บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 5

ความลับในกระดาษห่อ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
“คุณกำลังทำลายหลักฐานนะรวินท์ ถ้าของชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม เราควรส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ไม่ใช่เอามาวางบนกองธูปแล้วนั่งจ้องเหมือนจะให้มันพูดได้” อชิระยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานหลังร้านหนังสือ ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของร้านที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นไม้เก่าคร่ำคร่า บนตักของรวินท์มีเพียงกระดาษห่อสีน้ำตาลที่ดูเปื่อยยุ่ยและมีคราบเหลืองจางๆ มันไม่ใช่กระดาษห่อของธรรมดา หากแต่มีกลิ่นอายของกาลเวลาและคาวเลือดที่จางหายไปจนเกือบหมดสิ้น รวินท์ไม่ตอบ เขายังคงหลับตาแน่น ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ ลูบไล้ไปตามรอยพับของกระดาษอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัว “กลิ่นมันเปลี่ยนไปแล้วสารวัตร... ตอนที่ผมแตะมันครั้งแรก มันมีกลิ่นฝน แต่ตอนนี้... กลิ่นของความแค้นมันกลบทุกอย่างจนมิด” “ผมเป็นตำรวจ ผมเชื่อใน DNA มากกว่ากลิ่น” อชิระพ่นลมหายใจ เขาเดินเข้ามาใกล้แต่ก็หยุดระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของรวินท์ “คดีนี้มันไม่มีเบาะแสอะไรเลย นอกจากกระดาษห่อใบนี้ที่คุณเก็บได้จากถังขยะหลังบ้านผู้ตาย ถ้าคุณหาอะไรไม่เจอคืนนี้ เราอาจจะหมดโอกาสไขปมนี้ไปตลอดกาล” รวินท์ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มของเขาไหวระริกราวกับมีเงาบางอย่างสะท้อนอยู่ภายใน เขาหยิบธูปสามดอกที่จุดไว้ขึ้นมา ควันสีเทาจางๆ ลอยม้วนตัวเป็นเกลียวอย่างผิดธรรมชาติในห้องที่ไร้ลมพัด เขาไม่ได้พึมพำบทสวด หากแต่เขากำลัง 'คุย' กับร่องรอยของพลังงานที่ตกค้างอยู่ในกระดาษ *‘ความลับที่ถูกห่อไว้... เจ้าของของเธอคือใคร?’* รวินท์ถามในใจ ทันใดนั้น แสงไฟในร้านหนังสือก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามา กระดาษในมือของรวินท์เริ่มสั่นไหว มันไม่ได้สั่นเพราะแรงลม แต่มันสั่นเหมือนหัวใจที่กำลังเต้นระรัว รวินท์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่ภาพนิมิตจะฉายชัดในหัว เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ข้อมือ เห็นแผ่นหลังของใครบางคนในชุดกันฝนสีเข้ม เห็นตัวอักษรบางอย่างที่ถูกเขียนทับด้วยเลือดจางๆ ลงบนกระดาษแผ่นนี้ “หยุดเถอะรวินท์!” อชิระร้องเตือนเมื่อเห็นรวินท์เริ่มตัวสั่นเทา ผิวหน้าซีดเผือดจนน่ากลัว นายตำรวจคว้าไหล่รวินท์ไว้แน่น “คุณกำลังฝืนขีดจำกัดตัวเอง ถ้าคุณน็อกไปอีกคน ผมคงไม่มีปัญญาพาทั้งคุณและผู้ตายไปพบความจริงหรอกนะ” รวินท์สะดุ้งสุดตัว เขาคลายมือออกอย่างแรง กระดาษสีน้ำตาลร่วงลงบนพื้น เผยให้เห็นรอยเปื้อนที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่รอยเปื้อน แต่มันคือตราประทับของร้านขายเครื่องดนตรีโบราณที่ปิดตัวไปนานกว่ายี่สิบปี “รอยประทับนี่...” รวินท์หอบหายใจถี่ สายตามองไปยังตราสัญลักษณ์รูป 'ไวโอลินหัก' บนกระดาษ “เจ้าของมันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอชิระ... เขาถูกล่า เพราะเขารู้ว่าใครเป็นคนขโมยความทรงจำของคนทั้งเมืองไป” อชิระก้มลงหยิบกระดาษขึ้นมาดูด้วยความสงสัย แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อรอยเปื้อนที่เคยเป็นสีเหลืองจางๆ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงสดราวกับเลือดที่เพิ่งสดใหม่ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วห้องจนอชิระต้องเบือนหน้าหนี “เสียงนั่น...” รวินท์พึมพำพลางเอียงหูฟังเสียงที่มาจากกระดาษ “มันไม่ได้บอกแค่ชื่อเจ้าของ แต่มันกำลังเตือนเรา... ว่าคนที่ฆ่ามัน ยังอยู่ในร้านนี้” ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านหนังสือทันที บรรยากาศอบอุ่นที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูก รวินท์ค่อยๆ หันไปมองที่มุมมืดของร้านหนังสือ ซึ่งควรจะเป็นที่เก็บหนังสือประวัติศาสตร์ แต่ในตอนนี้ กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนซ้อนทับอยู่กับชั้นหนังสือ เงาร่างนั้นสูงโปร่งและมีกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด อชิระชักปืนออกมาอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนชี้ตรงไปที่เงามืดนั้น “ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้!” เงามืดไม่ขยับ หากแต่ค่อยๆ ก้าวออกมาสู่แสงจันทร์ที่สาดส่อง รวินท์ต้องกลั้นหายใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันคือ 'คุณลุงเหม' ชายชราผู้ดูแลสุสานที่เพิ่งมาบอกลาเขาเมื่อเช้านี้ แต่มือของชายชราผู้นี้กลับถือ 'ไวโอลิน' ที่มีสายขาดสะบั้น และที่นิ้วของเขามีรอยบาดลึกที่ยังมีเลือดหยดลงพื้นเป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของรวินท์เต้น “คุณรวินท์... กระดาษนั่นไม่ได้ห่อความลับของคนตายหรอกนะครับ” ชายชราเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเยือกเย็นราวกับลมจากหลุมศพ “แต่มันห่อความลับที่กำลังจะฆ่าคุณต่างหาก” สิ้นคำพูดนั้น หน้าต่างทุกบานในร้านก็ปิดลงพร้อมกันราวกับถูกสั่ง รวินท์พบว่ากระดาษในมืออชิระเริ่มลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนผนังร้านหนังสือที่เคยว่างเปล่า กลับปรากฏรายชื่อผู้ตายที่รวินท์คุ้นเคยทุกคน และชื่อสุดท้ายที่กำลังถูกเขียนขึ้นด้วยรอยเลือดนั้น... คือชื่อของเขาเอง นภากระซิบผีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินท์ในตอนที่ 5 นี้ หวังว่าทุกท่านจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%