โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ สะท้อนแสงจันทร์สีครามจนเกิดประกายระยิบระยับดุจเกล็ดน้ำค้างบนยอดเขาหมื่นปี
ความเงียบงันในหุบเขาไร้ลักษณ์ราวกับถูกแช่แข็งด้วยพลังปราณอันหนתอเหน็บจนแทบหยุดหายใจ รอบกายของไป๋อวิ๋นเฟิงเต็มไปด้วยซากศพของเหล่ามือสังหารจากพรรคมารสวรรค์ ร่างทุกร่างแข็งค้างด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าจัดที่กัดกินจากภายใน ลามเลียผิวเนื้อและกระดูกจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
"ฝีมือกระบี่น้ำค้างแข็งนิรันดร์... ร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ ไป๋อวิ๋นเฟิง"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องมาจากความมืดเบื้องบน พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ร่อนลงมาดั่งภูตผี มู่หรงเฟย ผู้อาวุโสแห่งพรรคมารสวรรค์แย้มยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความริษยาและกระหายใคร่รู้ "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิถีกระบี่ที่โดดเดี่ยวของเจ้า จะทานทนต่อคลื่นพลังแห่งบรรพกาลที่กำลังจะกลืนกินสามภพได้?"
ไป๋อวิ๋นเฟิงไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา ดวงตาคมปลาบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่คมกระบี่ในมือ ปราณเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ยังคงคุกรุ่นอยู่รอบกาย คล้ายดั่งพายุหิมะที่รอเวลาคำราม ความทะนงตนแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังที่ตั้งตรงดุจยอดสนทนากลางพายุ
"มู่หรงเฟย... เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว" น้ำเสียงของไป๋อวิ๋นเฟิงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมกระบี่ "หนี้เลือดที่พรรคมารของพวกเจ้าฝากไว้เมื่อสามปีก่อน วันนี้... ข้าจะใช้ความหนาวเหน็บนี้ทวงคืนทีละส่วน"
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋อวิ๋นเฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตพราย!
*เพล้ง!*
ประกายไฟสีฟ้าและสีดำปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยลี้ต่างถูกแช่แข็งและแหลกสลายในพริบตาเดียว วิชา 'กระบี่ผลาญนภา' ของมู่หรงเฟยรวดเร็วและดุดันราวกับเปลวเพลิงโลกันตร์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล ทว่าทุกครั้งที่เข้าใกล้ไป๋อวิ๋นเฟิง เปลวเพลิงเหล่านั้นกลับถูกความเย็นเยียบของกระบี่เหมันต์สกัดกั้นจนมอดไหม้กลายเป็นไอหมอก
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดตระการตา ท้องน่ายามวิกาลราวกับถูกฉีกออกเป็นสองเสี่ยงด้วยแสงสีฟ้าและสีดำที่เข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่ยอมลดละ
ณ ยอดผาสูงชันเบื้องบน หลี่ชิงหลาน นางพญาเซียนแห่งตำหนักอัคคีผลาญฟ้า ยืนสง่างามอยู่ท่ามกลางสายลมราตรี อาภรณ์สีแดงเพลิงปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นเรียบเฉยเยือกเย็น ดั่งรูปสลักหยกที่ไม่มีวันละลาย ทว่านัยน์ตาคู่หงส์กลับจับจ้องไปยังร่างของบุรุษเบื้องล่างด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างลึกซึ้ง
นางไม่เคยชายตามองผู้ใดในใต้หล้า วิถีเซียนของนางคือความโดดเดี่ยวและสูงส่ง ทว่าหัวใจดวงนี้กลับยอมสยบให้กับบุรุษผู้ถือกระบี่เหมันต์ผู้นี้เพียงผู้เดียว...
"อวิ๋นเฟิง... ระวังด้านซ้าย!" หลี่ชิงหลานพึมพำกับตนเองเบาๆ เมื่อเห็นเงาสีดำสายหนึ่งลอบเร้นเข้ามาด้านหลังของเขา
ทว่า ไป๋อวิ๋นเฟิงหาได้ต้องการคำเตือนไม่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย้ยหยัน เขาพลิกตัวกลางอากาศอย่างงดงามราวกับมังกรทะยานฟ้า กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งสมบูรณ์แบบ ปลดปล่อยคลื่นปราณเหมันต์ระลอกใหญ่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมพุ่งเข้าใส่เงาสีดำนั้นทันที!
*อ๊ากกก—!*
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่น ร่างของมือสังหารอีกรายถูกแช่แข็งกลางอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
มู่หรงเฟยใบหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม พลังปราณของไป๋อวิ๋นเฟิงในยามนี้รุดหน้าไปไกลเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก ความหนาวเหน็บนี้มิใช่แค่ทำลายร่างกาย แต่มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ให้ดิ่งลงสู่นรกอเวจี
"แก... สัตว์ประหลาด!" มู่หรงเฟยคำรามด้วยความเคียดแค้น มือทั้งสองข้างประทับรอยผนึกอักษรโบราณ พลังมารสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดึงดูดเมฆหมอกทมิฬให้ปกคลุมไปทั่วสารทิศ "ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าจะพาเจ้าลงนรกไปพร้อมกับข้า!"
ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม สายฟ้าสีดำคำรามกึกก้อง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณกดทับลงมาจนพื้นดินรอบบริเวณยุบตัวลงเป็นหลุมลึก มู่หรงเฟยกำลังจะใช้กระบวนท่าต้องห้ามเพื่อแลกกับชีวิตของไป๋อวิ๋นเฟิง!
หลี่ชิงหลานขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย รัศมีเพลิงสีชาดรอบกายระเบิดออกอย่างรุนแรง นางเตรียมจะสะบัดแขนเสื้อเข้าแทรกแซงการต่อสู้เพื่อปกป้องเขา แม้ว่ามันจะผิดกฎแห่งการประลองยุทธ์ก็ตามที
ทว่า ไป๋อวิ๋นเฟิงกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปรามโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า เขาเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ท่ามกลางพายุเพลิงมารที่กำลังโถมเข้าใส่
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... เป็นความเงียบก่อนที่พายุคลั่งจะคำราม
*คลิก* — เสียงคมกระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้วดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกผู้คนในรัศมีพันลี้
มู่หรงเฟยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่แท้จริง—กลิ่นอายที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องสั่นสะท้าน
"วิชากระบี่เหมันต์นิรันดร์... ดาราดับสูญ"
แสงสีฟ้าบริสุทธิ์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ผืนฟ้า ผ่ากลางเมฆหมอกทมิฬและเปลวเพลิงมารจนสลายหายไปในพริบตาเดียว ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รอยแยกมิติสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังร่างของมู่หรงเฟย พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเงียบเชียบ...
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 1
เงากระบี่กลางเหมันต์
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!