เสียงเครื่องยนต์ V12 แปดสูบคำรามแผ่วเบาอย่างสุภาพราวกับเสือดาวที่ถูกฝึกมาอย่างดี ก่อนที่รถยนต์ลีมูซีนหุ้มเกราะกันกระสุนคันยาวเหยียดจะเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทอย่างนุ่มนวลเบื้องหน้าประตูทางเข้าเหล็กดัดลายวิจิตร
รินทร์ก้าวลงจากรถเป็นคราบแรก นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบกวาดตามองความยิ่งใหญ่อลังการของ "คฤหาสน์รัตนธำรง" ทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านเครดิตที่เขาเพิ่งใช้อำนาจแห่ง "ระบบผู้กล้า" กวาดซื้อกรรมสิทธิ์มาครองทั้งหมดด้วยการรูดบัตรสีดำทมิฬเพียงครั้งเดียวเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ไม่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ไม่มีพิธีรีตอง มีเพียงความเงียบงันอันทรงพลังที่ประกาศให้รู้ว่า ณ ที่แห่งนี้ เขาคือผู้กุมชะตากรรมอย่างแท้จริง
เขาก้าวกลับมาเปิดประตูฝั่งตรงข้ามอย่างทะนุถนอม พร้อมยื่นมือหนaออกไปรับร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่นั่งเกร็งอยู่เบาะหลัง
"ถึงแล้วครับ ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยน ลินินเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววระคนประหลาดใจและหวาดหวั่นระคนกัน มือเรียวบางที่วางอยู่บนตักบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว เธอรู้ดีว่ารินทร์ผ่านอะไรมาบ้างในโลกของฮันเตอร์ระดับต่ำตมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและการหักหลัง แต่ภาพตรงหน้า... คฤหาสน์หรูหราอลังการที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายหลังนี้ มันไกลเกินกว่าคำว่า "ชีวิตใหม่" ที่เธอกล้าจินตนาการไว้เสียอีก
"รินทร์คะ... เอ๊ย... รินทร์ครับ..." ลินินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามเดิม ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำตามที่รินทร์เคยพร่ำสอนด้วยรอยยิ้มเอ็นดู "ที่นี่... มันใหญ่เกินไปไหมครับ เราอยู่แค่ห้องเช่าเดิมก็ดีอยู่แล้วนะ... ฉัน... ผมกลัวว่าเราจะไปทำอะไรเสียหาย"
รินทร์ระบายยิ้มบางๆ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเย็นเฉียบของหญิงสาวขึ้นมาแนบแก้ม ซึมซับความอบอุ่นที่คุ้นเคยซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในวันที่เขาเกือบสูญเสียความเป็นมนุษย์
"ไม่มีอะไรต้องกลัวหครับ ลินิน" รินทร์กระซิบเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "จำวันที่เรากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อสุดท้ายด้วยกันได้ไหมครับ วันนั้นผมเคยสัญญาอะไรไว้ คุณยังจำได้ใช่หรือเปล่า"
ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในห้องเช่ารูหนูย่านสลัมไหลย้อนเข้ามาในหัว ลินินจำได้แม่นยำ วันที่รินทร์เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลฉีกขาดจากการล่าอสูรระดับ E เพื่อแลกกับเงินค่าจ้างอันน้อยนิด เธอนั่งร้องไห้เงียบๆ เช็ดเลือดให้เขา และรินทร์ในตอนนั้นที่แววตารingโรจน์ด้วยความแค้น ได้เอ่ยคำพูดที่เธอกลัวว่ามันจะเป็นเพียงลมปาก... *'สักวันหนึ่ง ลินิน... ผมจะสร้างปราสาทที่งดงามที่สุดบนโลกใบนี้ให้คุณยืนเคียงข้างในฐานะราชินี'*
แต่วันนี้... คำสัญญานั้นไม่ได้เป็นเพียงลมปากอีกต่อไปแล้ว
"ผมไม่ได้โกหกคุณใช่ไหมครับ" รินทร์คลี่ยิ้ม พลางผายมือเชิญหญิงสาวก้าวเดินผ่านประตูเหล็กดัดเข้าไปข้างใน
ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าสู่เขตอาณาจักรส่วนตัว ระบบเสียงแจ้งเตือนอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์
[ติ๊ง! ตรวจพบเจ้าของกรรมสิทธิ์และบุคคลสำคัญระดับ SSS เข้าสู่พื้นที่ "คฤหาสน์ดาราราตรี" สำเร็จ]
[ปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: ระบบรักษาความปลอดภัยระดับมหาเศรษฐี และกองกำลังพ่อบ้านแม่บ้านจักรกลอัจฉริยะ]
[ความสัมพันธ์ระหว่างโฮสต์และคู่ชีวิต (ลินิน) พัฒนาสู่ระดับ: "ราชินีเคียงบัลลังก์" เพิ่มแต้มโชคชะตา 10,000 แต้ม]
รินทร์ไม่ได้สนใจเสียงแจ้งเตือนในหัว เขาทอดสายตามองลินินที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงกับความงามภายในโถงรับแขกขนาดใหญ่ พื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าคริスタルระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นนำเข้าจากต่างประเทศ ประดับประดาด้วยงานศิลปะล้ำค่าที่ต่อให้ทำงานทั้งชีวิตรินทร์ก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่เงา
"รินทร์... นี่มัน... เหมือนฝันไปเลย" ลินินพึมพำเบาๆ มือบางเอื้อมไปแตะพนักโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่วอย่างไม่กล้าลงน้ำหนัก กลัวว่าภาพตรงนี้จะสลายหายไปหากเธอทำแรงเกินไป
"นี่คือความจริงครับ ลินิน" รินทร์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไว้บนไหล่บาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น พวกสวะที่เคยเหยียบย่ำเรา พวกสมาคมฮันเตอร์ที่เคยขับไล่เราออกจากกิลด์อย่างไม่ใยดี... พวกมันจะต้องชดใช้ และคุณ... จะยืนมองพวกมันคุกเข่าอ้อนวอนอยู่แทบเท้าของผม ในฐานะผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม"
น้ำเสียงของรินทร์เยือกเย็นและเฉียบขาด จนลินินสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม แต่มันไม่ใช่ความน่ากลัวสำหรับเธอ... มันคือความอบอุ่นปลอดภัยที่เธอกล้าเอาชีวิตเข้าแลก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านซ้าย พ่อบ้านวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ พร้อมด้วยแม่บ้านและบodyguard ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตเดินเรียงแถวเข้ามาโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงจนพื้นสะเทือน
"ยินดีต้อนรับกลับครับ นายท่าน... และคุณลินิน" เสียงทุ้มของหัวหน้าพ่อบ้านดังขึ้นก้องโถงใหญ่ "ทุกอย่างในคฤหาสน์เตรียมพร้อมสำหรับท่านทั้งสองแล้วครับ"
ลินินสะดุ้งตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหัน แต่รินทร์กลับยกมือขึ้นโบกเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้ทั้งหมดถอยไปก่อน สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่เพิ่งสวมเมื่อเช้า
เวลาสองทุ่มตรง... เป็นเวลาที่พวกสมาคมฮันเตอร์เขต 3 จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในการกวาดล้างดันเจี้ยนระดับ B โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่า... กุญแจสำคัญที่จะทำให้ดันเจี้ยนนั้นพังทลายลง อยู่ในมือของชายผู้ที่พวกมันเคยตราหน้าว่าเป็นแค่ "ตัวถ่วงไร้ค่า"
รินทร์หันกลับมามองหน้าลินินด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผิดกับประกายตาสีเข้มที่ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอันเยือกเย็น
"ลินินครับ ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนใหญ่ชั้นบนก่อนนะครับ ผมมีธุระด่วนต้องจัดการกับพวกหนูสกปรกสักหน่อย เดี๋ยวผมรีบกลับมาทานมื้อค่ำด้วยครับ"
ลินินมองสามีด้วยความห่วงใย เธอรู้ว่ารินทร์กำลังจะไปทำอะไรบางอย่างที่อันตราย แต่เธอก็เลือกที่จะพยักหน้ารับช้าๆ และส่งยิ้มให้กำลังใจตามเคย
"ระวังตัวด้วยนะครับรินทร์... ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่"
รินทร์โน้มตัวลงจุมพิตหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก
แต่ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะก้าวขึ้นรถลีมูซีนคันหรู เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ไม่ปรากฏชื่อ ทว่ามีรหัสลับระดับ SSS กำกับไว้ชัดเจน
รินทร์กดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มแหامแหบปลายสายดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
*"นายท่านครับ! แย่แล้วครับ! ดันเจี้ยนเขต 3 ที่เราเพิ่งกวาดซื้อหุ้นกิลด์ไป... จู่ๆ มอสสเตอร์ระดับสมิงเงาพันปีก็แหกทะลวงออกมากลางงานเลี้ยงฉลอง! ตอนนี้พวกหัวหน้ากิลด์กำลังจะตายหมดแล้วครับ! พวกมันสั่งให้ผมติดต่อท่านเพื่อขอร้องชีวิต ท่านจะให้..."*
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและไร้ซึ่งความปรานีแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศยามค่ำคืน
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนครับ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉยราวกับกำลังสั่งซื้อกาแฟ "บอกพวกมันด้วยว่า... อีกสิบนาที ผมจะเดินเข้าไปดูการแสดงตลกครั้งสุดท้ายของพวกมันด้วยตัวเอง"
เขาตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังเสียงอ้อนวอนใดๆ นัยน์ตาสีเข้มทอประกายอำมหิตภายใต้แสงไฟนีออนของคฤหาสน์หรู
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 7
ลินินคือคนสำคัญ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!