“ถอยไป...”
เสียงของรวินท์แหบพร่า ประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากลำคอไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ แต่เพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในหัวใจ ร่างสูงโปร่งก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับชั้นวางหนังสือเก่าคร่ำคร่า สัมผัสเย็นเยียบของสันหนังสือปกแข็งบาดลึกลงบนผิวหนัง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากคมมีดเล่มนั้น
วิญญาณหญิงสาวในชุดเดรสสีครีมมอมแมมขยับนิ้วเรียวซีดราวกับขี้ผึ้ง คราบเลือดแห้งกรังบนมีดทำครัวสั่นไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ เธอไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แววตาของเธอว่างเปล่า ทว่าลึกลงไปในความเวิ้งว้างนั้น กลับมีความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“ชื่อ... พ่อ...” รวินท์พึมพำ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่รอยแกะสลักบนเหล็กกล้า *‘บุญส่ง’* คือชื่อของพ่อเขา พ่อที่หายสาบสูญไปพร้อมกับปริศนาในคืนฝนตกเมื่อสิบปีก่อน
หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถาม เธอเพียงแค่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง มีดเล่มนั้นหลุดจากมือร่วงกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดังกังวาน ก่อนที่ร่างของเธอจะเริ่มเลือนรางกลายเป็นกลุ่มควันสีเทาจางๆ รวินท์รีบพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าไว้ แต่ปลายนิ้วของเขาทำได้เพียงสัมผัสกับอากาศที่หนาวเหน็บ
เขายืนนิ่งอยู่กลางร้าน กลิ่นอายของธูปหอมที่จุดทิ้งไว้ในมุมอับของร้านเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีกลิ่นไม้จันทน์ที่คุ้นเคย แต่มันกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะ
รวินท์ก้มลงมองจุดที่วิญญาณสาวเพิ่งนั่งอยู่ สายตาของเขาปะทะเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของโต๊ะไม้โอ๊กตัวเก่ง มันคือสร้อยคอเงินเส้นบางที่หมองคล้ำด้วยกาลเวลา จี้รูปหยดน้ำที่ทำจากหินสีนิลสลักลวดลายแปลกตาดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับสายสร้อย ภาพในหัวของเขาก็หมุนคว้าง
*‘อย่ากลับไปที่นั่น... รวินท์’* เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งกระซิบข้างหูเขา มันเป็นเสียงที่เขาจำได้ดีเสมอมา
“รวินท์! คุณทำอะไรอยู่น่ะ?”
เสียงเข้มดุดันของสารวัตรอชิระดังขึ้นจากหน้าประตูร้าน เสียงนั้นดึงรวินท์กลับสู่ความจริง เขาซ่อนสร้อยคอไว้ในกำมือทันที หันไปมองชายหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อชิระชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสภาพของร้านที่ข้าวของบางส่วนระเกะระกะผิดปกติ
“คุณดูไม่ดีเลยนะ” อชิระเดินเข้ามาใกล้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรวินท์ “ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเจออะไรผิดปกติ ให้โทรหาผมทันที ไม่ใช่มาเผชิญหน้าคนเดียวแบบนี้”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง” รวินท์ตอบพลางเบนสายตาหนี สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้เขาเก็บความลับเรื่องชื่อบนมีดและสร้อยคอชิ้นนี้ไว้ “แค่... กลิ่นธูปมันทำให้ผมปวดหัวนิดหน่อยน่ะ สารวัตร”
อชิระหรี่ตามองพลางพ่นลมหายใจ เขาเดินไปหยิบแก้วน้ำวางบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ “ร้านคุณไม่ได้จุดธูปสักหน่อย กลิ่นอะไรกัน?”
รวินท์ไม่ได้ตอบ เขาคลี่มือออกช้าๆ สร้อยคอเงินเส้นนั้นวางสงบนิ่งอยู่บนฝ่ามือ อชิระขมวดคิ้วแน่น เขายื่นมือออกไปหมายจะหยิบมันมาดู แต่ทว่าทันทีที่นิ้วของเขาเฉียดผ่านอากาศรอบสร้อย เส้นผมของนายตำรวจหนุ่มกลับลุกชันขึ้นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ มันเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเขาจากความว่างเปล่า
“สร้อยเส้นนี้...” อชิระพึมพำ น้ำเสียงที่เคยหนักแน่นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย “มันเหมือนกับของกลางในคดีที่ผมกำลังทำอยู่เลย คดีหญิงสาวนิรนามที่พบศพในเขตพื้นที่ป่าหลังหมู่บ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน... แต่ศพนั้นไม่มีสร้อยคอติดตัวมาด้วย”
รวินท์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขามีความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ถ้าศพไม่มีสร้อยคอ แล้วสร้อยเส้นนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? และที่สำคัญกว่านั้น...”
รวินท์เว้นจังหวะ ก่อนจะหยิบมีดเล่มเขรอะขึ้นมาวางบนโต๊ะ อชิระผงะถอยหลังทันทีเมื่อเห็นรอยสลักบนใบมีด
“มีดเล่มนี้ มีชื่อพ่อผมอยู่ด้วย”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านหนังสือในชั่วอึดใจ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้เงามืดในร้านดูราวกับจะขยับเขยื้อนได้เอง รวินท์มองไปที่มุมมืดของร้านอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้เห็นเพียงแค่ความว่างเปล่า แต่เขากลับเห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่ดูคล้ายเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยนกำลังยืนหันหลังให้ โดยมีวิญญาณหญิงสาวคนเดิมยืนประสานมืออยู่ข้างๆ
ชายคนนั้นหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมอกควันสีเทา แต่รวินท์รับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าที่ส่งผ่านมาจากสายตาคู่นั้น พ่อของเขาไม่ได้จากไปไหน... พ่อของเขาติดอยู่ในห้วงเวลาแห่งความอาฆาตนี้มาตลอด
รวินท์ก้าวเข้าไปหาเงามืดนั้นโดยไม่สนเสียงเรียกของอชิระ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะแตะตัวพ่อ เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
มันเป็นเสียงเคาะที่แผ่วเบา แต่สั่นประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา เพราะในยามนี้ ร้านหนังสือของเขาปิดตายล็อกกลอนไว้แน่นหนาจากด้านใน และที่หน้าประตูบานนั้น มีเงาของใครบางคนกำลังยืนรออยู่—เงาที่ดูสูงใหญ่และมีกลิ่นเหม็นเน่าของดินป่ารุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรวินท์ในตอนที่สองนี้นะคะ นภากระซิบผีสัญญาว่าจะคลี่คลายปมปริศนาที่ซ่อนอยู่ในเงาให้กระจ่างในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 2
กลิ่นธูปที่คุ้นเคย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!