กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ในห้องทรงอักษรหาได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่ ตรงกันข้าม ความเงียบงันอันหนักอึ้งระหว่างคนทั้งสองกลับคล้ายคมดาบที่เคลือบด้วยยาพิษไร้สีไร้กลิ่น
ไป๋ลี่หลินมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษสมุนไพรในมือ แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในค่ายทหารประจิมจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของนางแล้วก็ตาม ปลายพู่กันขนกระต่ายสีขาวบริสุทธิ์จรดลงบนกระดาษสาอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกเส้นสายที่นางตวัดลงไปล้วนบอกถึงความแม่นยำของแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"เจ้ากำลังทำสิ่งใด?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามราตรีเอ่ยขึ้น เย็นเยียบจนเกล็ดน้ำแข็งแทบจะเกาะกุมริมฝีปากของมู่หรงเฉิน ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองร่างบางที่อยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีครามเข้ม—ชุดที่นางเลือกสวมใส่ด้วยตนเองเพื่อแสดงถึงความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่ไม่อาจถูกเหยียบย่ำ
ไป๋ลี่หลินค่อยๆ วางพู่กันลงอย่างใจเย็น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากมิได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันอันล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสง่างาม
"ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันกำลังเขียนใบสั่งยา... และอาจรวมถึง 'ใบหยขาด' หากท่านยังคงมีพฤติกรรมไร้สติปัญญาเช่นเมื่อวาน"
คำพูดนั้นสาม10คำ ทว่าเฉียบคมดั่งมีดสั้นที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ มู่หรงเฉินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที ในสายตาของคนนอก ชายานอกคอกผู้นี้เป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่ถูกบิดามารดาทอดทิ้งและส่งมาแต่งงานเพื่อเป็นตัวประกันทางการเมือง ทว่ายามนี้ สตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขากลับมีประกายบางอย่างในดวงตา—ประกายแห่งความมั่นใจที่แม้แต่ขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักยังไม่กล้าแสดงต่อหน้าเขา
"บังอาจ!" มู่หรงเฉินก้าวประชิดตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะหนังสีดำสนิทแผ่ไอความกดดันจนน่าอึดอัด มือหนาเอื้อมไปบีบคางบางของนางไว้แน่น "เจ้าคิดว่าความตายอยู่ไกลจากเจ้าแค่ไหนกัน ไป๋ลี่หลิน? แค่เพียงข้าขยับนิ้วเดียว หัวบนบ่าของเจ้าก็หลุดจากร่างได้แล้ว"
ทว่า ไป๋ลี่หลินหาได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแต่เอียงคอมองเขาเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทราวกับแพรไหมไหวระต้นคอขาวผ่อง กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของสมุนไพรจีนโชยเข้าจมูกของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขากระตุกวูบไปชั่วขณะ
"ท่านอ๋องจะฆ่าหม่อมฉันด้วยเหตุผลใดเล่า? เพราะหม่อมฉันรักษาอาการพิษในค่ายทหารจนดีขึ้น หรือเพราะหม่อมฉันไม่ก้มหัวยอมจำนนต่อคำขู่โง่เขลาของท่าน?" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลมโตกลับทอประกายท้าทาย "คนโง่เท่านั้นที่สังหารหมอผู้กุมความลับเรื่องพิษในกองทัพ หากท่านลงมือตอนนี้ เกรงว่าทหารนับหมื่นในค่ายคงต้องตายเพราะพิษกำเริบตามหม่อมฉันไป... ท่านจะยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนั้นหรือ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หากแต่มันคือการปะทะกันของพลังอำนาจสองขั้ว มู่หรงเฉินจ้องมองดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ภายในนั้น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างดั่งหินผากลับรู้สึกราวกับถูกค้อนเหล็กหลอมละลาย
นี่น่ะหรือคือสตรีที่เขาเคยเมินเฉย? นี่น่ะหรือคือชายาที่อนุรัตน์ในเรือนหลังบอกว่าเป็นเพียงดอกไม้ไร้ค่าริมทาง?
สตรีผู้กำลังยืนเผชิญหน้ากับแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันผู้นี้ กลับมีความงดงามที่แปลกประหลาด—งดงามดั่งดอกไม้พิษที่เติบโตบนหน้าผาสูงชัน ยิ่งอันตราย ยิ่งน่าค้นหา และยิ่งทำให้อยากเด็ดดมมาครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว
มู่หรงเฉินขบกรามแน่น แรงบีบที่คางบางคลายลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาลูบไล้ผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มโดยสัญชาตญาณ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุร้ายคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง
"เจ้าช่าง... ปากเก่งเสียจริง" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปากของนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของไป๋ลี่หลินสะดุดไปจังหวะหนึ่ง ทว่านางก็รีบดึงสติกลับมาทันที
"ขอบพระทัยที่ชมเพคะ ท่านอ๋อง" นางยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างอย่างถือดี "แต่รบกวนท่านอ๋องช่วยถอยห่างออกไปสามก้าวด้วย หม่อมฉันไม่ชอบให้สุนัขป่าเข้ามาใกล้ในระยะประชิดตัวเกินไปนัก"
"เจ้าว่าใครเป็นสุนัขป่า?" มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขากล้าถึงเพียงนี้? ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก—ความรู้สึกที่คล้ายกับความสนใจ... และความปรารถนาที่จะสยบพยัคฆ์สาวตัวนี้ให้อยู่หมัด
ทันใดนั้น เสียงฝีรบกวนรีบร้อนก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องทรงอักษร ตามมาด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงา
"ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แม่ทัพตระกูลจ้าวส่งม้าเร็วถือราชโองการลับจากเมืองหลวงมาถึงหน้าค่ายแล้ว และ... และคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยเดินทางมาถึงค่ายประจิมด้วยรถม้าส่วนตัว พร้อมกับราชโองการสมรสพระราชทานฉบับใหม่พ่ะย่ะค่ะ!"
สีหน้าของมู่หรงเฉินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นอีกระลอก ทว่าในขณะเดียวกัน หางตากลับเหลือบมองไปที่ไป๋ลี่หลิน—สตรีผู้ยังมีสีหน้าราบเรียบราวกับคาดการณ์เรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว
ไป๋ลี่หลินค่อยๆ หันกลับมามองเขา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้อากาศในห้องเย็นเยือกยิ่งกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่า... 'อนุรัก' ของท่านอ๋อง จะมาช่วยให้หม่อมฉันตัดสินใจเรื่องใบหย่าง่ายขึ้นเสียแล้วกระมังเพคะ"
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่รักทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางทะลุมิติมาดื่มด่ำกลิ่นอายความรักและความขัดแย้งอันเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 7
สายตาที่เปลี่ยนไปของท่านอ๋อง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!