"เซ็นชื่อตรงนี้เสีย แล้วไสหัวออกไปจากย่านการค้าแห่งนี้... ถ้าพวกแกยังไม่อยากให้ร้านกาแฟเล็กๆ ของเมียรักกลายเป็นจุลจุนในชั่วข้ามคืน"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในร้านกาแฟ "Linin Brew" ยามบ่ายที่ถูกปิดม่านทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ชายวัยกลางคนสวมสูทแบรนด์ดังนามว่า "ชัยยุทธ" เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์สีเทาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือเขตการค้าตะวันออก ยิ้มเยาะด้วยแววตาเหยียดหยาม มือข้างหนึ่งเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่า
รินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทร่วมสมัยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาร่างสัญญาตรงหน้าด้วยความเยือกเย็น ราวกับกำลังอ่านเมนูอาหารค่ำมากกว่าเอกสารบังคับขายกิจการ
"คุณชัยยุทธครับ... ข้อเสนอนี้ดูจะเอาเปรียบภรรยาผมเกินไปหน่อยกระมังครับ" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่แฝงไอความเย็นยะเยือกที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างประหลาด
ลินิน หญิงสาวผู้มีใบหน้าสะสวยแต่ซีดเผือดด้วยความเครียด เอื้อมมือมาแตะชายเสื้อของสามีเบาๆ แววตาของเธอบ่งบอกถึงความกังวลและความรู้สึกผิดที่ต้องดึงรินทร์ให้เข้ามาพัวพันกับอำนาจมืดเหล่านี้ ตั้งแต่วันที่พวกเขายังยากจน มีเพียงเงินติดตัวไม่กี่บาทจนถึงวันที่สร้างร้านนี้ขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ ลินินไม่เคยคิดเลยว่าความสำเร็จเล็กๆ จะไปสะดุดตานายทุนไร้มนุษยธรรมเข้า
"เอาเปรียบงั้นรึไอ้หนู?" ชัยยุทธหัวמיดในลำคอ หันไปสบตากับบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง "ร้านกาแฟโทรมๆ นี่มันขวางทางโปรเจกต์คอมเพล็กซ์มูลค่าพันล้านของฉัน กูให้มึงห้าแสนก็บุญหัวแค่ไหนแล้ววะ! ถ้าไม่เซ็นวันนี้ พรุ่งนี้เช้า... รถแบ็คโฮจะมาเหยียบร้านนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง โดยที่พวกมึงแม้แต่ค่าขนย้ายก็ไม่ได้สักบาท!"
ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอรู้ดีว่าอิทธิพลของชัยยุทธนั้นน่ากลัวเพียงใด ตำรวจในพื้นที่ต่างก็รับสินบนจนตาบอด การต่อสู้กับคนกลุ่มนี้รังแต่จะทำให้ชีวิตที่กำลังไปได้สวยต้องพังทลาย
"รินทร์... เรา... เรายอมปล่อยมันไปเถอะค่ะ... เอ้ย... ครับ" ลินินเกือบหลุดคำพูดคุ้นเคย แต่รินทร์กลับยกมือขึ้นสัมผัสไหล่บางของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคง ส่งผ่านกระแสความปลอดภัยที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสงบลงทันที
รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กับดักด้วยความสมัครใจ
"คุณชัยยุทธครับ... คุณบอกว่าโปรเจกต์ของคุณมูลค่าพันล้านสินะครับ" รินทร์ก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปใกล้ร่างท้วมของนักธุรกิจเถื่อนทีละน้อย ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจกับท่าทีที่นิ่งเกินคาดของเด็กหนุ่มที่เขาเคยประเมินว่าเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ
"แล้วไงวะ? อยากต่อรองราคาหรือไง? บอกไว้ก่อนนะว่าหมดเขตต่อรอง—"
"เปล่าเลยครับ..." รินทร์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนหน้าจอด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว "ผมแค่นิดหน่อย... สงสัยว่าบริษัท 'ไทรident ดีเวลลอปเมนต์' ของคุณ ที่กำลังกู้เงินทุนหมุนเวียนจากธนาคารพาณิชย์ใหญ่สามแห่ง รวมมูลค่ากว่าแปดร้อยล้านบาท... ถ้าเกิดว่าสินเชื่อทั้งหมดถูกเรียกคืนในวินาทีนี้ล่ะครับ สีหน้าของคุณจะยังดูมั่นอกมั่นใจแบบนี้อยู่หรือเปล่า?"
ชัยยุทธชะงัก สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะจะดังขึ้นจากปากของเขา "ฮ่าๆๆๆ! ไอ้เด็กเวร! ฝันกลางวันอะไรของแกวะ? คิดว่าตัวเองเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน ถึงจะสั่งธนาคารให้เรียกคืนสินเชื่อฉันได้? เพ้อเจ้อสิ้นดี! เซ็นซะ! ไม่งั้นแกได้เห็นดีแน่!"
รินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่กดเปิดลำโพงโทรศัพท์ พร้อมกับวางเครื่องลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้าชัยยุทธพอดี
เสียงปลายสายดังขึ้นด้วยความนอบน้อมและตื่นตระหนกจนเสียงสั่นเทา "คะ... ท่านประธานรินทร์! ทางเราดำเนินการตามคำสั่งสูงสุดของท่านเรียบร้อยแล้วครับ! บัญชีสินเชื่อทั้งหมดของกลุ่มบริษัทไทรident ถูกระงับและออกคำสั่งบังคับชำระคืนทันทีภายใน 3 วินาทีนี้ครับ!"
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากสมาร์ทโฟนราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของชัยยุทธดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ร่างท้วมสะดุ้งสุดตัว มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ออกมากดดูด้วยความกระวนกระวาย ทันทีที่สายตากวาดมองตัวเลขและข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร สีหน้าของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ก็เผือดสีลงจนกลายเป็นสีซีดขาวราวกับศพไร้ญาติ
"มะ... เป็นไปไม่ได้... หนี้แปดร้อยล้าน... ทำไมมันถึง... ถูกเรียกคืนพร้อมกันทั้งหมด! บัญชีบริษัทถูกอายัด!?" ชัยยุทธเบิกตากว้างจนแทบถลน หันขวับมามองหน้ารินทร์ด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ราวกับกำลังจ้องมองปีศาจจำแลงกายมา
รินทร์โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของชายผู้ยิ่งใหญ่เมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"อำนาจเงินของคุณมันซื้อได้แค่เศษกระดาษใบนี้ครับ... แต่สำหรับผมแล้ว การลบตัวตนของบริษัทขยะๆ อย่างคุณให้หายไปจากแผนที่โลก ใช้เวลาแค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้นเอง"
บอดี้การ์ดทั้งสองคนเริ่มมีท่าทีลนลาน ชักมือเข้าหาอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงเฮลิคอปเตอร์ทหารขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดก็บินแหวกอากาศมาจอดสนิทลงบนลานจอดรถกว้างหน้าร้านกาแฟ แรงลมมหาศาลพัดกระจกร้านสั่นสะเทือน ร่างของชายในเครื่องแบบระดับสูงและกลุ่มคนในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตก้าวลงจากเครื่อง มุ่งตรงเข้ามาคุกเข่าคำนับที่หน้าร้านอย่างพร้อมเพรียง
รินทร์หันกลับมาโอบไหล่ภรรยาผู้เป็นที่รักเบาๆ ก่อนจะปรายตามองชัยยุทธที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
"คุณลินินครับ... เราไปกินมื้อค่ำฉลองความสำเร็จกันดีกว่าครับ ที่เหลือ... ให้พวกสุนัขรับใช้จัดการซากเดนเหล่านี้ให้เรียบร้อย"
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 15
ภัยมืดจากนักธุรกิจเถื่อน
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!