บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 14

ความอบอุ่นที่เหลืออยู่

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายใครใช่ไหมคะ?" รวินท์เอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความหนักแน่น แววตาของเขามองผ่านร่างที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไปยังความว่างเปล่าที่เธอเพิ่งก้าวผ่านเข้ามา หญิงสาวในชุดผ้าไหมสีนวลตาหยุดนิ่ง เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงปรกใบหน้าที่ซีดเผือด เธอไม่ได้ตอบคำถาม หากแต่ก้มลงมองมือตัวเองที่สั่นเทา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังภาพถ่ายใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของรวินท์... ภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ยิ้มกว้างในชุดนักเรียน "ลูก..." เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากสายลม แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึกของคนฟัง "เขา... เขาไม่เคยได้ยินคำนั้นจากปากของแม่เลยสักครั้ง" รวินท์ถอนหายใจยาว พลางขยับตัวออกจากหลังโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง เขาไม่แปลกใจเลยที่บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน กลิ่นธูปจางๆ ที่เคยลอยอบอวลเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นดอกมะลิแห้งเหี่ยว ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ถูกกักเก็บไว้นับสิบปีดูเหมือนจะพร้อมพรั่งทะลักออกมา ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้อง สารวัตรอชิระซึ่งยืนเกาะกุมด้ามปืนอยู่ที่สะเอวโดยสัญชาตญาณกลับลดมือลงช้าๆ เมื่อเห็นท่าทีของรวินท์ แม้เขาจะเป็นคนยึดถือวิทยาศาสตร์ แต่ในเวลานี้ สิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่ตรงหน้าคือภาพหญิงสาวที่ไม่มีรอยเท้าบนพื้นไม้ปาร์เกต์—ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางอย่างที่เหตุผลของมนุษย์เอื้อมไม่ถึง "คุณรวินท์..." อชิระเอ่ยเบาๆ "เราต้องพาพวกเขาไปที่บ้านหลังนั้นใช่ไหม" รวินท์พยักหน้า เขารู้ดีว่าห่วงของวิญญาณเด็กน้อยไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่อยู่ที่ 'ความผิดบาป' ของผู้เป็นแม่ที่ทิ้งเขาไว้ในความเงียบงันจนวันตาย เมื่อทั้งสามมาถึงบ้านไม้เก่าคร่ำคร่ากลางสวนที่ถูกปล่อยร้าง รวินท์สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากใต้ถุนบ้าน วิญญาณเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนเปื้อนคราบดินนั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมมืด ดวงตาที่ไร้แววของเขามองตรงมาที่มารดาด้วยความหวาดระแวง ไม่ใช่ความเกลียดชัง "แม่มาแล้ว..." เสียงของหญิงสาวชุดผ้าไหมสั่นเครือ เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นดินที่เปียกชื้น แม้ว่าวิญญาณจะสัมผัสกันไม่ได้ แต่เธอก็พยายามจะเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชาย "คุณครับ... พูดออกมาเถอะ" รวินท์กระตุ้นเบาๆ โดยยืนอยู่ห่างออกไปเพื่อให้พื้นที่แก่คนทั้งสอง หญิงสาวสะอื้นไห้ ร่างของเธอโปร่งแสงจนเกือบจะเลือนหายไปกับความมืด "แม่ขอโทษ... แม่ขอโทษที่วันนั้นแม่รีบออกไปทำงาน แม่ไม่เคยบอกว่าแม่รักลูกแค่ไหน แม่ปล่อยให้ลูกต้องอยู่คนเดียวในความมืดที่น่ากลัวนั่น... แม่ขอโทษจริงๆ" คำว่า 'ขอโทษ' ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในใจเป็นเวลานาน ถูกเปล่งออกมาอย่างหมดเปลือก ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นธูปที่อบอวลกลับกลายเป็นกลิ่นหอมของความสดชื่น ร่างของเด็กชายค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่ขุ่นมัวเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยประกายแห่งความเข้าใจ เขาไม่ได้ตอบกลับเป็นถ้อยคำ แต่ก้มลงกราบลงบนตักของแม่ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง แสงสีทองจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวทั้งสอง รวินท์หลับตาลงรับรู้ถึงการปลดปล่อยที่เปี่ยมด้วยความเมตตา กระทั่งเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พื้นที่ตรงหน้าก็เหลือเพียงความว่างเปล่าและบรรยากาศที่เงียบสงบเหมือนบ้านปกติทั่วไป "พวกเขาไปแล้วใช่ไหม?" อชิระถามพลางเก็บสมุดบันทึกที่เขาแทบไม่ได้จดอะไรลงไปเลย "ไปสู่ทางที่พวกเขาควรจะไปแล้วค่ะ" รวินท์ตอบพลางปัดฝุ่นที่กางเกง ทว่าในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะหันหลังกลับ สารวัตรอชิระกลับหยุดชะงัก สายตาเขามองไปที่พื้นดินใต้ถุนบ้านตรงจุดที่วิญญาณเด็กน้อยนั่งอยู่ สิ่งที่สะท้อนแสงไฟฉายจากมือถือของเขาไม่ใช่แค่ดินโคลน แต่มันคือปลายโลหะสีสนิมที่โผล่พ้นดินขึ้นมา อชิระขุดดินขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มันไม่ใช่ของเล่นเด็ก แต่มันคือ 'ล็อกเกตสีเงิน' ที่มีรอยกระสุนทะลุผ่านและคราบเลือดแห้งกรังที่ฝังอยู่ลึกกว่าที่ควรจะเป็น "รวินท์..." อชิระเรียกเสียงสั่น "นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุหรือวิญญาณที่ห่วงลูก... มีคนฆ่าเด็กคนนี้ และดูเหมือนว่าคนที่ทำ... จะยังคงลอยนวลอยู่ในเมืองนี้" รวินท์ขมวดคิ้วแน่น เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าไอเย็นที่เพิ่งจากไปนั้น ไม่ได้จางหายไปเพียงอย่างเดียว แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วย 'เจตนาอาฆาต' อันเข้มข้นที่พุ่งตรงมายังพวกเขาจากเงาไม้ใหญ่เบื้องหลัง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดไปสู่ความสว่างไสวกับนภากระซิบผีในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%