เสียงหัวeเราะเยาะหยันของ ‘กิตติ’ ทายาทตระกูลค้าอาวุธรายใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดAการประมูลระดับวีไอพี รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน เมื่อค้อนไม้ในมือของพิธีกรเคาะลงครั้งที่สองเพื่อประกาศราคาประมูล ‘หัวใจอสูรคลั่งระดับ S’ ที่พุ่งทะยานไปถึงสามร้อยล้านเครดิต ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่าขีดจำกัดของฮันเตอร์อิสระทั่วไปจะเอื้อมถึง
“สามร้อยล้านครั้งที่สอง... มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?”
สายตานับร้อยคู่ภายในห้องประมูลหรูหราตกอยู่ที่กิตติ ผู้ซึ่งกำลังโอบเอวหญิงสาวในชุดราตรีแบรนด์ดังด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตาของเขาเหลือบมองมาทางแถวหลังสุด ที่ซึ่งชายหนุ่มในชุดสูทเรียบง่ายนั่งอยู่เคียงข้างหญิงสาวใบหน้าสะสวย ทว่าเรียบเฉย
“หึ คนจน ๆ อย่างแก ต่อให้เอาชีวิตไปจำนอง ก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่เศษเล็บของหัวใจอสูรตัวนี้หรอกนะ รินทร์” กิตติจงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยิน เขายังคงจำภาพวันที่รินทร์เคยคุกเข่าขอร้องให้เขาช่วยชีวิตเพื่อนร่วมทีมในดันเจี้ยนได้แม่นยำ วันนั้นรินทร์ไร้ซึ่งอำนาจและเงินตรา เป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่เขากระทืบซ้ำได้อย่างสะใจ
ลินินที่นั่งอยู่ข้างกายรินทร์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว เธอเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักมากขึ้น มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาของรินทร์ไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านจากฝ่ามือของเธอ เป็นดั่งพลังใจที่ทำให้รินทร์รู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าโลกจะโหดร้ายหรือเหยียบย่ำเขาแค่ไหน ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยปล่อยมือจากเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
รินทร์หันไปมองลินิน แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้นพลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขายกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความรักและทะนุถนอมอย่างยิ่งยวด ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะกลับมาเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกเมื่อหันกลับไปมองเวทีประมูล
“สามร้อยล้านครั้งที่สาม...” พิธีกรกำลังจะฟาดค้อนลงตัดสิน
“พันล้านเครดิตครับ”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานและทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาหันขวับไปมองต้นเสียงทันที กิตติถึงกับสำลักเสียงหัวeเราะของตัวเอง ใบหน้าที่เคยลำพองใจบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระดุมสูทสีดำสนิทถูกจัดให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองผู้มีอิทธิพลและเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความดูแคลน ร่างกายของเขากระจายออร่าอันทรงพลังของระบบผู้กล้าเลเวล SSS ออกมาอย่างเงียบเชียบ แรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศในห้องประมูลลดอุณหภูมิลดลงจนหลายคนต้องกลืนน้ำลาย
“แก... แกพูดบ้าอะไรออกมา! พันล้านงั้นเหรอ? แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะไอ้เศษสวะ!” กิตติแผดเสียงลั่นด้วยความเสียหน้า พลางชี้หน้าด่ากราด “ต่อให้แกขายไตส้านสิบข้าง ก็ไม่มีปัญญาหาเงินพันล้านมาจ่ายหรอกเว้ย! พิธีกรครับ! ตรวจสอบบัญชีมันด่วน! ไอ้บ้านี่มันป่วนการประมูล!”
พิธีกรเองก็มีสีหน้าลำบากใจไม่น้อย เขามองรินทร์ด้วยความสงสัยระคนดูถูก เนื่องจากประวัติของรินทร์ในระบบฮันเตอร์ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นเพียงอดีตฮันเตอร์ระดับ E ที่เพิ่งพ้นสภาพ “เรียนท่านผู้เกียรติ... ทางเราต้องขอตรวจสอบหลักทรัพย์ของท่านก่อน หากท่านไม่สามารถพิสูจน์วงเงินได้ ทางเราจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายฐานก่อกวนครับ”
รินทร์มุมปากกระตุกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบการ์ดโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับลวดลายอักษร ‘Infinity’ ออกมาอย่างช้า ๆ บัตรใบนั้นไร้ชิปปิ้งธรรมดา ทว่ามันเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบทัณฑ์ทรมานและคลังสมบัติลับที่ยึดมาจากสมาคมฮันเตอร์ใต้ดิน
เขายื่นบัตรใบนั้นให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางระแวดระวัง เจ้าหน้าที่รับบัตรมาด้วยความลังเล ก่อนจะนำไปเสียบเข้ากับเครื่องอ่านวงเงินส่วนกลางของงานประมูล
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบา ๆ ทว่าในห้องที่เงียบสงบกลับได้ยินชัดเจนทุกรูหู หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่บนเวทีที่เคยแสดงยอดเงินสูงสุด พลันปรากฏตัวเลขที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า
[ วงเงินคงเหลือ: ∞ (ไม่จำกัด) ]
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากปอดของทุกคน กิตติหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุมได้ วงเงินไม่จำกัด... นั่นหมายความว่าชายหนุ่มที่เขาเพิ่งเหยียดหยามไปเมื่อครู่นี้ ครอบครองความมั่งคั่งที่เหนือกว่าตระกูลใหญ่ทั้งหมดในประเทศรวมกันเสียอีก!
รินทร์ก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนเวทีทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของพวกที่เคยเหยียบย่ำเขา เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพิธีกร หยิบบัตรสีดำคืนมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะปรายตามองกิตติที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง
“เงินพันล้านสำหรับผม มันเป็นแค่เศษเงินทอนที่เอาไว้ซื้อของเล่นแก้เบื่อเท่านั้นแหละครับ” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ส่วนหัวใจอสูรชิ้นนี้... ผมซื้อให้ภรรยาผมไว้ประดับเล่นแก้เซ็ง”
ลินินเดินตามขึ้นมาเคียงข้างรินทร์ รอยยิ้มอ่อนโยนของเธองดงามราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาในความมืดมิด เธอยื่นมือไปคล้องแขนสามีอย่างภาคภูมิใจ ภาพของทั้งคู่ในตอนนี้ช่างดูทรงอำนาจและสง่างามจนไม่มีใครกล้าสบตา
กิตติกัดฟันกรอดด้วยความแค้นและอัปยศอดสู เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นยืนแล้วคำรามลั่น “แก... อย่าลำพองใจให้มันมากนักนะรินทร์! ต่อให้แกมีเงินแค่ไหน แต่มึงก็เป็นแค่สามัญชน! พรุ่งนี้ตระกูลของกูจะส่งกองกำลังฮันเตอร์ระดับ S มาบดขยี้มึงให้เป็นจุล!”
รินทร์หันกลับไปมองกิตติช้า ๆ แววตาสีดำสนิทคู่นั้นฉายแสงประหลาดเยือกเย็น เขาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับยกยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“กองกำลังฮันเตอร์ระดับ S งั้นเหรอครับ?” รินทร์เอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน “ก่อนที่พวกมันจะมาถึงพรุ่งนี้... ผมเกรงว่าตระกูลของคุณ อาจจะกลายเป็นแค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ไปเสียก่อนแล้วล่ะครับ”
สิ้นคำพูดของรินทร์ เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์เจ็ตขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนืออาคารประมูล กระจกใสบานยักษ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว เฮลิคอปเตอร์รบหุ้มเกราะรุ่นท็อปสุดล้ำสมัยจำนวนสามลำปรากฏขึ้นผ่านม่านราตรี พร้อมกับสัญลักษณ์ตราประทับรูปดาบไขว้กับโซ่ตรวนสีทองแดง—สัญลักษณ์แห่งองค์กรทัณฑ์สวรรค์ที่กุมอำนาจเหนือสมาคมฮันเตอร์ทั่วโลก ทิ้งตัวลงจอดบนลานดาดฟ้าของอาคารอย่างอุกอาจเพื่อมารอรับผู้เป็นนายกลับบ้านอย่างสมเกียรติ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเริ่มต้นแห่งการล้างแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 3
รูดบัตรสีดำฟาดหน้า
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!