"ถ้าคุณยังลังเลใจที่จะก้าวเท้าเข้าไป ก็กลับไปที่รถเถอะครับรวินท์ ผมไม่อยากให้กลิ่นเหม็นเน่าพวกนี้ติดตัวคุณกลับไปจนถึงร้านหนังสือด้วย"
สารวัตรอชิระกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบสุสานเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา แสงไฟฉายจากมือถือของเขาสั่นไหวไปตามจังหวะก้าวเดินบนพื้นหญ้าที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ รวินท์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขานิ่งงัน ปลายเท้าหยุดชะงักลงหน้าป้ายหินสลักอักษรจีนที่กะเทาะจนแทบอ่านไม่ออก
"กลิ่นที่นี่ไม่ได้เหม็นเน่าหรอกครับสารวัตร" รวินท์เอ่ยเสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นแตะที่ขมับ "มันเหมือนกลิ่นดอกไม้แห้งที่ถูกทับถมด้วยความเคียดแค้น... มันหอมจนชวนให้อึดอัด"
รวินท์ก้าวข้ามหลุมศพที่ดินทรุดตัวลงไปจนเห็นขอบโลงไม้เก่าคร่ำคร่า เขาจำสัมผัสแบบนี้ได้ดี มันไม่ใช่แค่การสำรวจสถานที่เกิดเหตุ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับเศษเสี้ยวความทรงจำของใครบางคนที่ยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด สารวัตรอชิระขมวดคิ้ว เขาเป็นคนยึดถือเหตุผล แต่ทุกครั้งที่อยู่กับรวินท์ สัญชาตญาณบางอย่างมักเตือนให้เขาเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น
"เรากำลังตามหาร่องรอยของพิธีกรรม 'เส้นด้ายสีชาด'" อชิระพึมพำขณะส่องไฟไปที่ฐานของแท่นหินที่ดูผิดแปลกไปจากหลุมอื่น "เบาะแสจากห้องเก็บแฟ้มเก่าบอกว่ามีการลักลอบทำพิธีเรียกวิญญาณในเขตสุสานเก่าเมื่อสามสิบปีก่อน ถ้าที่นี่คือจุดเริ่มต้น... ร่องรอยที่ทิ้งไว้ควรจะชัดเจนพอที่ผมจะเก็บลายนิ้วมือหรือวัตถุพยานได้บ้าง"
รวินท์ส่ายหน้าเบาๆ "พิธีกรรมพวกนี้ไม่ได้ทิ้งลายนิ้วมือหรอกครับสารวัตร แต่มันมักจะทิ้ง 'รอยร้าว' ไว้บนโลกของวิญญาณ"
รวินท์ทรุดตัวลงนั่งข้างหลุมศพที่ดูเหมือนจะถูกรบกวนมากที่สุด เขาหยิบธูปที่เตรียมมาจุดขึ้น กลิ่นควันจางๆ ลอยฟุ้งท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อชิระยืนกำปืนที่ข้างเอวแน่น แม้จะบอกตัวเองว่าเป็นวิทยาศาสตร์ แต่บรรยากาศที่ความกดอากาศเปลี่ยนไปจนหูอื้อก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่า 'ใครบางคน' กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่
"คุณเห็นอะไรไหม?" อชิระถามพลางลดปืนลงเมื่อเห็นรวินท์หลับตาลงอย่างสงบ
รวินท์ไม่ตอบ เขากำลังเห็นภาพในอดีต ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งสั่นเทาอยู่ตรงนี้ ร่างของเธอเปื้อนเลือด และมือของเธอกำลังพันด้ายสีแดงสดรอบข้อมือของซากศพที่เริ่มเน่าเปื่อย รวินท์รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากใต้ดิน ราวกับมีใครบางคนกำลังกระชากจิตใต้สำนึกของเขาให้ดิ่งลึกลงไปในความมืดที่ไร้ทางออก
"พวกเขาสลับตัวกัน..." รวินท์พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจนอชิระต้องขยับเข้ามาใกล้ "สารวัตร... คนที่ตายในหลุมนี้ไม่ใช่เจ้าของชื่อบนป้าย"
อชิระคุกเข่าลงข้างรวินท์ "คุณหมายความว่ายังไง?"
"ป้ายนี้คือชื่อของลูกสาวคนโต แต่คนที่ถูกฝังจริงๆ คือคนที่ทำพิธี... พวกเขาฝังคนเป็นลงไปเพื่อให้วิญญาณของคนตายได้กลับมาเดินดินอีกครั้ง" รวินท์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดที่รับมาจากวิญญาณดวงนั้น "และตอนนี้... เจ้าของร่างในหลุมนี้กำลังหิว"
ทันใดนั้น เสียงดินถล่มดังครืนมาจากใต้เท้าของทั้งสองคน อชิระคว้าแขนรวินท์ไว้แน่น แต่แทนที่จะเป็นเสียงการเคลื่อนตัวของดิน มันกลับเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดังขึ้นจากทุกทิศทาง เงาดำมืดเริ่มก่อตัวขึ้นจากควันธูปที่รวินท์เพิ่งจุดไป สารวัตรหนุ่มยกไฟฉายส่องไปที่หน้าหลุมศพ และต้องผงะเมื่อเห็นรอยมือสีแดงสดปรากฏขึ้นบนแผ่นหินที่สะอาดสะอ้านเมื่อครู่
"รวินท์ ถอยออกมา!" อชิระคำรามพลางพยายามดึงตัวรวินท์ออกไป แต่ดูเหมือนร่างกายของรวินท์จะถูกตรึงไว้กับพื้นหินนั้นอย่างแน่นหนา
รวินท์หันมามองอชิระ ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว "สารวัตร... ผมทำพลาดไป กลิ่นธูปนี้ไม่ได้เรียกแค่วิญญาณ แต่มันเป็นการเปิดประตูให้คนที่คอยคุ้มครองหลุมนี้รับรู้ว่าเรามาที่นี่"
ในวินาทีที่แสงจากไฟฉายของอชิระเริ่มริบหรี่ลงจนเกือบดับสนิท ร่างของหญิงสาวในชุดโบราณที่เปื้อนคราบดินก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นเหนือหลุมศพ นางไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราด แต่ดวงตาที่โบ๋กลวงกลับจ้องมองตรงมาที่อชิระด้วยความโหยหา มือเรียวยาวซีดเผือดเอื้อมมาแตะที่ปลายกระบอกปืนของสารวัตรหนุ่ม ก่อนที่นางจะกระซิบออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องไปถึงหัวใจของทั้งสองคน
"ท่านมาหาข้า... หรือท่านมาเพื่อจะแทนที่เขา?"
ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและเป็นกำลังใจให้รวินท์และสารวัตรอชิระในเส้นทางที่มืดมนนี้เสมอนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 31
ร่องรอยในสุสาน
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!