บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 35

คำปฏิเสธจากก้นบึ้ง

ผลงานโดย นภากระซิบผี
“นายจะบอกว่าวิญญาณเด็กนั่นโกหกงั้นเหรอ อชิระ?” รวินท์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เก่า เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบบนเนื้อไม้ดังก้องไปทั่วร้านหนังสือที่เงียบงัน กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นไม้จันทร์หอมจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันไม่อาจกลบกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้าได้ สารวัตรอชิระขยับแว่นสายตา ลมหายใจของเขาพ่นออกมาเป็นไอจางๆ แม้จะเป็นฤดูร้อน “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุชัดเจน รอยนิ้วมือในห้องนั้นไม่มีใครนอกจากเหยื่อ บาดแผลเกิดจากของมีคมที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากเครื่องครัวในบ้าน รวินท์... นายจะให้ฉันเขียนรายงานส่งผู้บังคับบัญชาว่า ‘ผีบอกให้ทำ’ อย่างนั้นหรือ?” รวินท์เงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มที่เคยเป็นทั้งเพื่อนและพยานในความมืดมิดของเขา ดวงตาของรวินท์ไม่ได้ฉายแววโกรธเคือง แต่มันกลับลึกซึ้งและว่างเปล่าเหมือนก้นบึ้งของมหาสมุทร “ถ้าหลักฐานคือพระเจ้าสำหรับนาย งั้นความยุติธรรมที่เด็กคนนั้นได้รับล่ะ? วิญญาณเขาไม่ได้ต้องการแค่การแก้แค้น แต่อยากให้ความจริงที่ถูกฝังอยู่ใต้พรมถูกขุดขึ้นมา” “ความจริงที่ไม่มีตัวตนเหรอ?” อชิระแค่นหัวเราะ กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนฝุ่นฟุ้งกระจาย “ฉันเคารพในสัมผัสของนาย แต่ครั้งนี้มันล้ำเส้นเกินไป นายกำลังเล่นกับความรู้สึกของคนเป็นด้วยคำบอกเล่าของคนตายที่แม้แต่ร่างก็ยังหาไม่เจอ!” รวินท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสูงโปร่งและดูเปราะบางในสายตาคนนอก แต่ในยามที่เขาเผชิญหน้ากับความคลางแคลงใจ รวินท์กลับดูมั่นคงดุจหินผา เขาสาวเท้าเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปหยุดอยู่หน้าตู้หนังสือไม้สักหลังเก่า นิ้วเรียวยาวแตะลงบนสันหนังสือเล่มที่ไม่มีชื่อเรื่อง “อชิระ... นายจำวันที่เราเจอกันครั้งแรกที่สุสานเก่าได้ไหม?” รวินท์เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อย “วันที่นายบอกว่านายไม่เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ตอนที่น้ำตาของหญิงชราคนนั้นร่วงลงบนพื้นดินที่แห้งแล้ง ดอกไม้สีขาวที่เหี่ยวเฉากลับผลิบานขึ้นมา นายยังจะบอกว่านั่นคือเรื่องบังเอิญทางชีวภาพอีกหรือเปล่า?” ความเงียบเข้าปกคลุมร้าน อชิระเม้มริมฝีปากแน่น มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มตำรวจพยายามหาเหตุผลทางตรรกะมาหักล้าง แต่ภาพหลอนที่เขาเคยเห็น—ภาพวิญญาณที่กอดรัดตัวเองด้วยความเจ็บปวด—ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง “ฉันไม่ได้ขอให้นายยอมรับความเชื่อของฉัน” รวินท์หันกลับมา แววตาของเขาอ่อนแสงลง แต่มีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ “แต่ฉันขอให้นาย ‘เปิดใจ’ ยอมรับว่าโลกนี้มีรอยร้าวที่วิทยาศาสตร์ยังมองไม่เห็น ถ้าฉันถอยวันนี้ เด็กคนนั้นจะต้องติดอยู่ในวังวนความแค้นตลอดกาล นายยอมให้วิญญาณบริสุทธิ์กลายเป็นปีศาจ เพียงเพราะคำว่า ‘หลักฐานไม่พอ’ งั้นหรือ?” “นายกำลังเสี่ยงตายนะ รวินท์” อชิระเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “การเข้าไปยุ่งกับคดีที่มีอาคมเข้ามาเกี่ยวข้อง นายรู้ดีว่ามันจบลงยังไงเสมอ... ครอบครัวของนาย...” คำว่า ‘ครอบครัว’ ปะทะเข้ากับหัวใจของรวินท์เหมือนเข็มเงินที่ปักลงบนบาดแผลเก่า เขานิ่งไปครู่ใหญ่ ความทรงจำสีเทาหม่นฉายชัดในหัว ภาพเพลิงไหม้ที่ลุกโชนท่ามกลางเสียงสวดที่ไม่เป็นภาษา กลิ่นเนื้อไหม้และความตายที่เขายังจำได้ติดจมูก รวินท์ยิ้มออกมา—เป็นยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่อชิระเคยเห็น “เพราะฉันเคยสูญเสียมันไปนั่นแหละ อชิระ ถึงทำให้ฉันรู้ว่าการนิ่งเฉยไม่ได้ช่วยให้ใครรอดชีวิต ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของคำสารภาพที่ไม่มีใครได้ยิน... ฉันขอปฏิเสธที่จะเพิกเฉย ไม่ว่านายจะมองว่าฉันเสียสติแค่ไหนก็ตาม” เขาก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับสารวัตรหนุ่มที่ยังคงลังเล “ถ้านายไม่ช่วย ฉันจะทำคนเดียว วันนี้พระจันทร์จะเต็มดวง กลิ่นธูปที่จุดขึ้นในป่าหลังหมู่บ้านจะนำทางฉันไปสู่จุดที่พวกเขาซ่อนความลับนั้นไว้” อชิระถอนหายใจยาว พลางหยิบกุญแจรถยนต์ขึ้นมาเขย่า “ฉันคงห้ามคนบ้าอย่างนายไม่ได้สินะ... ถ้าต้องไปตาย ฉันขอไปยืนเป็นพยานให้ศพของนายเองก็แล้วกัน” รวินท์ไม่ได้ตอบรับ แต่เขากลับนิ่งอึ้งไปเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสลมพัดผ่านกลางร้าน ทั้งที่หน้าต่างและประตูยังปิดสนิท เปลวเทียนบนโต๊ะมืดดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเฉียบข้างหูเขา... ไม่ใช่เสียงของเด็กคนนั้น แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่เขาเคยสาบานว่าจะลืมไปตลอดกาล *‘รวินท์... ลูกยังดื้อรั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ’* รวินท์หน้าซีดเผือด เขารีบหันกลับไปมองความมืดที่มุมห้อง แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่เงามืดธรรมดา มันเป็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดไทยสีหม่นที่ยืนอยู่หลังตู้หนังสือ มือของเธอถือบันทึกเล่มหนึ่ง... เล่มเดียวกับที่แม่ของเขาเคยใช้บันทึกพิธีกรรมต้องห้ามก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย “แม่...?” รวินท์พึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือจนอชิระหันกลับมามองด้วยความตกใจ นภากระซิบผีขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่อบอุ่นนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%