ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 30

ถ้วยชาสลับรัก

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“หากว่าจอกนี้คือความบริสุทธิ์ใจของคุณหนูรอง… ไฉนเลยมือที่ถือถ้วยจึงสั่นเทาจนระรินของเหลวสีชาดหยดลงบนพรมปักลายหงส์ทองเช่นนั้นเล่าคะ?” น้ำเสียงหวานใสดุจดั่งกระดิ่งหยกกังวานก้องไปทั่วตำหนักรับรอง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความหนาวยะเยือกเสียยิ่งกว่าสายลมเหมันต์ ไป๋ลี่หลินแย้มรอยยิ้มบางเบา ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองสตรีตรงหน้าที่กำลังหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ปิ่นปักผมทองคำประดับไข่มุกราตรีสั่นไหวตามแรงหอบหายใจระส่ำระสายของจ้าวเฟยเฟย บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงเข็มตก แม้กระทั่งทหารองครักษ์ด้านนอกยังไม่กล้าหายใจแรง กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านมาจากร่างสูงสง่าของท่านอ๋องมู่หรงเฉิน ผู้ประทับนั่งนิ่งสนิทดั่งพญาอินทรีผู้มองเหยื่อในกรงขัง พระเนตรคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ สมกับฉายา ‘เทพสงครามผู้ไร้หัวใจ’ ที่ผู้คนต่างขนานนาม แต่ทว่า… ปลายหางตาของท่านอ๋องกลับทอดมองไปยังแผ่นหลังบางของชายาเอกด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะล่วงรู้ สตรีในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีเพลิงผู้นี้ ไม่เคยทำให้พระองค์ต้องผิดหวังในเล่ห์กลและสติปัญญาเลยสักครา “พระชายา… หม่อมฉัน… หม่อมฉันเพียงแต่ตื่นเต้นที่ได้ถวายการรับ ──” จ้าวเฟยเฟยพยายามละล่ำละลักแก้ตัว ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว นางวางแผนมาอย่างแยបคายในการลอบปลิดชีพสตรีที่เป็นเสี้ยหนามหัวใจ ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นชนิดนี้ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ไม่อาจตรวจจับได้ทันท่วงที หากแต่นางลืมไปว่า… สตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้หาใช่กุลสตรีในห้องหอผู้โง่เขลา หากแต่คือแพทย์อัจฉริยะผู้มองทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างโมเลกุลของพิษร้ายตั้งแต่กลิ่นแรกที่ลอยแตะนาสิก “ตื่นเต้น หรือว่าร้อนรนจนอยากเห็นข้าดื่มยามรณะถ้วยนี้กันแน่คะ?” ลี่หลินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวสง่างามดั่งนางพญาผู้กุมชะตากรรมของสรรพสิ่ง นางยื่นมือเรียวบางออกไปคว้าถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ที่จ้าวเฟยเฟยถือไว้มั่น ทว่าด้วยแรงปะทะที่คำนวณมาอย่างแม่นยำและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทำให้เกิดการปัดป้ายสลับถ้วยชาอย่างแนบเนียนในพริบตาเดียว “ในเมื่อคุณหนูรองมีความตั้งใจจริงถึงเพียงนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและกระชับไมตรีระหว่างตระกูลของเรา…” ลี่หลินส่งถ้วยชาอีกใบที่บรรจุยาพิษมฤตยูคืนให้แก่หญิงสาว พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่งดงามหยดย้อยแต่กลับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ผู้พบเห็น “เชิญดื่มเถิดค่ะ ถ้วยนี้… ข้าขอ ‘มอบคืน’ ให้ท่านด้วยความยินดีอย่างยิ่ง” ดวงตาของจ้าวเฟยเฟยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือของนางกลับถูกองครักษ์เงาของท่านอ๋องที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับภูตผี กดตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่นหนาจนขยับไม่ได้ “มะ… ไม่นะเพคะ! พระชายา หม่อมฉันไม่ดื่ม! ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ ท่านอ๋อง! ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!” มู่หรงเฉินเพียงแต่ปรายตามองด้วยความรังเกียจ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวกับประกาศิตจากยมโลก “ชายาของเปิ่นหวังพูดสิ่งใด ย่อมเป็นประกาศิตในตำหนักนี้ หากนางบอกให้เจ้าดื่ม เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” “ดื่มสيคะ คุณหนูรอง… อย่าปล่อยให้ความหวandดีของท่านสูญเปล่าเลย” ลี่หลินโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เฉียบคมรา هاมีดกรีดแทงหัวใจ “คนเล่นกับไฟ ย่อมต้องแผดเผาด้วยเปลวเพลิงของตนเอง… นี่คือบทเรียนแรกที่ข้าพเจ้าอยากสอนท่านในฐานะ ‘พี่สะใภ้’ ค่ะ” ด้วยแรงบังคับจากองครักษ์และสติที่แตกกระเจิง จ้าวเฟยเฟยถูกบีบให้กรอกของเหลวสีชาดลงคอ อึกนั้นกลืนลงไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ถูกกลืนหายด้วยความทรมานทันที ร่างบางดิ้นรนทุรนทุรายบนพื้นพรม เลือดสีดำคล้ำกระอักออกมาจากริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มเย่อหยิ่ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนที่ร่างนั้นจะแน่นิ่งไปท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้องโถง ผู้ชมรอบด้านต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ ความเด็ดขาดและเลือดเย็นภายใต้รอยยิ้มอันงดงามของพระชายาไป๋ลี่หลิน ทำให้เหล่าขุนนางและอนุในเรือนหลังต่างตระหนักได้ทันทีว่า อำนาจที่แท้จริงในตำหนักอ๋องแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครอื่น นอกจากสตรีผู้กุมความเป็นความตายไว้ในกำมือผู้นี้ ลี่หลินยืนตรงอย่างสง่างาม นางปัดเศษฝุ่นละอองที่ปลายแขนเสื้อเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคมกริบทรงอำนาจของสวามี มู่หรงเฉินมิได้กล่าวสิ่งใด พระองค์เพียงแต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวพระบาทเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมพระหัตถ์หนามาโอบเอวบางของชายาเข้ามาแนบชิด สัมผัสอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจอย่างล้นพ้นฉายชัดผ่านแววตา “เจ้าเล่นสนุกเกินไปแล้วกระมัง ชายาข้า…” สุรเสียงกระซิบพร่าทุ้มแนบชิดริมฝีปากของนาง ขณะที่รอยยิ้มมุมพระโอษฐ์ปรากฏขึ้นอย่างหายาก “หม่อมฉันเพียงแต่ปกป้องตัวเองจากแมลงร้ายต่างหากล่ะคะ ท่านอ๋อง…” ลี่หลินแหงนพักตร์ขึ้นตอบโต้ด้วยแววตาท้าทายและเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองหลอมรวมกันจนแทบจุดไฟในอากาศ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยชัยชนะนั้นเอง… เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของขันทีหลวงผู้ดูแลพระราชสำนักที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบพื้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้… ทรงมีรับสั่งให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์บูรพา และ… และให้ควบคุมตัวพระชายาเข้าคุกหลวงในข้อหาวางยาพิษขุนนางโดยเจตนาพ่ะย่ะค่ะ!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งเกมอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%