กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 2

ประกายอัคคีแรกพบ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
หุบผาอัคคีผลาญนภาในยามนี้มิได้ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงธรรมดา หากแต่ถูกย้อมให้กลายเป็นสีชาดอันน่าสะพรึงกลัวจากจิตสังหารที่พวยพุ่งทะลักทลายราวกับเขื่อนพังทลาย "เจ้าบังجอาจนัก... คิดจะใช้กระบี่เล่มนั้นท้าทายกฎแห่งดินแดนเซียนเช่นนั้นหรือ?" สุ้มเสียงเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งพันปีดังขึ้น ทะลวงผ่านม่านหมอกเพลิงที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง หลี่ชิงหลาน นางพญาเซียนแห่งตำหนักอัคคีผลาญฟ้า ยืนหยัดอยู่บนแท่นหินอัคคีบรรพกาล ร่างระหงในอาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์สวรรค์สะท้อนประกายแสงเจิดจรัส ทว่าแววตาคู่คมกลับปรากฏร่องรอยของความหวั่นไหวที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อน เบื้องหน้าของนางคือ ไป๋อวิ๋นเฟิง บุรุษหนุ่มผู้ถือครองกระบี่เหมันต์นิรันดร์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงกดดันของลมปราณที่แผ่ซ่าน ร่างกายของเขายืนหยัดอย่างทะนงองอาจ ไม่ก้มหัวให้แม้กระทั่งสวรรค์เบื้องบน ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่คู่นั้นจ้องมองนางพญาเซียนโดยมิได้สะท้านสะเทือนต่อเพลิงผลาญนภาที่รายล้อมรอบกาย วิถีกระบี่ของเขาคือความตายและความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งวิญญาณ ทว่านางกลับเป็นผู้ควบคุมเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุดในสามภพ การพบกันของทั้งสองจึงมิใช่เพียงการประลองฝีมือ หากแต่เป็นการปะทะกันระหว่างสัจธรรมสองขั้วที่ไม่มีวันบรรจบ ชิ้ง! เสียงโลหะเสียดสีกับฝักกระบี่ดังบาดแก้วหู ไป๋อวิ๋นเฟิงขยับกายเพียงเล็กน้อย แต่คลื่นความเย็นยะเยือกนับหมื่นสายก็แผ่ขยายออกไปทันchot ดับรัศมีเพลิงสีชาดที่รายล้อมรอบตัวหลี่ชิงหลานลงไปในพริบตา ละอองน้ำค้างแข็งก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นเกล็ดกระบี่นับแสนเล่มที่พร้อมจะพุ่งทะยานเข้าสังหารศัตรู "กฎแห่งดินแดนเซียนมีไว้ให้ผู้ที่อ่อนแอยึดถือ... หาใช่ข้า ไป๋อวิ๋นเฟิง ไม่" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง ก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบผา ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกน้ำแข็ง "หากตำหนักอัคคีผลาญฟ้าของเจ้าต้องการขวางทางแค้นของข้า วันนี้ต่อให้เป็นเงาของทัณฑ์สวรรค์ ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีก!" หลี่ชิงหลานแค่นหัวเราะเบาๆ ทว่าแววตาที่มองบุรุษผู้นี้กลับซ่อนความรู้สึกซับซ้อนเอาไว้ นางผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน เหยียบย่ำอยู่บนจุดสูงสุดของเซียนผู้โดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน ไม่เคยมีชายใดกล้าสบตานางด้วยความทะนงตนถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น... พลังกระบี่เหมันต์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของนางให้ไหววูաբดั่งคลื่นใต้น้ำ "รนหาที่ตาย..." นางพญาเซียนสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง เปลวเพลิงสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลอมรวมเป็นหอกอัคคีความยาวนับร้อยวา พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ ตู้มมม! แรงปะทะระหว่างไอเย็นนิรันดร์และอัคคีผลาญฟ้าทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาขนาดมหึมาแตกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา ไป๋อวิ๋นเฟิงไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาตวัดกระบี่ในมือขึ้นรับการโจมตีอย่างแม่นยำ ประกายไฟและเกล็ดน้ำแข็งกระเซ็นสาดกระเด็นราวกับดอกไม้ไฟแห่งความตายที่เบ่งบานกลางนภา ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ทั้งสองเล่มเข้าประชิดกัน ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันอย่างแนบแน่น ระยะห่างที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจและไอพลังปราณที่ร้อนระอุและหนาวเหน็บผสมผสานกัน หลี่ชิงหลานพลันรู้สึกราวกับว่าหัวใจที่เคยปิดตายของนางกำลังถูกคมกระบี่ของเขาเฉือนผ่านอย่างช้าๆ มิใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อสลักชื่อของเขาลงไปในวิญญาณ *เหตุใด... เหตุใดหัวใจเซียนของข้าจึงเต้นระรัวยามที่อยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้?* นางพญาเซียนลอบถามตัวเองในใจ ขณะที่กระแสพลังปราณในร่างปั่นป่วนอย่างรุนแรงจากการฝืนสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังปะทุขึ้นมา ทว่าก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยคำใด บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนแปรเป็นความมืดมิดสนิท "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงหัวเราะแหบแห้งอันชั่วร้ายดังแทรกขึ้นมาจากความว่างเปล่า หมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งปกคลุมหุบผาอัคคีผลาญฟ้าในพริบตา มู่หรงเฟย ผู้อาวุโสพรรคมარมารสวรรค์ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ร่างของเขาปกคลุมด้วยไอพิษสีเขียวเข้ม ในมือถือลูกแก้วโลหิตที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับล้าน ไป๋อวิ๋นเฟิงและหลี่ชิงหลานผละออกจากกันโดยสัญชาตญาณ รังสีฆ่าฟันพุ่งเป้าไปที่ผู้มาใหม่ทันที "มู่หรงเฟย... เจ้ากล้าโผล่หัวออกมาจากหลุมซ่อนตัวแล้วหรือ?" ไป๋อวิ๋นเฟิงหรี่ตาลงอันตราย คมกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้งจากอดีตอันเจ็บปวด มู่หรงเฟยฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตากวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาราวกับผู้ชนะ "ข้ามิได้มาเพื่อชมการเล่นสนุกของพวกเจ้า... แต่ข้ามาเพื่อเอาคัมภีร์บรรพกาล และที่สำคัญที่สุด... ดวงใจเซียนของนางพญาหลี่ชิงหลาน เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการเปิดประตูสู่สามภพต่างหาก!" สิ้นเสียงคำรามของมู่หรงเฟย คลื่นพลังมารสีดำมืดมิดก็ระเบิดออกครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ท้องฟ้าเหนือหุบผาแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด อักขระเวทโบราณนับหมื่นปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปิดตายเส้นทางหนีของทั้งสองคนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ --- *ชิงเสวี่ยเหมันต์*
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%