บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 47

พันธมิตรที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย นภากระซิบผี
คราบเลือดสีคล้ำบนพื้นไม้เนื้อแข็งไม่ได้จางหายไปง่ายๆ แม้ว่าเจ้าของบ้านจะพยายามขัดถูมันด้วยน้ำยาเคมีราคาแพงแค่ไหนก็ตาม กลิ่นอับชื้นของความตายยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบปลายจมูก ผสมผสานกับกลิ่นธูปจีนที่รวินท์เพิ่งจุดปักลงในกระถางดินเผา "คุณกำลังเล่นกับไฟ, รวินท์" เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรอชิระดังขึ้นจากมุมห้อง มือนายตำรวจหนุ่มกำลังพลิกแฟ้มคดีเก่าที่มีรอยเปื้อนคราบน้ำตา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงมายังร่างโปร่งบางของชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือ ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าความว่างเปล่า รวินท์ไม่ได้หันกลับไปตอบทันที นิ้วเรียวยาวของเขาขยับสัมผัสไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นกระดาน อุณหภูมิในห้องนี้ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของรวินท์เอง ความทรงจำสีเลือดเมื่อครั้งอดีตที่เคยสูญเสียครอบครัวไปอย่างไร้คำลาผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่นี่ไม่ใช่เวลามาจมดิ่งกับบาดแผลส่วนตัว ในเมื่อคดีฆาตกรรมอำพรางที่ศาลเตี้ยทางกฎหมายเอื้อมไม่ถึงกำลังต้องการคำตอบ "ถ้าผมไม่เล่น ไฟดวงนี้ก็คงเผาไหม้คนบริสุทธิ์ไปอีกกี่คนล่ะครับ... สารวัตร" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความหนักแน่นไว้ภายใน ก่อนที่อชิระจะทันได้โต้แย้ง ประตูไม้บานเก่าที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาก็กระแทกเปิดผางด้วยแรงลมที่ไม่มีที่มา ฝุ่นผงละอองสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับสนิท ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ภายใต้แสงสีนวลของดวงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีหม่น เบื้องหน้าของรวินท์และอชิระ เงาดำทะมืดที่เคยคดงอและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของหญิงสาวในชุดผ้าซิ่นโบราณ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีสีแดงฉานด้วยความอาฆาตอีกต่อไปแล้ว หากแต่เปี่ยมไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดและความเจ็บปวดที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน 'อย่าเข้ามาใกล้เขา...' เสียงกระซิบแหบพร่าดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่มทั้งสอง มันไม่ใช่เสียงขู่คำราม แต่มันคือเสียงเตือนสยองจากวิญญาณเร่ร่อนตนอื่นที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกมุมมืดของเพดาน ดวงตานับสิบคู่กำลังจ้องมองมายังรวินท์ด้วยความริษยาและกระหายใคร่รู้ รวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าสร้อยประคำไม้จันทน์ที่คล้องคอไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่กำลังสั่นไหว เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงวิญญาณอาฆาตที่เคยหมายจะเอาชีวิตเขาในคืนก่อน "คุณไม่ใช่ฆาตกร... แต่คุณรู้ว่าใครคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากคุณ" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "และตอนนี้... เรามีศัตรูคนเดียวกัน" อชิระขยับตัวเข้ามาประชิดหลังรวินท์โดยสัญชาตญาณ มือขวาแตะลงที่ด้ามปืนพกประจำกายแม้จะรู้ดีว่าอาวุธโลหะนี้ไร้ความหมายต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า สายตาของนายตำรวจหนุ่มจดจ้องไปยังร่างโปร่งแสงนั้นอย่างระแวดระวัง "รวินท์ ถอยออกมา... มันอันตรายเกินไป" "ไม่เป็นไรครับสารวัตร..." รวินท์เหลือบสายตากลับมามองเพื่อนคู่คิดเพียงเสี้ยววินาที แววตาคู่นั้นสะท้อนความเชื่อมั่นบางอย่างที่ทำให้อชิระต้องยอมนิ่งเงียบลง "เธอไม่ได้มาเพื่อฆ่า... เธอมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม" วิญญาณหญิงสาวค่อยๆ ลอยเคลื่อนกายเข้ามาใกล้รวินท์ทีละน้อย ทุกย่างก้าวที่เธอลอยผ่าน พื้นไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะรับน้ำหนักความแค้นไม่ไหว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกปีบปะปนกับกลิ่นสาปสางของความตายลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว เธอยื่นมือที่โปร่งแสงและสั่นเทาออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่ของรวินท์ อชิระเกือบจะพุ่งเข้าไปขวาง แต่รวินท์กลับยกมือห้ามไว้ ปล่อยให้ปลายนิ้วเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของภูตผีสัมผัสลงบนบ่าของตน ความหนาแน่นของความตายไหลทะลักเข้าสู่ร่างของรวินท์วูบหนึ่ง จนเขารู้สึกเหมือนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเอง... ภาพของคืนวันอันโหดร้าย, เสียงกรีดร้องขอชีวิต, และรอยยิ้มเยียบเย็นของฆาตกรตัวจริง... ไหลบ่าเข้ามาในสมองของรวินท์อย่างรุนแรงจนเขาต้องกัดริมฝีปากแน่นจนมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปาก 'มัน... อยู่ที่นั่น...' เสียงของวิญญาณสาวดังขึ้นในหัวของรวินท์โดยตรง เต็มไปด้วยความเจ็บปวดระทมทุกข์ 'สมุดบัญชีเล่มนั้น... หลักฐานที่พวกมันพยายามฝังกลบ... มันถูกซ่อนไว้ใต้ถุนศาลาร้างริมน้ำ... ไปเอา... เอาความจริงกลับคืนมาให้ฉัน...' ร่างของหญิงสาวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หยาดน้ำตาที่เป็นเลือดไหลรินอาบแก้มก่อนที่เธอจะหันขวับไปมองความมืดมิดนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งเงาดำอื่นๆ กำลังพยายามพุ่งเข้ามาขัดขวาง เธอกางแขนออกปกป้องรวินท์และอชิระไว้เบื้องหลัง พลังงานอาฆาตที่เคยใช้ทำลายล้าง บัดนี้กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นโล่กำบังสีดำทมิฬที่เข้าห้ำหั่นกับวิญญาณชั่วร้ายตนอื่นเพื่อเปิดทางให้ทั้งสองคนรอดพ้นจากเงื้อมมือของความมืด "เราต้องไป เดี๋ยวนี้!" อชิระตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหิวของลมพายุที่ก่อตัวขึ้นภายในห้องปิดตาย รวินท์พยักหน้ารับ พลางหันกลับไปโค้งศีรษะให้ดวงวิญญาณที่ยอมหันหลังให้ความแค้น เพื่อแลกกับการทวงคืนความยุติธรรม "ขอบคุณครับ... เราจะทำมันให้สำเร็จ" ทั้งสองคนวิ่งฝ่าความโกลาหลออกทางประตูหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่ศาลาร้างริมน้ำตามที่วิญญาณสาวชี้ ทว่า... เมื่อไปถึงที่หมาย ใต้แสงจันทร์สลัวที่ส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ สมุดบัญชีเล่มหนาที่ควรจะถูกฝังไว้ตามคำบอกเล่า กลับถูกเปิดวางทิ้งไว้อย่างจงใจบนม้าไม้เก่า และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีรอยเปื้อนของหยดน้ำตาสดๆ หยดลงบนกระดาษที่ยังไม่แห้งสนิท ทั้งที่ไม่มีมนุษย์คนใดอยู่บริเวณนั้นเลยนอกจากพวกเขา รวินท์ชะงักฝีเท้า หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากเสาศาลาผุพัง พร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นเคยอย่างไร้ที่ติ... คนที่ควรจะตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและโอบกอดดวงวิญญาณเหล่านี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%