กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ส่งไอร้อนระอุคุกรุ่น แต่มันมิอาจเทียบเท่ากับความเดือดพล่านในสายตาของไป๋ลี่หลินยามที่นางกวาดสายตามองเอกสารและหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากหอเก็บบันทึกสำนักราชเลขาธิการ แสงตะเกียงน้ำมันพฤกษ์วับแวมสาดส่องเงาร่างบอบบางในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเหมันต์สีนวลตา นางมิได้มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความนิ่งงันของนางกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพายุฝนกลางฤดูร้อน
นิ้วเรียวดั่งลำ hulu หยกขาวพลิกกระดาษแผ่นสุดท้าย ซึ่งบันทึกรายชื่อสมุนไพรหายากและสารพิษเจือจางที่ถูกเบิกออกไปจากคลังยาหลวงโดยมีตราประทับส่วนตัวของตระกูลจ้าวรองรับอย่างชัดเจน
"จ้าวเฟยเฟย... เจ้าช่างขยันขันแข็งในการขุดหลุมฝังศพให้ตนเองเสียจริงนะคะ"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่แย้มยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง ไป๋ลี่หลินในยามนี้มิใช่เพียงแพทย์หญิงผู้ใช้เข็มเงินช่วยชีวิตคน ทว่าคือกุนซือผู้กุมชะตากรรมของศัตรูไว้ในกำมือ ทุกตัวอักษรบนกระดาษเหล่านี้คือหยดเลือดและคราบน้ำตาที่อีกฝ่ายเคยฝากไว้บนเส้นทางเรือนหลังของจวนอ๋อง และบัดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าหนี้จะต้องทวงคืนทั้งต้นและดอกแล้วค่ะ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้าเล็บซ่อนลาย ปรากฏกายขึ้นราวกับภูตพรายที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด มู่หรงเฉินกวาดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองสตรีที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แววตาเยือกเย็นคู่นั้นทอประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่งยามเมื่อทอดมองภรรยาคู่ชีวิต ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออก1มายังคงราบเรียบและดุดันตามนิสัย
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ยอมดับตะเกียงพักผ่อนอีก ชายาข้า"
ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตาพระสวามี รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปาก นางเลื่อนกล่องไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรไปตรงหน้าเขา "หม่อมฉันเพียงแต่กำลังตรวจดูบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนเราเสียหน่อยเพคะ... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าบัญชีแค้นของคนบางคนต่างหาก"
มู่หรงเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจางๆ ของสนธยาผสมผสานกับกลิ่นชาอุ่นๆ เขาหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาพินิจด้วยสายตาคมปลาบ เพียงกวาดตาผ่านชั่วครู่ มุมปากหยักลึกก็เหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
"เจ้าถึงกับไปรื้อฟันเฟืองลับของสำนักราชเลขาธิการเชียวหรือ? ดูท่า... แมวป่าตัวนี้คงกางกรงเล็บเตรียมตะปบเหยื่อจนมุมแล้วกระมัง"
"ฝ่าบาททรงประเมินหม่อมฉันต่ำไปแล้วเพคะ" ไป๋ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงไฟ "คนอย่างไป๋ลี่หลิน หากไม่ลงมือ ก็จงอย่าหวังว่าจะรอดชีวิตกลับไปได้ หลักฐานชิ้นนี้... คือสำเนาบัญชีการสั่งซื้อหญ้าอัคคีพิษเมื่อสามปีก่อน ซึ่งตรงกับช่วงที่มารดาเลี้ยงของจ้าวเฟยเฟยเคยถวายงานในตำหนักในพอดี และตัวนางเองก็เป็นผู้ลงนามเบิกยาด้วยลายมือตนเอง"
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดุจใบมีด
"หลักฐานชิ้นนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ต่อให้ตระกูลจ้าวจะใช้เส้นสายฟ้าแลบสักเพียงใด ก็มิอาจดึงคอเสื้อตนเองหลุดพ้นจากข้อหา 'ลอบวางยาพิษสมาชิกราชวงศ์' ไปได้หรอกเพคะ"
มู่หรงเฉินหันมามองสตรีตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความพึง2ใจและลุ่มหลงอย่างปิดไม่มิด บุรุษผู้เย็นชาต่อโลกหล้าผู้นี้ พ่ายแพ้ราบคาบให้กับความเฉลียวฉลาดและท่าทีองอาจที่มิยอมก้มหัวให้ผู้ใดของนาง เขายื่นมือหนาไปกอบกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้ บีบเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน
"หากเจ้าต้องการจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อสะสางบัญชีนี้ ข้าจักเป็นผู้ถือดาบเบิกทางให้เจ้าเอง ลี่หลิน... ใครหน้าไหนที่กล้าบังอาจทำร้ายเจ้า มันผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ด้วยเลือด"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมกันไว้สะท้อนถึงความมั่นคงดุจหินผา ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเตรียมกระชากหน้ากากคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยในงานเลี้ยงรับรองพระราชوังคารในวันพรุ่งนี้ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบสงบลงทันที!
"กราบทูลท่านอ๋อง! พระชายา!" เสียงขันทีสนิทหน้าตาตื่นตระหนกดังลอดเข้ามาด้วยความหวาดกลัว "ด่วน... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ส่งตรงถึงห้องทรงพระอักษร... และ..."
ขันทีผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งตำหนักแทบหยุดนิ่ง
"และ... มีราชองครักษ์เสื้อแพรนำตัวคุณหนูรองจ้าวเฟยเฟยเข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน นาง... นางเป็นผู้ชิงกราบทูลกล่าวหาว่าพระชายาไป๋ลี่หลินทรงเป็นผู้แอบอزพยคลังยาหลวงและสะสมยาพิษไว้ลอบปลงพระชนม์ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!"
ถ้วยชาในมือของไป๋ลี่หลินชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่ยังคงประดับอยู่บนริมฝีปาก ทว่าดวงตากลับหรี่แคบลงวูบหนึ่งอย่างอันตราย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งเกมอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า•ตอนที่ 31
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าซึม เดี๋ยวหมอสาวจะพาไปหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!