"ดื่มเสียเถิดเพคะ พระชายา... ยาบำรุงถ้วยนี้ ท่านอ๋องทรงกำชับให้บ่าวต้มด้วยองค์เอง เป็นพระเมตตาหาใดเปรียบที่ทรงมีต่อท่าน..."
น้ำเสียงของสาวใช้ ‘ชุนฮวา’ แฝงแววเยาะหยันที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางนอบน้อม กลิ่นหอมหวานเอียนชวนคลื่นไส้ลอยกรุ่นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนิลในมือ ภายในนั้นบรรจุน้ำยาสีชาเข้มข้นที่หากผู้มีความรู้ด้านพิษวิทยาอย่าง ดร.พรีมา หรือไป๋ลี่หลินในร่างนี้ได้กลิ่น ย่อมรู้ทันทีว่ามันคือ ‘มหาสมุทรไร้คลื่น’ ยาพิษโบราณที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างเงียบเชียบ ไร้ร่องรอย และทรมานยิ่งกว่าความตาย
ไป๋ลี่หลินมิได้สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตหงส์คู่นั้นกวาดมองถ้วยยาตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบา นางนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลายหงส์เผินลม อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาเคลื่อนคล้อยรับกับเรือนร่างระหง นางเพิ่งทะลุมิติมาสู่โลกยุคโบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอำนาจและการนองเลือดแห่งนี้ได้ไม่ทันข้ามวัน ความทรงจำของร่างเดิมยังคงหลงเหลือ ร่างนี้ถูกใส่ร้าย ป้ายสี และถูกรังแกจากอนุภรรยาและเหล่าบ่าวไพร่ที่จงรักภักดีต่อคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยมาโดยตลอด
ทว่า... นั่นคือเรื่องของเจ้าของร่างเดิม ไม่ใช่ของแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้กุมสิทธิบัตรงานวิจัยระดับโลกและเชี่ยวชาญการแพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานอย่างนาง!
"ท่านอ๋องทรงมีพระเมตตาถึงเพียงนี้เชียวหรือ" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะดั่งเสียงพิณสวรรค์ทว่ากลับสร้างความหนาวเยือกให้แก่คนฟัง รอยยิ้มที่มุมปากมิได้ส่งไปถึงดวงตา "ชุนฮวา เจ้าเข้ามาจวนอ๋องได้กี่ปีแล้วนะ"
ชุนฮวาชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าพระชายาผู้โง่เขลาและขี้ขลาดตาดาบในอดีต จะกล้าจ้องตานางตรงๆ แถมยังมีรัศมีกดดันบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจสะดุด "บ่าว... บ่าวเข้ามารับใช้ได้สามปีแล้วเพคะ"
"สามปี... นานพอที่จะเรียนรู้วิทยายุทธในการเอาตัวรอดในจวนหลังนี้สินะ" ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นช้าๆ นางก้าวเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ทีละก้าว เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นไม้ดังระรัวดั่งเสียงกลองศึกในใจของชุนฮวา ทุกย่างก้าวของพระชายาเต็มไปด้วยความสง่างามตามธรรมเนียมวังหลวงที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี แม้จะเพิ่งฟื้นไข้แต่องค์ทรงเครื่องและการวางตัวกลับเย้ายวนและทรงอำนาจจนน่าประหลาด
นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปรับถ้วยยาจากมือชุนฮวา ดวงตาคมกริบมองสำรวจผิวน้ำในถ้วยที่สะท้อนเงาใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของตนเอง
"ยาพิษ 'มหาสมุทรไร้คลื่น' จากแคว้นทางใต้ ออกฤทธิ์ทำให้ชีพจรหยุดเต้นภายในหนึ่งก้านธูป ดูเหมือนคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยคงทุ่มทุนสร้างไม่น้อย เพื่อให้ข้าหายไปจากโลกนี้... น่าเสียดายนัก ที่ข้าเกลียดที่สุดคือการดื่มของขม"
ชุนฮวาหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "พระ... พระชายาตรัสอันใดเพคะ บ่าวไม่เข้าใจ ยานี้คือยาบำรุง..."
"เจ้าไม่ต้องเข้าใจหรอ" ไป๋ลี่หลินตัดบท น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ "ในเมื่อเจ้าบอกว่านี่คือยาบำรุงที่ท่านอ๋องทรงประทานมาด้วยความรักความห่วงใย... เจ้าผู้เป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์ ไฉนเลยจะไม่กล้าดื่มอวยพรให้เจ้านายเล่า?"
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันเป็นเพียงบ่าว ไม่มีสิทธิ์ดื่มของล้ำค่าเช่นนี้เพคะ!" ชุนฮวาถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ?" รอยยิ้มของไป๋ลี่หลินฉาบด้วยความอำมหิตอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น นางก้าวเข้าไปประชิดตัวสาวใช้ด้วยความเร็วราวกระแสลม ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งกิ่งหลิวบีบเข้าที่กรามของชุนฮวาอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี จุดชีพจรและข้อต่อถูกกดล็อกไว้จนสาวใช้กรีดร้องไม่ออก
*แคว่ก!*
ด้วยแรงที่ซ่อนไว้ภายใต้ความบอบบาง ไป๋ลี่หลินกรอกน้ำยาสีชาเข้มข้นลงในลำคอของชุนฮวาอย่างเด็ดเดี่ยว รวดเร็ว และไร้ความปรานี!
"อึก... แค่กๆๆ! ปล่อยนะ! แค่ก..." ชุนฮวาสำลักน้ำยาพิษเข้าไปเต็มคำ นางใช้มือตะกุยลำคอตัวเองด้วยความทรมาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายเริ่มสั่นเทา ลมหายใจติดขัด ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำม่วงตามฤทธิ์ของพิษที่เริ่มกัดกร่อน
ไป๋ลี่หลินปัดมือออก ราวกับนางเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก นางดึงผ้าเช็ดหน้าผ้าแพรปักลายดอกเหมยขึ้นมาเช็ดปลายนิ้วอย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองดูสาวใช้ที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นด้วยความเวทนาที่เจือด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ในฐานะแพทย์... ข้าไม่เคยปล่อยให้คนไข้ต้องทรมานนานเกินไป" ไป๋ลี่หลินกล่าวพึมพำกับตนเอง นางสะบัดมือ หยิบเข็มเงินเล่มยาวที่ซ่อนไว้ในมวยผมออกมาอย่างรวดเร็ว ปักลงบนจุดชีพจรสำคัญสามจุดบนร่างของชุนฮวาเพื่อชะลอการกระจายตัวของพิษ ไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตนางให้หายขาด แต่เพื่อทำให้นางตื่นรู้และรับรู้ความเจ็บปวดทุกวินาทีจนกว่าจะถึงขีดสุด!
"แค억... พระ... พระชายา ไว้ชีวิต... บ่าว..." ชุนฮวาน้ำตาไหลพราก ร่างกายเจ็บปวดราถูกไฟแผดเผา พิษกำลังเล่นงานอวัยวะภายใน แต่นางกลับยังไม่ตาย นางยังคงมีสติรับรู้ทุกความทรมาน
"เก็บคำขอร้องนี้ไว้บอกคุณหนูรองของเจ้าเถอะนะ..." ไป๋ลี่หลินย่อกายลงกระซิบข้างหูของสาวใช้ที่นอนหายใจรวยริน น้ำเสียงของนางแผ่วเบาแต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงยมทูต "บอกนางด้วยว่า... ของขวัญต้อนรับที่นางส่งมา ข้า 'รับไว้' และจะส่งคืนกลับไปให้สิบลเท่าพันทวี"
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องนอนไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังลมอันรุนแรง กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นโบราณก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น
ท่านอ๋องมู่หรงเฉิน... บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามผู้ไร้หัวใจและเยือกเย็นที่สุดในแคว้น ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสภาพห้องที่โกลาหล ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของสาวใช้ที่นอนชักดิ้นชักงอใกล้ตาย และหยุดลงที่สตรีร่างบางผู้ยืนถือเข็มเงินเปื้อนเลือดด้วยท่าทางสง่างามไร้ความเกรงกลัว
มุมปากหยักลึกของมู่หรงเฉินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มิได้บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับอันตรายยิ่งกว่าพายุฝนกลางฤดูหนาว
"ชายาเอกของข้า... ดูเหมือนเจ้าจะทำให้เรือนหลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมามากทีเดียว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยียบเย็น ขณะที่สายตาดุดันคู่นั้นจดจ้องนางไม่วางตา
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางทะลุมิติมา ณ ที่นี้นะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 2
ถ้วยชาพิษกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!