บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 27

จุดวิกฤตของตระกูลเก่าแก่

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงทุบโต๊ะไม้ฮอกกานีราคาแปดหลักดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของตระกูลอัคคราภิรมย์ แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้แก้วคริスタルเจียระไนสั่นสะเทือนจนของเหลวสีอำพันข้างในกระฉอกเปื้อนเอกสารลับกองโต "พวกแกปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายมาถึงจุดนี้ได้ยังไงวะ!" ประมุขแห่งตระกูลเก่าแก่ผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งประเทศตวาดลวดเสียงกร้าว ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว รอบโต๊ะประชุมยาวเหยียดเต็มไปด้วยผู้อาวุโสและทายาทสายตรงของตระกูล ทุกคนต่างก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตากับเสาหลักที่กำลังเดือดดาลเป็นไฟ มูลค่าหุ้นของบริษัทในเครือดิ่งลงเหวลึกจนติดฟลอร์ติดต่อกันเป็นวันที่สาม ทุนสำรองนับแสนล้านที่สะสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังละลายหายไปราวกับเกลือละลายในน้ำร้อน และต้นเหตุของหายนะครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น... คือชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ ไล่ส่ง และคิดว่าจะกำจัดให้พ้นทางได้อย่างง่ายดาย รินทร์ ผู้ชายที่เคยเป็นเพียงพนักงานรายวันไร้ค่าในสายตาของพวกเขากลับกลายเป็นมัจจุราชผู้ถือสิทธิ์ขาดเหนือลมหายใจของตระกูลอัคคราภิรมย์ "ท่านประมุขครับ... ตอนนี้ทางธนาคารกลางปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง รายงานข่าวร้ายที่เหมือนตอกฝาโลง "ปฏิเสธ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร! ฉันติดสินบนบอร์ดบริหารพวกนั้นไปไม่รู้เท่าไหร่!" ประมุขเฒ่าคำรามลั่น ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "เพราะเบื้องหลังคำสั่งนั้น... คือผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ครับ" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยชื่อที่ทุกคนในห้องไม่อยากได้ยินที่สุดออกมา "คุณรินทร์... เขาซื้อหนี้ทั้งหมดของตระกูลเราไว้ในมือ และตอนนี้เขากำลังใช้อำนาจผ่านระบบทัณฑ์ทรมานทางการเงิน บีบให้เราล้มละลายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ" ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ทุกคนหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เงินสด อำนาจ เส้นสาย และเกียรติยศที่สั่งสมมาหลายสิบปี กำลังถูกอำนาจเงินมหาศาลและระบบเบ็ดเสร็จของรินทร์บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางมหานคร บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสงบสุขที่ตัดกับความโกลาหลภายนอกอย่างสิ้นเชิง ลินิน หญิงสาวในชุดลำลองสบายๆ กำลังรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพง สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของเมืองเบื้องล่าง มือเรียวบางสัมผัสกับความอบอุ่นของถ้วยชา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง รินทร์ในยามนี้ไม่มีเค้าLรางของพนักงานรายวันผู้ซื่อ and อดทนคนเดิมอีกต่อไป แววตาของเขาสบนิ่ง ลุ่มลึก และเยือกเย็นดั่งห้วงมหาสมุทร ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกคาเท้าได้ทุกเมื่อ ลินินเดินเข้าไปใกล้ วางมือลงบนแขนแกร่งเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยตั้งแต่ในวันที่พวกเขายังไม่มีอะไรจะกิน "คุณจะจบเกมนี้ยังไงคะ... รินทร์" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและมั่นคงเสมอ ไม่เคยหวาดหวั่นต่ออำนาจใดๆ เพราะเธอรู้ดีว่าหัวใจของชายคนนี้มีไว้เพื่อใคร รินทร์หันมาสบตาภรรยาคู่ชีวิต รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดสำหรับเธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดสำหรับศัตรู "ผมไม่ได้จะจบเกมนี้หรอกครับ ลินิน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่เฉียบขาด "ผมแค่วางแผนจะรื้อกระดานนี้ทิ้ง แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่... เพื่อคุณ" เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อระบบในสมองส่งเสียงแจ้งเตือนความคืบหน้า เป้าหมายล้มละลายของตระกูลอัคคราภิรมย์เดินทางมาถึงวินาทีสุดท้ายแล้ว ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็แหวกอากาศบินมาจอดนิ่งสนิทลานจอดดาดฟ้าของเพนต์เฮาส์ แรงลมพัดกรรโชกเสียงดังสนั่น ประตูห้องโถงใหญ่ถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทสากล พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายความประจำตระกูลอัคคราภิรมย์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของรินทร์ด้วยเนื้อตัวสั่นเทา "ท่าน... ท่านรินทร์ครับ! ท่านประมุขส่งผมมา... พวกเรายอมจำนนทุกอย่างแล้วครับ ขอความกรุณา... ไว้ชีวิตตระกูลของเราด้วยเถอะครับ!" รินทร์ก้มมองชายวัยกลางคนผู้เคยมีอำนาจล้นฟ้าที่ตอนนี้กำลังซบหน้ากับพื้นพรมราคาแพงด้วยความสมเพช ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดที่ถูกยื่นขึ้นมาเหนือศีรษะ เขายื่นมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น เสียงรูดบัตรผ่านเครื่องอนุมัติวงเงินดิจิทัลดัง "ติ๊ด!" สะท้อนก้องไปทั่วห้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่า เสียงนั้นหมายถึงการซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลเก่าแก่จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ก่อนที่รินทร์จะทันได้เอ่ยปากพูดคำพิพากษาตัดสินชะตากรรมของตระกูลใหญ่ ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินก็เปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเดินออกมา พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้รินทร์ต้องหรี่ตาลงทันที... แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%