บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 31

ความล่มสลายของมาเฟียธุรกิจ

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแรงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะไม้ฮอกกานีราคาแพง สะท้อนความสิ้นหวังอันไร้ทางออกของชายผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์แห่งเอเชีย "มันจบแล้ว... ทุกอย่างมันจบลงแล้วจริง ๆ" ดนัย ตระกูลคู่อริผู้เคยเหยียบย่ำรินทร์ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในอดีต บัดนี้เส้นผมสีดอกเลาของเขากลับยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟมูลค่าหุ้นของตระกูลคู่อันตรธานหายไปในพริบตา เหลือเพียงตัวเลขศูนย์ติดลบมหาศาลที่ระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS ของรินทร์ส่งตรงเข้าบัญชีกลางเพื่อยึดอายัดทุกตารางนิ้วในอาณาจักรของมันอย่างเลือดเย็น ในห้องประชุมสุดหรูชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า บรรยากาศเงียบงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจสั่นเทาของบอร์ดบริหารที่นั่งก้มหน้าหลบสายตา ดนัยหันไปมองหน้าทนายความส่วนตัวที่กำลังเก็บเอกสารด้วยมือสั่นระริก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาชายผู้เคยทรงอำนาจคนนี้อีกต่อไป อำนาจ เงินตรา และอิทธิพลที่สะสมมาหลายชั่วอายุคน ถูกทำลายลงภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยปลายนิ้วสัมผัสบนสมาร์ตโฟนของชายหนุ่มผู้เคยเป็นเพียง "ฮันเตอร์ระดับล่าง" ในสายตาของพวกเขา ประตูกระจกบานยักษ์เปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง รินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ท่วงท่าการเดินสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ ด้านข้างของเขามีลินิน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจยืนเคียงคู่ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายประกายความเข้มแข็ง เธอกุมมือรินทร์ไว้หลวม ๆ เป็นการย้ำเตือนว่าไม่ว่าโลกจะผัน แปรไปเช่นไร เธอก็จะยังคงยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างเขาเสมอ "ไงครับ ท่านประธานดนัย" รินทร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "เก้าอี้ตัวนั้น นั่งสบายดีไหมครับ?" ดนัยลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン มือสั่นเทาชี้หน้าฮันเตอร์หนุ่ม "แก... แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน! ไอ้สวะรินทร์ แกมันแค่ไอ้หน้าตัวเมียที่ใช้เล่ห์กลสกปรก!" รินทร์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้นช้า ๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะอย่างไร้มารยาท สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารล้มละลายที่วางเกลื่อนกลาด "เล่ห์กลสกปรกอย่างนั้นหรือครับ?" รินทร์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนดนัยต้องถอยหลังกรูด "ตอนที่พวกแกส่งคนไปรุมทำร้ายลินินในวันที่เราไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน... ตอนที่พวกแกใช้อิทธิพลบีบให้เธอต้องก้มกราบขอร้องพวกแกทั้งน้ำตา... ตอนนั้นพวกแกเรียกว่าอะไรหรือครับ? ความยุติธรรมของตระกูลคูงั้นหรือ?" ลินินขยับตัวเข้ามาใกล้รินทร์อีกนิด เธอมองดนัยด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความแค้นเคืองหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสมเพชเวทนาที่มอบให้กับชายผู้เคยคิดว่าตนเองคือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ "คุณรินทร์ครับ..." ดนัยเปลี่ยนน้ำเสียงทันที น้ำตาแห่งความอับ อายไหลรินอาบแก้ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของรินทร์อย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรี "ผมขอร้อง... ยกโทษให้ผมเถอะครับ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ยกเว้นเรื่องนี้! ผมยอมยกทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดให้คุณ ครึ่งหนึ่งก็ได้... ไม่สิ เอาไปหมดเลยก็ได้ ขอแค่ไว้ชีวิตผมกับครอบครัวเถอะครับ!" รินทร์ก้มมองชายชราผู้กำลังกอดขาตนเองสะอื้นไห้ เขายื่นมือไปจัดปกเสื้อให้ดนัยอย่างใจ เย็น ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายหัวใจหยุดเต้น "เงินทั้งหมดของแก รัฐบาลยึดเข้ากองทุนฟื้นฟูฮันเตอร์หมดแล้วครับ และในฐานะที่ผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสภาความมั่นคงโลก... คำสั่งเนรเทศแกออกนอกประเทศตลอดชีวิต พร้อมตัดสิทธิ์การถือครองทรัพย์สินใด ๆ ในดินแดนนี้ ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วครับ" ดนัยเบิกตาโพรง อ้าปากค้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เสียงสะอื้นหายเงียบไปในลำคอ เมื่อประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษติดอาวุธครบมือสี่นายเดินเข้ามาหิ้วปีกของอดีตผู้นำตระกูลใหญ่ลากออกไปอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนและคำคร่ำครวญดังสะท้อนไปตามทางเดินก่อนจะเงียบหายไปในความมืด รินทร์ยืนขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่ปลายแขนเสื้อเบา ๆ ราวกับเพิ่งจัดการกับเศษฝุ่นผง ไหล่ของลินินผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความมืดมนที่เคยเกาะกินจิตใจของพวกเขานานนับปีถูกชำระล้างจนหมดสิ้นในวินาทีนี้ "หมดเรื่องน่ารำคาญเสียทีนะครับ" รินทร์หันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้คู่ชีวิต พร้อมกับโอบเอวบางเข้าหาตัว "ค่ะ..." ลินินพยักหน้ารับ รอยยิ้มที่งดงามที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ "เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องประชุม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนในมือของรินทร์ก็ดังขึ้น *ติ๊ด!* รินทร์หยุดชะงัก ก้มลงมองหน้าจอที่ปรากฏภาพสตรีปริศนาในชุดคลุมสีขาวสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนภายใต้หน้ากากโลหะลึกล้ำ พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ส่งตรงจากระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS ที่เขาไม่เคยควบคุมได้... *[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบ "ผู้ถือครองระบบต้นกำเนิด" คนที่สองกำลังเคลื่อนไหว พิกัดปัจจุบัน: ยืนอยู่เบื้องหลังคุณ ณ บัดนี้]* รินทร์สะارتเฮือก หัวใจกระตุกวูบ เขารีบดึงลินินมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับหันขวับกลับไปมองยังมุมมืดของห้องประชุมที่ว่างเปล่า... แต่ทว่า เงาสودทึบของเสาต้นใหญ่ กลับปรากฏร่างของใครบางคนยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%