"คมมีดเคลือบพิษอาคมระดับ S ไม่ระคายผิวของแกด้วยซ้ำ... เป็นไปได้ยังไง!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้างหลังกิลด์ฮันเตอร์ ภายในเงาจันทร์ที่ทาบทับร่างของมือสังหารระดับ A สองคนที่ถูกว่าจ้างมา ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสั่นเทาเล็กน้อยยามที่คมมีดสั้นในมือของตนงอพับราวกับตีเข้ากับแผ่นเหล็กกล้าไร้เทียมทาน ทั้งที่เป้าหมายตรงหน้าเป็นเพียงฮันเตอร์หน้าใหม่ที่เพิ่งเลื่อนระดับขึ้นมาได้ไม่นาน
รินทร์ยืนนิ่งสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวบนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่นคมองกราดมองเศษมีดที่ร่วงลงกระทบพื้นซีเมนต์อย่างไม่ใส่ใจ ไอเทมระดับ S [เกราะอัคคีทมิฬ] ที่เชื่อมต่อกับระบบผู้กล้าไต่ระดับยังคงสั่นระริกด้วยแสงสีม่วงจางๆ ใต้ร่มผ้า ป้องกันการลอบสังหารในเสี้ยววินาทีตายตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ฝีมือการลอบเร้นใช้ได้... แต่กระบวนท่าและการตัดสินใจตอนที่พลาดเป้า ดูลนลานจนเกินไปนะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รินทร์ปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อออกเบาๆ ราวกับพวกมันเป็นเพียงแค่แมลงน่ารำคาญ ไม่ใช่ภัยคุกคามถึงชีวิต
มือสังหารเบอร์หนึ่งกัดฟันกรอด แววตาฉายชัดถึงความเคียดแค้นและตื่นตระหนกในคราเดียวกัน พลังมานาในร่างถูกรีดเร้นออกมาจนเกิดเสียงหึ่งๆ อาวุธลับนับสิบเล่มถูกซัดเข้าใส่จุดตายทุกตารางนิ้วในพริบตา "ตายซะไอ้สารเลว!"
ซูมมม!
เงาร่างของรินทร์วูบไหวเพียงชั่วพริบตา ด้วยทักษะ [ก้าวพริบตาอสูร] ร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย อาวุธลับทั้งหมดปักลงบนกำแพงอิฐจนแตกละเอียดเป็นผุยผง
"หา... หายไปไหน!" มือสังหารอีกคนเบิกตากว้าง หันซ้ายหันขวาดลốcเป้าหมายด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดขั้นสูง แต่ความเร็วนั้นเหนือกว่าที่สมองจะประมวลผลทัน
หมัดหนักหน่วงราวกับค้อนยักษ์กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมือสังหารคนหลังอย่างจัง เสียงกระดูกซี่โครงหักดังกรอบสนั่นหวั่นไหว ร่างนั้นลอยละลิ่วไปกระแทกถังขยะเหล็กจนยุบยับ ก่อนจะทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น เลือดสีแดงสดทะลักออกจากมุมปากทันที
รินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเงาสังหารที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวอย่างใจเย็น รองเท้าหนังขัดเงาส่งเสียงกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ท่ามกลางความเงียบงัน
"ใครส่งพวกแกมา" รินทร์เอ่ยถามพลางเอียงคอเล็กน้อย สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่ลึกล้ำและว่างเปล่าจนอีกฝ่ายรู้สึกราวกับกำลังจ้องมองมัจจุราช
"แก... แกมันปีศาจ!" มือสังหารหวาดผวาจนถอยหลังกรูด แผ่นหลังชนเข้ากับผนังตึกอย่างไร้ทางหนี รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของรินทร์ รอยยิ้มที่ทำให้สัญชาตญาณดิบของนักฆ่ากรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด
"ปีศาจงั้นเหรอ?" รินทร์หัวנסเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะอากาศเบื้องหน้า หน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งใสปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจฆ่าระดับสูงสุด เปิดใช้งานระบบทัณฑ์ทรมานอัตโนมัติ]
[หักแต้มเหรียญทองคำขาว 50,000 เหรียญ เพื่อเรียกใช้เขตแดน [พันธนาการโลหิต]]
ฟรึ่บ!
โซ่ตรวนสีแดงฉานพุ่งทะลุก้นบึ้งของพื้นดินขึ้นมารัดตรึงร่างของมือสังหารไว้ทุกอณู ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปถึงไขกระดูกจนเจ้าตัวกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานสุดขีด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดปนความหวาดกลัว
"อ๊ากกกกก! ปล่อยกู... ได้โปรดปล่อยกู!"
"คนที่ส่งพวกแกมา... คงไม่ได้บอกสินะว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร" รินทร์ก้มตัวลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราوใบมีดโกน "กลับไปบอกมัน... ว่าฉันรออยู่ที่กิลด์หลักในวันพรุ่งนี้ เตรียมเงินค่าหัวของพวกมันไว้ให้ดี เพราะฉันจะไปทวงคืนด้วยตัวเอง"
สิ้นคำพูด รินทร์สะบัดมือเบาๆ โซ่ตรวนสลายกลายเป็นละอองแสง มือสังหารทรุดฮวบลงหมดสติทันทีด้วยพิษไข้แห่งความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ใจกลางเมือง ลินินกำลังนั่งรอคอยการกลับมาของคนรักด้วยความกระวนกระวายใจ แม้เธอกลุ่มก้อนความกังวลจะเกาะกินจิตใจ แต่ดวงตาคู่งามก็ยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่นในตัวของรินทร์เสมอมา เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มที่เธอฝากชีวิตไว้ด้วย ไม่ใช่ผู้ชายอ่อนแอคนเดิมที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้น ลินินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปเปิดม่านออกดู ร่างสูงโปรคุ้นเคยยืนอยู่เบื้องระเบียงห้อง พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ลินินรีบเปิดหน้าต่างรับตัวเขากเข้ามาทันที มือเรียวบางเอื้อมสัมผัสแก้มสากของรินทร์อย่างทะนุถนอม ตรวจหาร่องรอยบาดแผลด้วยความห่วงใย "คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ... ฉันเป็นห่วงแทบแย่"
รินทร์ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะคว้ามือเรียวนั้นขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างแผ่วเบา "ผมปลอดภัยดีครับ ลินิน... ไม่มีใครทำอะไรผมได้หรอก"
ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบ ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก
ครืนนน—!
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ร่อนลงจอดบนลานดาดฟ้าของคฤหาสน์อย่างกะทันหัน แรงลมพายุหมุนตีฝุ่นตลบอบอวล แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างสั่นไหว ประตูห้องรับรองถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างของชายชราในชุดสูทหรูหราพร้อมตราสัญลักษณ์กิลด์ระดับท็อป ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดติดอาวุธครบมือกว่าสิบนาย ใบหน้าของเขาบึ้งตึงและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
"รินทร์... แกกล้าดียังไงถึงบัง-..."
ชายชรายังไม่ทันพูดจบประโยค รินทร์ก็หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไร้ความเร่งรีบ เสียงรูดวงเงินผ่านเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวดังขึ้นก้องห้องรับแขก
ติ๊ง! [อนุมัติวงเงินเบิกจ่ายฉุกเฉิน: 10,000,000,000 เครดิต]
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้นำตระกูลผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องหยุดชะงักลงทันที
"มาพอดีเลย... ผมกำลังเบื่อพอดีว่าใครจะเป็นรายต่อไปที่ต้องล้มละลายและคุกเข่าต่อหน้าผม"
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 18
ลอบสังหารที่ล้มเหลว
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!