“อย่ามองตรงนั้น... รวินท์ อย่ามอง”
เสียงของอชิระแหบพร่าและสั่นสะท้าน มือหนาของนายตำรวจหนุ่มคว้าต้นแขนของรวินท์ไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ แต่นั่นก็ไม่อาจดึงสายตาของรวินท์ให้หลุดจากเงาดำที่กำลังคืบคลานอยู่บนผนังร้านหนังสือเก่าแก่แห่งนี้ได้
กลางดึกที่เงียบสงัด กลิ่นธูปหอมที่เคยอบอวลชวนให้รู้สึกปลอดภัย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้เกรียมของเนื้อและซากปรักหักพัง เสียงกระซิบที่เคยเป็นเพียงแผ่วเบาของวิญญาณผู้มีห่วง กลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากทุกอณูของอากาศรอบตัวรวินท์
“พวกมัน... ไม่ได้มาแค่คนเดียว อชิระ” รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมที่มักจะอ่อนโยนเมื่อมองเห็นเหล่าดวงวิญญาณ บัดนี้กลับฉายแววว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณกำลังถูกกัดกิน “นายไม่ได้ยินหรือ? พวกเขากำลังเรียกชื่อฉัน... เรียกชื่อที่ฉันลืมไปนานแล้ว”
รวินท์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย เขาเดินตรงไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ลึกที่สุดของร้าน นิ้วเรียวสั่นเทาไล้ไปตามสันหนังสือหนังเก่าแก่ที่เขาไม่เคยแตะต้องมานานหลายปี ทันใดนั้น เงาดำที่ผนังก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง มันยืดยาวและบิดเบี้ยวคล้ายกับเงาของร่างที่ไร้วิญญาณหลายสิบร่างที่พุ่งเข้าหาเขาพร้อมกัน
“รวินท์! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” อชิระพุ่งเข้าขวาง แต่ทว่าเขากลับกระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น แรงปะทะนั้นรุนแรงจนนายตำรวจหนุ่มกระอักเลือดออกมา สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือนเมื่อเห็นรวินท์ยืนนิ่งท่ามกลางมวลหมู่พลังงานสีดำที่กำลังล้อมกรอบตัวเขาไว้
ภายในใจของรวินท์เวลานี้ ไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ย ภาพบ้านหลังเก่าที่ถูกเพลิงเผาผลาญในคืนฝนตกพรั่งพรูเข้ามาในมโนภาพ เสียงแม่ที่ตะโกนเรียกเขาจากในกองเพลิง เสียงพ่อที่พยายามดึงประตูที่ถูกล็อคตายจากภายนอก... ไสยเวทของศัตรูไม่ได้จู่โจมร่างกาย แต่พวกมันกำลังเล่นงาน ‘ความทรงจำ’ ที่รวินท์พยายามปิดผนึกไว้ด้วยกำแพงแห่งความเงียบมาตลอดหลายปี
*“เจ้าเด็กขี้ขลาด... หนีเก่งนักนะ แต่หนีตัวเองไม่พ้นหรอก”*
เสียงกระซิบข้างหูนั้นไม่ใช่เสียงของวิญญาณทั่วไป แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่เขารู้จักดี... คนที่เคยเป็น ‘อาจารย์’ ผู้สอนให้เขารู้จักโลกหลังความตาย ก่อนจะทิ้งเขาไว้ท่ามกลางกองซากปรักหักพังของชีวิต
รวินท์หลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาอุ่นรินไหลลงมาอาบแก้ม “ฉันไม่ได้หนี... ฉันแค่รอเวลา”
“รวินท์ นายพูดเรื่องอะไร! ตั้งสติหน่อย!” อชิระพยายามฝืนลุกขึ้น แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงอย่างผิดปกติ เขาคว้าปืนพกขึ้นมาแล้วเล็งไปยังกลุ่มเงานั้น แม้จะรู้ดีว่าอาวุธทางโลกไม่อาจทำร้ายสิ่งที่เกิดจากไสยเวทได้ แต่เขาก็ยอมปล่อยให้รวินท์เผชิญหน้าเพียงลำพังไม่ได้
ทันใดนั้น เงาดำทั้งหมดก็หยุดชะงัก ลมเย็นเยียบพัดวูบผ่านกลางร้านจนหนังสือเล่มเล็กเล่มน้อยปลิวว่อน รวินท์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้มีแววตาของคนหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกสั่งสมมานานนับสิบปี เขาหยิบเหรียญเงินเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมา แล้วฟาดมันลงบนพื้นไม้จนเกิดรอยแยกเป็นวงกลม
“ถ้าอยากได้นัก ก็เอาความเจ็บปวดทั้งหมดของฉันไป!”
รวินท์ตะโกนก้อง กลิ่นธูปหอมที่เคยไหม้เกรียมพลันเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีที่บานในคืนมืดมิด แรงอัดมหาศาลระเบิดออกกวาดล้างเงาดำจนสลายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดกว่าเดิม
อชิระรีบพุ่งเข้าไปคว้าไหล่รวินท์ที่กำลังโงนเงน “นายทำอะไรลงไป! นายเกือบจะ...”
รวินท์หันมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่อชิระเคยเห็นมา “พวกมันไม่ได้โจมตีเพื่อจะฆ่าผมหรอกครับอชิระ... พวกมันโจมตีเพื่อจะให้ผม ‘ยอมรับ’ ว่าผมคือคนที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวในคืนนั้น”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะถอนหายใจจากเหตุการณ์เฉียดตาย เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างจังหวะเนิบนาบแต่หนักแน่น ช้าๆ... เหมือนกับจังหวะของนาฬิกาลูกตุ้มที่กำลังจะหยุดเดิน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ท่ามกลางความเงียบสนิท รวินท์เดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เขาเปิดประตูออกช้าๆ ร่างของหญิงชราคนหนึ่งในชุดไทยสีมอซอที่เขาจำได้ดีว่าเป็นร่างที่เขาเคยทำพิธีส่งวิญญาณไปเมื่อสามปีก่อน ยืนรออยู่ตรงนั้น
แต่ครั้งนี้... เธอไม่ได้มาคนเดียว ในมือของเธอถือกล่องไม้แกะสลักที่คุ้นตา กล่องที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้หลุมศพของครอบครัวเขาตั้งแต่วันที่ไฟมอดดับไป
“รวินท์... ของชิ้นนี้ มีคนฝากมาบอกว่า ‘ถึงเวลาทวงคืนสัญญาแล้ว’”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดไปกับรวินท์และนภากระซิบผีนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 29
เสียงกระซิบข้างหู
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!