำลังทหารนับพันที่เข้ามาโอบล้อมจวนแห่งนี้ไว้ในกำมือ
รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของแพทย์หญิงทะลุมิติ นางหันกลับมาสบตากับท่านอ๋องผู้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของมู่หรงเฉินกระตุกวูบ
"ดูเหมือนว่า... ฮองเฮาจะทรงทราบเรื่องที่เราสองคนกำลัง 'หย่าขาด' กันแล้วนะเพคะ ท่านอ๋อง... พระองค์จะทรงอธิบายกับราชสำนักอย่างไรดีล่ะเพคะ ว่าเหตุใดชายาเอกที่เพิ่งแต่งเข้าจวนได้ไม่ทันข้ามปี ถึงได้ถือหนังสือหย่าเดินออกจากประตูจวนในคืนนี้?"
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางทะลุมิติมา ณ ที่นี้นะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 3
ประกาศิตขอหย่าครั้งแรก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!