บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 26

จุดเปลี่ยนของอำนาจ

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพง สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของสมาคมฮันเตอร์แห่งชาติอย่างเยือกเย็น เอกสารนับร้อยฉบับที่กระจัดกระจายออกไป ไม่ใช่แค่สัญญาซื้อขายวัตถุดิบจากดันเจี้ยนระดับ S ทั่วราชอาณาจักร แต่คือใบมรณบัตรทางการเงินของตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดที่เคยผูกขาดอำนาจมานานนับศตวรรษ "พวกท่านคงตระหนักแล้วสินะครับ ว่าตัวเลขในจอโปรเจกเตอร์เบื้องหน้า ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนแบ่งทางการตลาดอีกต่อไป" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองเหล่าประธานบริษัทและมาสเตอร์กิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับของชายวัยกลางคนผู้เคยตบโต๊ะประกาศกร้าวใส่เขาเมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่รินทร์ยังเป็นเพียงฮันเตอร์แรงก์ E ไร้ชื่อเสียงและไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อยาฟื้นพลัง ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวปกคลุมทั่วห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบกระอักเลือด รินทร์ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะหยัน มีเพียงความนิ่งงันที่แฝงไปด้วยอำนาจมหาศาลจากระบบทัณฑ์ทรมานและเครือข่ายทุนระดับโลกที่เขาถือครองในมือเบ็ดเสร็จ ที่มุมห้อง ลินินยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเก้าอี้ประธาน หญิงสาวในชุดเดรสเรียบหรูสีเอิร์ธโทนส่งยิ้มบางเบาให้เขา แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดใดๆหลงเหลืออยู่ มีเพียงความภาคภูมิใจและประกายแห่งความรักมั่นคงที่สะท้อนผ่านม่านตา ตลอดเส้นทางอันยาวนานและโสมมที่เต็มไปด้วยเศษซากศพของศัตรู ลินินคือคนเดียวที่กุมมือเขาแน่นในวันที่มือคู่นี้ยังเปื้อนฝุ่นและรอยแผลเป็น "คุณรินทร์ครับ... นี่มันหมายความว่าอย่างไร หุ้นร้อยละเก้าสิบแปดของตลาดอุปกรณ์เวทมนตร์ถูกกว้านซื้อในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน... นี่มันเป็นไปไม่ได้!" ประธานกิลด์อัคคีทมิฬ ผู้เคยเหยียดหยามรินทร์ว่าเป็นสุนัขข้างถนน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือที่กำแฟ้มสั่นเทาจนกระดาษยับยู่ยี่ รินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทรงพลังดั่งเสียงกลองศึกที่คอยเร่งเร้าความพินาศ "คำว่าเป็นไปไม่ได้ ถูกลบออกจากพจนานุกรมของผมตั้งแต่ตอนที่คุณสั่งให้คนไปหักขาภรรยาผมที่หน้าโรงพยาบาลแล้วครับ" รินทร์เอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "วันนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรอง... ผมมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทรัพยากรทุกหยด อาวุธทุกชิ้น และสิทธิ์ในการลงดันเจี้ยนทุกแห่งในประเทศนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของผม... เบ็ดเสร็จและเด็ดขาด" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที เหล่าผู้อำนวยการหน้าซีดเป็นไก่ต้ม บางคนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่าอำนาจที่พวกตนสะสมมาตลอดชีวิตได้มลายหายไปในพริบตา ระบบแจ้งเตือนสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเบื้องสายตาของรินทร์ รัวกระหน่ำติดต่อกันราวกับเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากพระเจ้า [ติ๊ง! ยินดีด้วยครับ โฮสต์ได้ทำการครอบครองส่วนแบ่งตลาด 100% ของประเทศสำเร็จ!] [สถานะ: ผูกขาดอำนาจอธิปไตยเหนือเศรษฐกิจฮันเตอร์] [ปลดล็อกสิทธิ์ขั้นสูงสุด: ระบบคลังแสงเทพเจ้าและกองกำลังทัณฑ์สวรรค์] รินทร์ไม่ได้สนใจหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองความพินาศของเหล่าศัตรูด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือเรียวบางของลินินที่ก้าวเข้ามาประคองเขาเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอคือสิ่งเดียวที่ดึงรินทร์ให้อยู่กับความเป็นจริง ท่ามกลางโลกที่พร้อมจะสยบแทบเท้า ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับมาครอบงำ และชัยชนะสมบูรณ์แบบกำลังจะถูกจารึกไว้ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับ SSS สีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกสมาคม จอภาพขนาดใหญ่บนผนังห้องประชุมดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอสดจากดาวเทียมทหาร ภาพเบื้องหน้าคือรอยแยกมิติสีดำสนิทขนาดมหึมา เหนือท้องฟ้าใจกลางเมืองหลวง แรงกดดันระดับภัยพิบัติแผ่ซ่านทะลุผ่านหน้าจอจนกระจกทุกบานในห้องประชุมร้าวระพัง และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องประชุมไม้สักทองก็ถูกระเบิดกระเด็นเป็นจุล พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงปริศนาในชุดเกราะโบราณที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นอายความตายอันคุ้นเคย—บุคคลที่รินทร์คิดว่าถูกฝังกลบไว้ในดันเจี้ยนก้นบึ้งเมื่อสามปีก่อน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%