"ถ้าคุณยังไม่หยุดเคาะกระจก ฉันจะถือว่าคุณไม่มีมารยาทและไม่ต้อนรับเข้าสู่ร้านนะคะ"
รวินท์ไม่ได้เงยหน้าจากกองเอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ ปลายนิ้วของเขาค้างอยู่บนสันหนังสือปกหนังสีเข้มที่กำลังจัดเรียง เสียงเคาะเบาๆ ที่กระจกหน้าร้านยังคงดังต่อเนื่อง—จังหวะของมันสม่ำเสมอจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงของคนที่มีลมหายใจ เพราะหากเป็นคน เสียงนั้นย่อมต้องสั่นไหวด้วยความรีบร้อน หรือไม่ก็มีจังหวะที่หยุดพักบ้าง
แต่รวินท์รู้ดี... นี่คืองานของเขา
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ปิดสมุดบันทึกในมือลงช้าๆ เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในร้านทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เกาะตามผิวหนัง เขาเดินไปที่บานประตูไม้สักที่เพิ่งทาสีใหม่หมาดๆ กลิ่นสีที่ยังหลงเหลืออยู่ปะปนกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าสร้างบรรยากาศที่ยากจะบรรยาย
เขากระชากบานประตูเปิดออก ไม่ใช่เพื่อรับลูกค้า แต่เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า หน้าประตูร้านกลับว่างเปล่า... ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น นอกจากมวลอากาศที่บิดเบี้ยวและไอหมอกจางๆ ที่ก่อตัวขึ้นราวกับภาพลวงตา รวินท์กวาดสายตามองไปรอบถนนแคบๆ ที่เงียบสงัดของย่านเมืองเก่า แสงไฟจากเสาไฟฟ้ากะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลง
"หึ วันแรกก็เอาเลยสินะ" รวินท์พึมพำกับตัวเอง
ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับเข้าไปในร้าน กลิ่นธูปหอมจางๆ กลิ่นที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหายก็ลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นธูปตามวัดวาอาราม แต่เป็นกลิ่นธูปไม้จันทน์หอมที่เขามักจะใช้จุดในค่ำคืนที่เขานอนไม่หลับ—กลิ่นที่ติดตัวเขามาตั้งแต่คืนที่บ้านของเขาพังทลายลงพร้อมกับเปลวเพลิงเมื่อหลายปีก่อน
รวินท์ชะงักฝีเท้า ความเย็นยะเยือกแล่นปราดขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงสันหลัง เขารู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากมุมมืดของร้าน หนังสือที่เขาวางไว้บนชั้นไม้เริ่มสั่นไหวโดยไม่มีลมพัด เสียงกระดาษพลิกดัง 'พรึ่บพรั่บ' ราวกับมีใครบางคนกำลังเร่งอ่านเรื่องราวที่อยู่ข้างในนั้น
"คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อหนังสือหรอกใช่ไหม" รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในแววตากลับมีความสั่นไหวที่เขาพยายามซ่อนไว้
เงาสีเทาจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมห้อง มันก่อตัวเป็นร่างหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีขาวที่ดูเก่าคร่ำ ใบหน้าของเธอเลือนลางราวกับถูกลบด้วยยางลบ ดวงตาที่ควรจะเป็นหน้าต่างของหัวใจกลับว่างเปล่าและหม่นแสง เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเขา พื้นไม้ที่ควรจะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดกลับเงียบสนิทราวกับเธอไม่มีน้ำหนัก
"ชื่อ..." หญิงสาวพึมพำ เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรวินท์ มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นคลื่นความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา "ฉัน... จำไม่ได้... ว่าฉันคือใคร"
รวินท์นิ่งไป เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง แม้สัญชาตญาณจะบอกให้เขาถอยห่าง แต่ความเมตตาที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจกลับเรียกร้องให้เขายื่นมือออกไป เขาไม่ใช่นักบวช ไม่ใช่ผู้มีวิชาอาคม แต่เขาคือ 'คนคั่นหน้า' ผู้ทำหน้าที่รวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายของวิญญาณให้กลับมาสมบูรณ์เพื่อจะได้จากไปอย่างสงบ
"ถ้าคุณจำชื่อตัวเองไม่ได้ ก็นั่งลงก่อนเถอะ" รวินท์ผายมือไปยังเก้าอี้หวายที่มุมร้าน "เล่าให้ฉันฟังหน่อยว่า ก่อนจะมาที่นี่... สิ่งสุดท้ายที่คุณจำได้คืออะไร"
หญิงสาวค่อยๆ หย่อนกายลงนั่ง เธอมองดูมือโปร่งแสงของตัวเองด้วยแววตาโศกเศร้า "กระจก... ฉันเห็นกระจกที่ร้าวเป็นทางยาว... แล้วก็กลิ่น... กลิ่นธูปที่ไหม้จนขมคอ"
รวินท์นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ กลิ่นธูปนั่น... มันคือกลิ่นเดียวกับที่เขาเจอในคืนนั้น คืนที่เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไป
"คุณเกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์นั้น" รวินท์ถามเสียงต่ำ มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ว่างเปล่าพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ร่างของเธอเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงจนชั้นหนังสือรอบๆ ล้มระเนระนาด เสียงกรีดร้องที่ไม่มีที่มาดังก้องไปทั่วร้าน ก่อนที่เธอจะชี้มือมาที่รวินท์ นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทาขณะชี้ไปยังสร้อยคอเงินที่มีจี้รูปกุญแจเก่าๆ ซึ่งรวินท์สวมติดตัวไว้ตลอดเวลา
"กุญแจนั้น... มันไม่ใช่ของคุณ..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ "แต่มันคือของที่... แลกมาด้วยชีวิตของ 'เขา' คนที่รวินท์ไม่มีวันลืม"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทก็ดังขึ้นจากด้านนอกร้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงกว่าเดิม ประตูบานเดิมถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับแทบหัก ชายหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบท่าทางทะมัดทะแมงก้าวเข้ามา สายตาคมกริบของเขาจ้องมองมาราวกับจะแผดเผาความลับในห้องนี้ให้มอดไหม้
"รวินท์! ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องที่หาหลักฐานไม่ได้!" สารวัตรอชิระตะคอกพลางกวาดสายตามองไปรอบร้านที่ข้าวของกระจัดกระจาย "และถ้าจะบอกว่าผีทำ ผมแนะนำให้คุณเลิกทำอาชีพบ้าๆ นี่ซะ เพราะเมื่อครู่ที่ผมเดินเข้ามา... ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังคุณ... เธอถือมีดเล่มที่ใช้ในคดีฆาตกรรมที่เราเพิ่งปิดไปเมื่อสิบปีก่อนอยู่!"
รวินท์หันกลับไปมองหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... เธอไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป ในมือของเธอกลับถือมีดทำครัวขึ้นสนิมที่เปรอะเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้ม และที่ใบมีดนั้น มีชื่อของ 'พ่อ' เขา สลักอยู่บนเหล็กกล้าที่ขึ้นสนิมกรัง!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับนภากระซิบผีนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!