บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 5

ไล่ออกในพริบตา

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"ฉันเตือนคุณแล้วนะรินทร์ ว่าคนอย่างคุณมันก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่บริษัทนี้เขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ ‘พงศธร’ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้เอง รินทร์ถูกผลไสไล่ส่งออกจากบริษัท ‘ไทเกอร์ กรุ๊ป’ สถาบันจัดอันดับฮันเตอร์ระดับแนวหน้าอย่างไร้เยื่อใย เอกสารการเลิกจ้างถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานเก่าๆ พร้อมข้อหาฉ้อโกงที่ถูกกุขึ้นอย่างหน้าด้านๆ เพื่อเขี่ยเขาให้พ้นทางก่อนการควบกิจการครั้งใหญ่ แต่ทว่า... โลกใบนี้มันกลมและหมุนเร็วกว่าที่ไอ้สารเลวพวกนั้นคาดคิดนักครับ ในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าไทเกอร์ กรุ๊ป วันนี้บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างนั่งตัวลีบ เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ พวกเขากำลังมองชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะประธาน รินทร์ปรายตามองเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นร้อยละ 51 ที่เพิ่งเซ็นโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ด้วยระบบผู้กล้าและแต้มเงินตรามหาศาลที่ได้รับมา การกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของไทเกอร์ กรุ๊ปในตลาดมืดและตลาดเปิดไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อมสำหรับเขาในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย "ท่านประธานคนใหม่ครับ... เอกสารการตรวจสอบบัญชีและรายชื่อพนักงานที่ต้องถูก 'ปรับโครงสร้าง' ด่วนที่สุด อยู่บนโต๊ะท่านแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัวคนใหม่เอ่ยรายงานด้วยความนอบน้อม รินทร์พยักหน้ารับช้าๆ เขายกกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น สายตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องประชุมที่มีใบหน้าคุ้นเคย—ใบหน้าของคนที่เคยเหยียบย่ำเขาเมื่อวานนี้ "เชิญพงศธร กับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีเข้ามาได้เลยครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ไม่นานนัก ประถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของพงศธร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ ใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอม เพราะคิดว่าถูกเรียกตัวมารับโบนัสพิเศษจากการไล่พนักงานไร้ค่าออกเมื่อวาน "ท่านประธานคนใหม่เดินทางมาถึงแล้วหรือครับ? ต้องขออภัยที่พวกเราต้อนรับไม่ทันท่วงที—" พงศธรเอ่ยพลางก้มหัวโค้งคำนับอย่างประจบประแจง โดยที่ยังไม่ทันเงยหน้าขึ้นมองว่าใครคือเจ้าของตำแหน่งสูงสุดคนใหม่ "เงยหน้าขึ้นสิครับ... พงศธร" เสียงนั้น... เสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก เสียงที่เขาเพิ่งจะตะคอกไล่ตะเพิดออกจากตึกไปเมื่อไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อน พงศธรชะงักกึก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างหวادหวั่น ดวงเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมื่อภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ท่านประธานชาวต่างชาติผู้ทรงอิทธิพลอย่างที่จินตนาการ แต่กลับเป็นรายชื่อพนักงานต๊อกต๋อยที่เขาเพิ่งเซ็นไล่ออกไปหมาดๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น! "ริน... รินทร์! เป็นไปได้ยังไง! แก... แกเข้ามาในนี้ได้ยังไงวะ!" พงศธรโวยวายเสียงหลง สติหลุดกระเจิงด้วยความตื่นตระหนกจนลืมมารยาทในห้องประชุม "ในฐานะเจ้าของบริษัทคนใหม่... ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์ที่จะเข้ามานั่งตรงนี้นะครับ" รินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย ลินิน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของรินทร์ ยืนรออยู่บริเวณห้องรับรองด้านนอก เธอมองผ่านกระจกใสเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มือเรียวบางกุมกันแน่นเพื่อระงับความตื่นเต้น ภาพของสามีที่เคยต้องก้มหน้าอดทนกับความอยุติธรรม บัดนี้ได้ลุกขึ้นมาสลัดคราบและเหยียบย่ำพวกอำนาจมืดให้จมดินได้อย่างสง่างาม "คุณ... คุณโกงบริษัทใช่ไหม! หุ้นพวกนี้... แกเอาเงินมาจากไหน!" พงศธรหน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พยายามคลานเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแต่ถูกบอดี้กันต์ฮันเตอร์ระดับสูงของบริษัทเข้ามาล็อกตัวไว้ทันที "เงินเหรอครับ?" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้พงศธรที่กำลังสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า "ก็เงินเดือนที่พวกคุณโกงผมไปสะสมรวมกันหลายปี... กับเศษเงินในบัญชีที่ผมใช้ซื้ออนาคตของพวกคุณทั้งบริษัทไงครับ" รินทร์ย่อตัวลงกระซิบข้างหูของอดีตเจ้านายด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรก "จำคำพูดของคุณเมื่อวานได้ไหมครับ? 'คนอย่างคุณมันก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่บริษัทนี้เขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้'..." รินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกน "ตอนนี้... ถึงตาผมเกลี่ยสุนัขอย่างคุณออกจากกองขยะบ้างแล้วล่ะครับ" "ไม่! อย่าไล่ผมออกนะ! ผมมีครอบครัว มีภาระ—" พงศธรกรีดร้องลั่น สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก "ไล่ออกเหรอครับ? ใจเย็นๆ สิครับ... ผมไม่ได้ใจดีขนาดแค่ไล่คุณออกหรอกนะ" รินทร์ผุดรอยยิ้มอันตราย "สำหรับข้อหาทุจริตและยักยอกเงินบริษัทที่พวกคุณร่วมมือกันทำมาตลอดสามปี... เอกสารหลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือตำรวจกองปราบปรามทางเศรษฐกิจเรียบร้อยแล้วครับ" สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายที่เดินตรงเข้ามาใส่กุญแจมือพงศธรและพวกพ้องทันที เสียงโวยวายและเสียงร้องขอชีวิตดังระงมไปทั่ว แต่รินทร์กลับไม่แม้แต่จะชายตามองอีกเป็นครั้งที่สอง เขากลับมานั่งลงที่เดิม หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่งข้อความหาสุดที่รัก [เลิกงานแล้วครับ... กลับบ้านเรากันนะ ลินิน] ทว่า... ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปหาภรรยา หน้าจอสมาร์ทโฟนของเขากลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจาก "ระบบผู้กล้า" ขึ้นมาเองโดยที่ไม่มีใครกด [เตือนภัยเร่งด่วนระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณพลังงานอสูรระดับราชันย์ กำลังมุ่งตรงมาที่ตึกไทเกอร์ กรุ๊ป... และเป้าหมายของมัน คือผู้หญิงที่ยืนอยู่หลังกระจกบานนั้น] รินทร์หน้าถอดสีเป็นครั้งแรก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขากระโดดพุ่งทะยานไปที่กระจกใสโดยไม่ลังเล— กรอบกระจกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของเงาดำมหึมาที่พุ่งทะลุเข้ามาจากด้านนอกตึกระฟ้าชั้นห้าสิบ! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%