บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 6

เงินคือพระเจ้า

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"ร้อยล้าน... แกคิดว่าเงินสดร้อยล้านเยนมันหาได้จากกองขยะหรือไงวะ, ไอ้สวะ!" เสียงตะคอกแหบพร่าของ 'กิตติ' ผู้บริหารฝ่าย acquisitions ของกลุ่มบริษัทโครนอส กรุ๊ป ดังสะท้อนก้องห้องประชุมกระจกใสระฟ้า นิ้วอ้วนสั้นเคาะลงบนโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับเพื่อกดดันคู่สนทนา รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของชายวัยกลางคนฉาบด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง สายตาของเขาและบอร์ดบริหารอีกสามคนมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ราวกับกำลังมองดูแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ รินทร์นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยซPูบผอมจากความยากลำบาก บัดนี้กลับมีออร่าแห่งความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าประหลาด เสื้อสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดีรับกับเรือนร่างสมส่วน ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารที่กำลังพองขนด้วยความเย่อหยิ่งทีละคน ช้าๆ และคมชัดราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ ข้างกายของเขาคือ 'ลินิน' หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เธอนั่งเคียงข้างด้วยท่าทีสง่างาม ชุดเดรสเรียบหรูที่รินทร์เพิ่งซื้อให้เมื่อวานขับเน้นให้เธอดูล้ำค่า มือเรียวบางเอื้อมมาสัมผัสหลังมือของรินทร์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเชื่อมั่น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อท่าทีคุกคามของคนเบื้องหน้า แม้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน พวกเขาจะยังเป็นแค่คู่รักก้นครัวที่ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตก็ตาม "ตึก 'สยามทาวเวอร์' แห่งนี้ และสิทธิ์การถือครองแฟรนไชส์ดันเจี้ยนระดับ A ทั้งหมดเจ็ดแห่ง ถูกตีราคาประเมินต่ำสุดก็สามร้อยล้าน..." กิตติแค่นหัวเราะในลำคอ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเหนือกว่า "แกเป็นแค่ฮันเตอร์หน้าใหม่ที่เพิ่งไต่ขึ้นมาได้ไม่นาน เอาปัญญาที่ไหนมาเสนอซื้อฟวะ? หรือคิดจะมาป่วนบริษัทใหญ่เล่นแก้เซ็ง?" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารคนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มเยาะ รินทร์ไม่ได้โกรธเคือง ปฏิกิริยาของพวกมันอยู่ในคาคูเลชันของเขาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าตึกนี้มาแล้ว ความโลภและความโง่เขลา มักมาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเสมอ รินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเฉียบ เย็นชา และไร้ความรู้สึก [ระบบผู้กล้า เลเวลอัปฮันเตอร์ ทำงาน: ตรวจพบเป้าหมายแสดงพฤติกรรมดูหมิ่นและขัดขวางกิจการ ระดับการลงทัณฑ์: ทำลายความมั่นใจด้วยพลังแห่งทุนนิยมขั้นสูงสุด] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในห้วงความคิด ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัว เขียงมือหยิบกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำสนิทขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดล็อกรหัสด้วยความนิ่งสงบ คลิก... เสียงกลไกดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องประชุมที่อื้ออึงพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่มือของรินทร์ที่เอื้อมเข้าไปหยิบวัตถุบางอย่างออกมา ไม่ใช่เอกสารกู้ยืม... ไม่ใช่เช็คเงินสดที่มีตัวเลขน่าสงสัย... แต่มันคือ "ปึกธนบัตรสีเทาเข้ม" ที่มัดรวมกันไว้อย่างเป็นระเบียบ ถูกวางเรียงซ้อนกันเป็นตั้งสูงจนบังใบหน้าของผู้ชายทั้งสองฝั่ง และไม่ใช่แค่กองเดียว แต่มันถูกหยิบออกมาวางเรียงกันบนโต๊ะประชุมหรูหราจนกลายเป็นกำแพงเงินสดขนาดย่อม กลิ่นอายของหมึกพิมพ์ธนบัตรใหม่เอี่ยมลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟราคาแพงในห้อง "สามร้อยล้านเหรอครับ?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่กังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านรองประธานกิตติเข้าใจผิดมหันต์แล้วครับ ผมไม่ได้มาขอซื้อ... ผมมา 'กว้านซื้อ' ต่างหาก" กิตติอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพงจนแทบจะถลออกมานอกเบ้า มือที่เคยเคาะโต๊ะหยุดชะงักค้างกลางอากาศ สมองของเขาขาวโพลนเมื่อมองเห็นตัวเลขศูนย์จำนวนมหาศาลบนปึกเงินสดที่กองอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือของจริง! เงินสดสามร้อยล้านเยนที่กองรวมกันเป็นภูเขาเลากาต่อหน้าต่อตา! "ทะ... ทำไมแกถึงมี..." กิตติละล่ำละลัก เสียงพูดติดอ่างอย่างคนเสียสติ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าอวบอูม ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นในพริบตา "เงินคือพระเจ้า... คำนี้พวกคุณน่าจะสอนลูกน้องในบริษัทบ่อยที่สุดไม่ใช่หรือครับ?" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีคุกคามที่กดดันให้เหล่าผู้บริหารระดับสูงถึงกับหายใจไม่ออก เขากวาดสายตามองกิตติที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ ลินินลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี เธอส่งยิ้มบางๆ ที่งดงามและทรงพลังที่สุดให้แก่ชายผู้เป็นโลกทั้งใบของเธอ รินทร์โอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความมั่นคงที่ไม่มีเงินทองหน้าไหนซื้อไปได้ "นี่ครับ เอกสารสัญญาโอนกิจการทั้งหมด..." รินทร์เลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้ากิตติด้วยปลายนิ้ว "เซ็นซะ หรือจะให้ผมใช้เงินอีกก้อนซื้อหุ้นทั้งหมดของโครนอส กรุ๊ป แล้วไล่พวกคุณออกทีละคนในฐานะ 'เจ้านายใหม่' ดีล่ะครับ?" ความเงียบสงัดปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศดังฮัมเบาๆ แต่เสียงหัวใจของกิตติและบอร์ดบริหารกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก พวกเขารู้ดีว่ารินทร์ไม่ได้ขู่... ด้วยจำนวนเงินสดมหาศาลตรงหน้าและการสนับสนุนจากพลังลึกลับที่ไม่มีใครหยั่งถึง ชายหนุ่มคนนี้สามารถทำมันได้จริงๆ ในพริบตาเดียว กิตติมือสั่นเทา หยิบปากราคาแพงขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความอับอายและหวาดกลัวสุดขีด เขามองหน้าฮันเตอร์หนุ่มที่ตนเคยเหยียดหยามว่าเป็น 'สวะ' ก่อนจะตระหนักได้ว่า... ตอนนี้ ตัวเขาต่างหากที่เป็นเพียงสวะที่กำลังรอความเมตตาจากพระเจ้าองค์ใหม่ ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษสัญญาด้วยความจำยอม ท่ามกลางเสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกของลินิน และรอยยิ้มมุมปากของรินทร์ที่รู้ว่า เกมนี้... เขาเป็นผู้ชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่า... ในวินาทีที่ลายเซ็นสุดท้ายถูกจรดลงบนกระดาษ และเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในระบบของผู้กล้า ประตูห้องประชุมกระจกใสกลับถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท! ร่างของชายชราในชุดสูททหารโบราณ ปักตราสัญลักษณ์ลึกลับรูปงูและดาบไขว้ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มบอดี้การ์ดติดอาวุธครบมือ สายตาดุดันคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองตรงมาที่รินทร์ทันที "บังAอาจนัก... แกคิดว่ากว้านซื้อตึกนี้ แล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของ 'ตระกูลขุนศึก' ไปได้งั้นเรื่อย Al-Zark..." แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%