กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 3

เส้นทางบำเพ็ญที่สวนทาง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
เสียงระเบิดกัมปนาทของค่ายกลเพลิงโลกันตร์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่หยาดโลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบกับพื้นศิลาเย็นเยียบ เกิดเป็นเสียงสะท้อนที่บาดลึกถึงขั้ววิญญาณ “หากท่านยังคงดะทะเดินหน้าด้วยวิถีกระบี่ทื่อๆ เช่นนี้ เกรงว่าพวกเราคงไม่ต้องรอให้มู่หรงเฟยมาเด็ดหัว ทะเลสาบโลหิตเบื้องหน้าก็คงกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกเราเสียก่อนแล้วค่ะ” สุ้มเสียงเยือกเย็นกังวานดุจหยกกระทบกันดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำลี้ลับแห่งหุบเขาอัคคีผลาญฟ้า หลี่ชิงหลาน นางพญาเซียนผู้เลอโฉมแต่ทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ปรายตามองบุรุษหนุ่มที่กำลังนั่งโคจรปราณรักษาอาการบาดเจ็บด้วยแววตาที่ซับซ้อน นางอยู่ในชุดอาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์เพลิงลอยล่อง แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจะปรากฏบนดวงพักตร์งดงามล่มเมือง แต่นางก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามเย่อหยิ่งตามวิถีแห่งเซียนผู้สูงส่ง ไป๋อวิ๋นเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ฉายประกายคมกริบดุจคมกระบี่เหมันต์นิรันดร์ที่ถูกชักออกจากฝัก เขาไม่แม้แต่จะชายตามองบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของตนเอง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน “วิถีกระบี่ของข้า จะทื่อหรือแหลมคม ย่อมขึ้นอยู่กับว่าปลายกระบี่นั้นชี้ไปที่ผู้ใด... หลี่ชิงหลาน หากเจ้าทนความยากลำบากของการหลบหนีร่วมกับข้าไม่ไหว เช่นนั้นก็เชิญเดินกลับไปยอมจำนนต่อมู่หรงเฟยเสียเถอะค่ะ ข้าไป๋อวิ๋นเฟิงไม่เคยร้องขอให้ผู้ใดมาเมตตาอยู่แล้ว” คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและทิฐิอันแรงกล้า ทำให้แววตาคู่คมของนางพญาเซียนไหววูบชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวและน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่นางสะกดมันไว้ด้วยการสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง เปลวเพลิงสีชาดก็ลุกโชนขึ้นรอบกายจนอุณหภูมิภายในถ้ำร้อนระอุขึ้นทันตาเห็น “ไป๋อวิ๋นเฟิง! เจ้าคิดว่าข้ามาลำบากร่วมกับเจ้าเพราะความเวทนาอย่างนั้นหรือคะ?” หลี่ชิงหลานก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวคมปราณเหมันต์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม “ท่ามกลางสามภพนี้ มีผู้คนนับล้านที่พร้อมจะก้มหัวให้พรรคมารสวรรค์ มีเซียนผู้ยิ่งใหญ่มากมายที่ยอมจำนนเพื่อรักษาชีวิต แต่เจ้า... บุรุษผู้โง่เขลาที่แบกรับความแค้นไว้เต็มบ่าผู้นี้ กลับเป็นคนเดียวที่กล้าชักกระบี่ใส่ฟ้าดิน... และนั่นคือเหตุผลที่ข้า... ยอมละทิ้งทุกสิ่ง เพื่อเดินเคียงข้างเจ้าในเส้นทางที่แม้แต่ความตายยังต้องหลบเลี่ยง” คำสารภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นและทิฐิ ทำให้บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ความแตกต่างระหว่างปราณอัคคีผลาญฟ้าของนางและปราณเหมันต์นิรันดร์ของเขา แม้จะขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงจนราวกับไฟกับน้ำแข็ง แต่ในยามนี้ มันกลับหลอมรวมเข้าหากันอย่างน่าประหลาด ราวกับโชคชะตาได้ขีดเส้นให้ทั้งสองต้องพึ่งพาและทำลายล้างซึ่งกันและกันในคราวเดียว ไป๋อวิ๋นเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ความแข็งกร้าวในแววตาของบุรุษผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้ผู้ใดอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหลบหนีจากการตามล่า แต่เป็นการท้าทายกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ที่โหดร้าย และการมีสตรีผู้ทรงอำนาจเช่นนางอยู่เคียงข้าง... คือทั้งความสุขล้ำและภัยมหันต์ในคราเดียวกัน “เจ้าช่าง... ดื้อรั้นเสียจริงนะคะ” ไป๋อวิ๋นเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหมายจะแตะปอยผมที่เคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของนาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง... *ตูมมม!* ผนังศิลาเบื้องนอกถ้ำระเบิดออกเป็นจุล แรงระเบิดมหาศาลบดขยี้หินผาจนแหลละเอียดเป็นผุยผง เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว อาณาเขตปราณคุ้มกันที่ทั้งสองก้าวล่วงตั้งไว้ถูกทำลายลงในพริบตา เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ไอสังหารสีเลือดแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า รัศมีพลังกดดันระดับบรรพกาลทำให้กระบี่เหมันต์ในฝักของไป๋อวิ๋นเฟิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง “ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง น่าเสียดายนักที่เส้นทางบำเพ็ญของพวกเจ้าต้องมาสิ้นสุดลง ณ ที่ตรงนี้!” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวาน พร้อมกับการปรากฏตัวของมู่หรงเฟย ผู้อาวุโสพรรคมารสวรรค์ ที่ในมือถือคัมภีร์บรรพกาลเปล่งแสงสีทองอำพัน ขนาบข้างด้วยยอดฝีมืออีกนับร้อยชีวิตที่ปิดล้อมปากถ้ำเอาไว้ทุกด้านจนไม่เหลือทางหนี หลี่ชิงหลานหน้าถอดสีเล็กน้อย นางก้าวขึ้นมาขวางหน้าไป๋อวิ๋นเฟิงพร้อมกับสะบัดมือเรียกกระบี่อัคคีผลาญฟ้าออกมาไว้ในครอบครอง แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารขั้นสูงสุด แต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใด ไป๋อวิ๋นเฟิงกลับยื่นมือมาแตะที่ไหล่บางของนางเบาๆ แรงผลักอันอ่อนโยนแต่มั่นคงทำให้นางต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว บุรุษหนุ่มก้าวเดินผ่านนางออกไปเผชิญหน้ากับพรรคมารนับร้อยด้วยตัวคนเดียว ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ปลายเรียวนิ้วสัมผัสด้ามกระบี่เหมันต์ที่ข้างเอวอย่างเชื่องช้า ทว่าเด็ดเดี่ยว “มู่หรงเฟย... เจ้าคิดว่าการนำสุนัขรับใช้มานับร้อย จะเพียงพอให้เจ้าได้ครอบครองสามภพอย่างนั้นหรือคะ?” ไป๋อวิ๋นเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำกลับทรงพลังราวกับค้อนอัสนีฟาดลงกลางใจคนฟัง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกคราหนึ่ง พลังปราณเหมันต์นิรันดร์ระเบิดทะลักออกจากร่างจนน้ำค้างแข็งทั่วทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นเกล็ดกระบี่นับแสนเล่มลอยเค្វ้งคว้างกลางอากาศ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามดุจประกายน้ำแข็งแห่งห้วงลึกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในพริบตา... และในวินาทีที่คมกระบี่เหมันต์ถูกชักออกจากฝักจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู มู่หรงเฟยก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าขอบเขตเดิมของไป๋อวิ๋นเฟิงไปไกลลิบ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่อันหนาเหน็บและอัคคีจิตวิญญาณนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งเผาผลาญนภากับนางพญาเซียนผู้โดดเดี่ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%