เสียงกรีดร้องโหยหวนจนเส้นเสียงฉีกขาดดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินทึบอับชื้น กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลแห่งความหวาดกลัวคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
ร่างของ "กิตติ" อดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เคยยิ่งใหญ่และเคยเหยียบย่ำรินทร์อย่างไร้ความปรานี บัดนี้กำลังบิดเร้าอยู่บนเก้าอี้เหล็กกล้าด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากเศษสวะ นัยน์ตาของมันเบิกโพลงจนแทบถลุดออกจากเบ้า เส้นเลือดฝอยในดวงตาแตกละเอียดจนกลายเป็นสีแดงฉาน น้ำลายฟูมปากไหลย้อยผสมกับคราบน้ำตาและเลือดที่อาบสองแก้ม
รินทร์ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขาสวมชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีไร้รอยยับ สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ
"พอ... ได้โปรด... ฆ่าผมเถอะ... ได้โปรดฆ่าผมที!" กิตติส่งเสียงร้องขอความตายด้วยลมหายใจที่รวยริน ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกครั้งที่ระบบทัณฑ์ทรมานทำงาน ประสาทสัมผัสรับความเจ็บปวดของมันจะถูกขยายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ราวกับถูกไฟนรกแผดเผาจากภายในกระดูก
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงมัจจุราชเคาะประตูห้องรับวิญญาณ
"ฆ่างั้นหรือครับ?" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นจนน่าขนลุก "คุณลืมไปแล้วหรือครับกิตติ ว่าในวันที่ผมกราบขอร้องให้คุณปล่อยภรรยาของผมไป คุณหัวเราะเยาะผมอย่างไร? คุณบอกว่าชีวิตของคนชั้นต่ำอย่างพวกเรามีค่าไม่ต่างจากมดปลวกไม่ใช่หรือครับ"
กิตติส่ายหัวรัวๆ จนคอแทบเคล็ด น้ำตานองหน้าด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ในโลกของฮันเตอร์และระบบ SSS ความเสียใจราคาถูกไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น
ในวินาทีนั้นเอง ประตูเหล็กบานหนาด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ ร่างเพรียวระหงของ "ลินิน" คู่ชีวิตผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนานก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความหม่นหมองรอบตัวเธอจางหายไปหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความสง่างามในชุดเดรสสีเข้มที่รินทร์จัดเตรียมไว้ให้เพื่อประกาศศักดา ลินินหยุดยืนเคียงข้างสามี ดวงตากลมโตมองไปยังสภาพอันน่าสมเพชของศัตรูคู่แค้นด้วยความนิ่งสงบ เธอไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำสาปแช่งใดๆ เพราะการยืนหยัดอย่างสง่างามเคียงบ่าเคียงไหล่รินทร์ ณ จุดสูงสุดแห่งอำนาจนี้ คือการแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุดสำหรับพวกที่เคยดูถูกพวกเขา
รินทร์เหลือบมองภรรยาแสนรักด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับมามองเหยื่อตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความอำมหิต
"ระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS ยังทำงานไม่ถึงครึ่งทางเลยนะครับกิตติ" รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับแตะปลายนิ้วลงบนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยอยู่กลางอากาศ "แต่เพื่อให้เกมการเงินและการชำระแค้นของเราจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ... เรามาเร่งจังหวะกันอีกสักนิดดีกว่า"
*ติ๊ด!*
ปลายนิ้วกดลงบนคำสั่ง [เปิดใช้งานระบบสูบสลายจิตวิญญาณขั้นสูงสุด] ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานสาดส่องวาบไปทั่วห้อง กิตติอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงกรีดร้องเล็ดลอดออกมาอีกแล้ว ดวงตาของมันค่อยๆ 1 เลื่อนลอย ความทรงจำ ศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ถูกลบเลือนหายไปทีละเปลาะ เหลือไว้เพียงร่างที่ยังมีลมหายใจแต่วิญญาณได้แตกสลายกลายเป็นคนวิกลจริตอย่างสมบูรณ์แบบ
รินทร์ปัดหน้าจอทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยื่นมือไปโอบเอวบางของลินินไว้ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครฮันเตอร์เบื้องล่าง ทุกตึกระฟ้า ทุกเขตธุรกิจ และทุกกองทุนการเงินรายใหญ่ ล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของ "บัลลังก์เหนือโชคชะตา" ที่เขากุมไว้ในกำมือแล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนปริศนาก็ดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนหรูในกระเป๋าเสื้อสูตรของรินทร์
*ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงจากระบบฮันเตอร์ แต่เป็นข้อความจากธนาคารกลางระดับโลกที่ส่งตรงถึงบัญชีลับดำมืด — ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอารินทร์ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าชะงักค้างไปชั่วขณะ
*“ท่านถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมด 100% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่นิรนาม... และขณะนี้ เฮลิคอปเตอร์รบไร้คนขับจำนวน 12 ลํา กำลังปิดล้อมน่านฟ้าเหนืออาคารที่ท่านยืนอยู่”*
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 17
เกมการเงินที่เหนือชั้น
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!