“วางของชิ้นนั้นลงเสีย รวินท์... นายกำลังจะตายถ้ายังถือมันไว้แบบนั้น”
เสียงเข้มห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในหอสมุดเก่าแก่ กลิ่นอายความเย็นเยียบที่พยายามกัดกินนิ้วมือของรวินท์ราวกับปลิงดูดเลือดพลันชะงักงัน เขาหันไปมองร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูทางเข้า แสงไฟจากโถงทางเดินสาดกระทบใบหน้าของสารวัตรอชิระให้เห็นความเคร่งขรึมที่ซ่อนแววห่วงใยไว้ลึกสุดหัวใจ
รวินท์กำ ‘กล่องไม้แกะสลักรูปดอกบัว’ ในมือแน่น ความเย็นจากไออาถรรพ์ที่ซึมลึกถึงกระดูกทำเอาริมฝีปากเขาซีดเผือด “อชิระ... คุณไม่ควรอยู่ที่นี่ กฎของสำนักงานฯ สั่งพักงานคุณไม่ใช่หรือไง”
“กฎน่ะมีไว้สำหรับคนที่กลัวจะเสียอำนาจ แต่สำหรับฉัน... กฎไม่มีความหมายอะไรเลยหากต้องแลกกับชีวิตของเพื่อน” อชิระก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้โดยไม่สนสายตาของเหล่าวิญญาณที่เริ่มก่อตัวเป็นเงาดำมืดรอบห้อง เขาชักปืนพกคู่กายออกมา แม้จะรู้ดีว่ากระสุนตะกั่วไม่อาจทำร้ายสิ่งที่ไร้ตัวตนได้ แต่เจตจำนงที่แน่วแน่ของเขากลับทำให้ไอหมอกรอบกายรวินท์ต้องถอยร่น
“ของชิ้นนี้... มันมีคนฝากมาบอกว่าถึงเวลาทวงคืนสัญญา” รวินท์พึมพำ ดวงตาเหม่อลอยไปที่ลวดลายบนกล่อง “สัญญาของคนตายที่ไม่ยอมไปเกิด มันกำลังเรียกร้องหา ‘ตัวตายตัวแทน’ ที่มีสายเลือดใกล้เคียงกับผู้สร้างมันขึ้นมา”
อชิระคว้าข้อมือรวินท์ไว้แน่น อุณหภูมิในตัวเขาสูงจนรวินท์รู้สึกเหมือนได้รับไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด “ฉันไม่สนว่าใครจะเซ็นสัญญาไว้กับนรกขุมไหน แต่รวินท์... นายไม่ใช่คนของพวกมัน นายเป็นคนของฉัน เป็นคนที่ฉันต้องรักษาไว้ให้มีลมหายใจอยู่ในโลกใบนี้”
รวินท์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความเหนื่อยล้าของอชิระ แววตาของสารวัตรหนุ่มไม่ใช่แววตาของผู้รักษากฎหมายที่ทำตามหน้าที่ แต่เป็นแววตาของเพื่อนแท้ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งโดยไม่หันหลังกลับ แรงบีบที่ข้อมือหนักแน่นและจริงใจจนความสั่นไหวในใจของรวินท์ค่อยๆ สงบลง
“คุณกำลังเอาตำแหน่งมาเสี่ยง” รวินท์กล่าวเสียงแผ่ว
“ตำแหน่งที่แลกมาด้วยความเงียบเชียบของความตาย... ฉันไม่ต้องการมันหรอก” อชิระยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในยามปฏิบัติหน้าที่ “ฟังนะรวินท์ นายบอกเสมอว่าเรามีหน้าที่ ‘เคลียร์ห่วง’ ไม่ใช่ ‘กลายเป็นห่วง’ เสียเอง เอาของนั่นใส่กล่องกันอาคมที่ฉันเตรียมมา แล้วบอกฉันมาว่าเราต้องแก้ปมที่ไหน”
รวินท์สูดหายใจลึก กลิ่นธูปที่เคยอบอวลชวนอาเจียนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ จากเสื้อโค้ทของอชิระที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ผ่อนแรงจากกล่องไม้แกะสลักนั้น ก่อนจะหยิบยันต์สีเลือดที่อชิระส่งให้มาวางทับไว้
“ปมนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวกล่อง แต่อยู่ที่หัวใจของผู้หญิงที่ถูกฝังอยู่ใต้ฐานหอสมุดแห่งนี้ เธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ เธอถูกทรยศโดยคนที่เธอรักที่สุด” รวินท์เล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “อชิระ... ถ้าเราปลดปล่อยเธอ เราอาจจะต้องเผชิญหน้ากับพลังงานบางอย่างที่รุนแรงกว่านี้มาก คุณแน่ใจนะว่าจะไม่ถอย?”
“ถอยงั้นเหรอ?” อชิระหัวเราะในลำคอ พลางหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องไปที่พื้นไม้ที่ดูเหมือนจะซ่อนทางลับเอาไว้ “ตั้งแต่รู้จักนาย ชีวิตฉันก็ไม่เคยรู้จักคำว่าถอยอยู่แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้า... ไม่ว่าจะเป็นโลกของคนเป็นหรือคนตายก็ตาม”
พวกเขาทั้งสองเริ่มลงมือเปิดทางลับใต้พื้นไม้ เสียงไม้ออดแอดเหมือนเสียงคนโอดครวญด้วยความเจ็บปวด อชิระใช้ไหล่ดันแผ่นกระดานหนักๆ ออกไป เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่มีกระดูกมนุษย์ชิ้นเล็กๆ วางเรียงรายอยู่ท่ามกลางเศษเหรียญโบราณที่สลักชื่อคนตายไว้เกือบสิบราย
รวินท์หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีดำเข้มจางหายไปตามกาลเวลาแต่กลับปรากฏชัดขึ้นอีกครั้งเมื่อมือของเขาสัมผัส
*‘สัญญาแลกด้วยชีวิต... โลหิตไหลรินสู่เงาจันทร์ ใครที่ถือครองกล่องนี้ ต้องเป็นผู้สังเวยรายถัดไป’*
ทันใดนั้น แสงไฟฉายของอชิระก็ดับวูบลงโดยไม่มีสาเหตุ ความเย็นยะเยือกเสียดแทงผิวหนังจนเกิดอาการชาไปทั้งร่าง ในความมืดสนิทนั้นเอง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากตอนที่แล้วก็ดังขึ้นที่ข้างหูของรวินท์... ไม่ใช่แค่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงของหญิงสาวนับสิบคนที่โหยหวนพร้อมกัน
“รวินท์... ถึงเวลาที่สัญญาจะต้องถูกชำระแล้ว”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าอชิระ เป็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงฉานที่มีรอยเย็บลึกกลางหน้าอก เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือ ‘กุญแจ’ ดอกหนึ่งที่ทำจากกระดูกคน ซึ่งตรงกับร่องล็อกของกล่องไม้ในมือรวินท์พอดิบพอดี
รวินท์ตัวแข็งทื่อ กุญแจดอกนั้นกำลังขยับเข้าหาช่องล็อกเองราวกับมีชีวิต อชิระรีบคว้ามือรวินท์ไว้ แต่ทว่า... ร่างของอชิระกลับค่อยๆ จางลงจนเกือบโปร่งแสงราวกับถูกวิญญาณร้ายดึงพลังชีวิตออกไป
“อชิระ!” รวินท์ตะโกนลั่น แต่อชิระกลับหันมามองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารวินท์แทบหยุดหายใจ
“รวินท์... ขอบคุณที่ยอมให้ฉันเข้ามาในห่วงนี้... ถึงเวลาที่นายต้องไป แล้วปล่อยให้ฉันรับกรรมแทนเสียที”
นภากระซิบผีหวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้รวินท์และสารวัตรอชิระร่วมฝ่าฟันชะตากรรมนี้ไปด้วยกันนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 30
ความอบอุ่นแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!