“ถ้าพวกคุณคิดว่าจะใช้เลือดของไอ้รวินท์ล้างอาถรรพ์รอบนี้ได้... ก็ลองก้าวเข้ามาสิครับ”
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทของสารวัตรอชิระไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองตรงไปยังเงาร่างของอาจารย์ไสยเวทผู้ชรา ที่กำลังยืนท่องคาถาอยู่หน้าแท่นพิธีในห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปโบราณคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางแสงไฟจากเทียนไขเล่มใหญ่ที่วับแวมราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคนใกล้ตาย
รวินท์นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยสายสิญจน์ที่เปื้อนคราบน้ำมันอาคม มันไม่ใช่แค่เชือกธรรมดา เพราะทุกครั้งที่เขาขยับข้อมือ ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผาก็แล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวใจ ดวงตาคมปนเศร้าของรวินท์กวาดมองไปรอบห้อง—วิญญาณนับสิบดวงที่ถูกกักขังไว้ในโหลแก้วและอาณาเขตวงเวียนไสยศาสตร์กำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน เสียงโหยหวนเหล่านั้นไม่ได้ดังด้วยเสียงพูด แต่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเขา จนศีรษะแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
“อชิระ... อย่านะคะ” รวินท์เค้นเสียงแหบพร่าเตือนเพื่อนสนิท “กระสุนปืน... ทำอะไรพิธีกรรมนี้ไม่ได้หรอกครับ... มันมีแต่จะทำให้พลังงานด้านลบกระจายตัว... และพวกดวงวิญญาณจะแตกดับไปตลอดกาล”
สารวัตรอชิระเหลือบสายตากลับมามองรวินท์แวบหนึ่ง แววตาแข็งกร้าวของนายตำรวจผู้ยึดมั่นในหลักการมาตลอดชีวิตฉายแววความเจ็บปวดและความลังเลขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูเบื้องหน้าต่อ “ผมไม่สนว่ามันจะเป็นวิญญาณหรือไสยเวทอะไรทั้งนั้น รวินท์... ผมปล่อยให้ใครเอาชีวิตคุณไปไม่ได้”
“ฉลาดนักนะสารวัตรหนุ่ม...” เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกับกำแพงดังขึ้นจากอาจารย์ชรา ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยรอยสักอักขระสีดำคล้ำ ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท แต่นัยน์ตาอีกข้างกลับเรืองแสงสีแดงก่ำในความมืด “คิดว่าปืนพกกระบอกจิ๋วกับกฎหมายทางโลก จะสجดสฎองอะไรกับเงื้อมมือของความตายได้หรือ? พิธีกรรม ‘เบิกเนตรมรณะ’ นี้ ดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว... เลือดของทายาทผู้มีสัมผัสที่หกอย่างเจ้าหนุ่มนี่แหละ คือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะเปิดประตูนรกให้วิญญาณบรรพบุรุษของข้ากลับมาครองแผ่นดิน!”
อาจารย์ชวาล (ชื่อของอาจารย์ไสยเวทเฒ่า) ยกกริชโบราณขึ้นสูง เหนือร่างของรวินท์ที่ถูกตรึงไว้ คมมีดอาบไปด้วยคราบเลือดสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้ รวินท์หลับตาลงชั่วขณะ ความทรงจำในวัยเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ไปเพราะพิธีกรรมมืดลักษณะนี้ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ ความรู้สึกผิดที่เคยช่วยใครไม่ได้ ความโดดเดี่ยว และความกลัวที่ฝังรากลึกในใจ กำลังพยายามกัดกินสติสัมปชัญญะของเขา
*‘นายช่วยพวกเขาไม่ได้หรอกรวินท์... เหมือนที่นายเคยช่วยครอบครัวของตัวเองไม่ได้’* เสียงกระซิบเยือกเย็นดังขึ้นในหัว สมองของรวินท์เริ่มพร่ามัว สายสิญจน์ที่ข้อมือรัดแน่นขึ้นจนผิวหนังปริแตก เลือดสีแดงสดหยดลงกระทบพื้นหินทีละหยด... ทีละหยด...
“รวินท์! ตั้งสติไว้!” เสียงตะโกนของอชิระดังทะลุกำแพงความมืดเข้ามา “อย่าไปฟังมัน! นายไม่ได้อยู่คนเดียวเว้ย!”
คำพูดนั้น... อบอุ่นและหนักแน่น ราวกับมือที่เอื้อมมาฉุดกระชากเขาขึ้นมาจากห้วงเหวแห่งความตาย รวินท์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เคยสაბเซาตอนนี้กลับมาเปล่งประกายความมุ่งมั่น เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง... แต่เขาสู้เพื่อดวงวิญญาณนับสิบที่กำลังร้องขอความเมตตา และเพื่อเพื่อนมนุษย์ที่ยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอด
รวินท์สูดหายใจเข้าลึก ภายในใจพยายามสงบลงแม้ร่างกายจะเจ็บปวดเจียนตาย เขาใช้สัมผัสที่หกที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด กวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อมองความน่ากลัว แต่เพื่อ ‘มองหาจุดอ่อน’ ของวงเวียนอาคม
ดวงตาของรวินท์เบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาเห็นเส้นสายสิญจน์ที่เชื่อมโยงระหว่างแท่นพิธีกับโหลแก้วบรรจุดวงวิญญาณ... มันไม่ได้ต่อเข้าหากันโดยตรง แต่มันมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ ‘ตราประทับกระดูกโบราณ’ ที่ฝังอยู่ใจกลางห้อง ใต้เท้าของอาจารย์ชวาลพอดิบพอดี!
“อชิระ...” รวินท์กระซิบเสียงเบาหวิว แต่หนักแน่นพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน “ฟังผมนะ... วิธีหยุดพิธีนี้... ไม่ใช่การยิงเขา... แต่คือการทำลายตราประทับใต้พื้นตรงนั้น”
อาจารย์ชวาลสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวทางสายตาของรวินท์ สีหน้าเหี่ยวย่นพลันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “คิดจะหาวิธีแก้เกมรึ? สายไปแล้วไอ้หนุ่ม!”
อาจารย์ชวาลเงื้อมือกริชในมือเตรียมจะแทงลงมาที่อกของรวินท์สุดแรงเกิด ร่างกายของรวินท์ตึงเครียด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่วินาทีนั้นเอง—
*ปัง! ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวห้องใต้ดิน สารวัตรอชิระไม่ได้ยิงใส่ตัวอาจารย์ชวาลตามที่อีกฝ่ายคาดคิด กระสุนปืนทั้งสองนัดพุ่งตรงไปยังพื้นหินบริเวณใต้เท้าของอาจารย์ชวาลอย่างแม่นยำราวจจับวาง แรงกระแทกของกระสุนปืนเจาะทะลุแผ่นหินโบราณที่เปราะบางจากการกัดเซาะของกาลเวลา จนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ลามเลียไปทั่วบริเวณ
“อ๊ากกกก!” อาจารย์ชวาลแผดเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เมื่อพลังงานย้อนกลับ (Backlash) จากตราประทับที่ถูกทำลายสะท้อนเข้าใส่ร่างของเขาเอง เลือดสีดำทะลักออกจากปากของหมอผีเฒ่า ร่างกายที่เคยดูแข็งแกร่งด้วยอาคมกลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น วงเวียนไสยศาสตร์รอบห้องสั่นไหวและเริ่มแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ โหลแก้วที่กักขังดวงวิญญาณระเบิดออก เสียงโหยหวนด้วยความทุกข์ระทมแปรเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดวงวิญญาณเหล่านั้นค่อยๆ ลอยขึ้นสู่เบื้องบน กลายเป็นละอองแสงสีขาวนวลที่โปรยปรายลงมาฮีลใจและชำระล้างความมืดมนในห้องนี้ให้จางหายไป
รวินท์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรุดฮวบลงพิงกับไหล่ของอชิระที่รีบวิ่งเข้ามาประคองไว้ สายสิญจน์ที่พันธนาการข้อมือคลายตัวและร่วงหล่นลงสู่พื้น ความเจ็บปวดจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและหยดน้ำตาแห่งความตื้นตันที่เอ่อคลอเบ้าตา
“นายทำได้ดีมากเพื่อน...” อชิระพูดเสียงสั่นเล็กน้อย พลางใช้มือโอบไหล่รวินท์ไว้แน่น “จบแล้วล่ะ... ทุกอย่างจบแล้ว”
รวินท์พยักหน้ารับช้าๆ เขามองตามแสงสว่างของดวงวิญญาณที่ค่อยๆ เดินทางไปสู่สุคติด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดหลายปีเริ่มรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทีละน้อย ความแค้นในอดีตได้รับการเยียวยาด้วยความเข้าใจและความกล้าหาญในปัจจุบัน
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังสงบลง และลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับเป็นปกติ เสียงฝีเท้าหนักๆ คู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเจ็บ หรือคนตาย แต่มันเป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวอย่างมั่นคง เยือกเย็น และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
รวินท์และอชิระหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความตื่นตัว
เงาร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูห้องใต้ดินเข้ามารอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่นั้นจ้องมองรวินท์ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นตบเบาๆ สองสามครั้งเป็นเชิงชื่นชม
“เก่งมาก... รวินท์” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น “นายทำลายตราประทับของอาจารย์ชวาลได้ตามคาด... แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่ตราประทับนั้น... มันมีไว้เพื่อ ‘สะกดกักขัง’ ตัวตนที่แท้จริงของฉันเอาไว้ต่างหากล่ะ”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและโอบกอดดวงวิญญาณเหล่านี้ไปด้วยกันนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 48
ความลับของตราประทับ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!