บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 34

ความจริงที่เจ็บปวด

ผลงานโดย นภากระซิบผี
“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะเลือกข้างคนตาย ในเมื่อคนเป็นนี่แหละที่ทำให้โลกนี้บิดเบี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน?” รวินท์เอ่ยถาม ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระจกแตก เสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ดวงตาคมกริบนั้นจ้องมองไปยังเงาสะท้อนในเศษกระจกเบื้องหน้า ไม่ใช่เพราะเขากำลังคุยกับตัวเอง แต่เขากำลังคุยกับ 'บางอย่าง' ที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดของห้วงมิตินี้ เงาในกระจกนั้นเริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ใช่ภาพสะท้อนของรวินท์อีกต่อไป แต่เป็นร่างของชายคนหนึ่งที่เขารู้จักดีในฐานะ 'คนตาย' ที่เขาเคยพยายามช่วย แต่วันนี้... กลับกลายเป็นฆาตกรที่เขากำลังตามล่า “ความตายไม่ใช่จุดจบหรอกรวินท์ แต่มันคือการเปิดประตูสู่ความจริงที่คุณพยายามปิดตายมาตลอด” เสียงนั้นกังวาน ไม่ใช่ผ่านทางหู แต่ผ่านทางกระแสจิตที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “มองดูสิ... มองดูเศษเสี้ยวของวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ในร้านหนังสือของคุณ พวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะกฎหมายที่คุณเชื่อมั่นมันไม่มีพลังอำนาจพอจะชำระล้างความเน่าเฟะนี้ได้” รวินท์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแขน แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก เขาจำเหตุการณ์ในคืนนั้นได้ดี... คืนที่ครอบครัวของเขาถูกกลืนกินโดยอำนาจมืดที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม “นายทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อจะพิสูจน์ตรรกะบิดเบี้ยวของตัวเองเนี่ยนะ?” รวินท์แค่นยิ้ม ขยับเท้าก้าวเข้าไปใกล้เศษกระจกอีกนิด แรงกดดันจากไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากพื้นห้อง แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้าน “นายไม่ได้กำลังดึงฉันเข้าพวกหรอก นายแค่ต้องการคนที่จะมานั่งมองความวินาศสันตะโรที่คุณกำลังจะก่อขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องเหงาเพียงลำพัง” “หึ ฉลาดสมกับที่เป็นผู้สืบทอดกลิ่นธูป” เงาในกระจกหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่แหบแห้งเหมือนใบไม้แห้งถูกบดขยี้ “แต่ลองคิดดูเถอะรวินท์ หากคุณยอมละทิ้งความดีงามจอมปลอมนั่น แล้วหันมาใช้สัมผัสของคุณเพื่อ 'พิพากษา' พวกคนที่สมควรตาย คุณจะช่วยคนได้มากกว่าการไปส่งวิญญาณพวกเขาสู่สุขคติที่ไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำ” ในจังหวะนั้นเอง ประตูร้านหนังสือก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง สารวัตรอชิระยืนหอบหายใจอยู่ตรงกรอบประตู ในมือถือกระบอกปืนแน่น สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่รวินท์ แต่เขามองเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติในอากาศรอบตัวชายหนุ่ม “รวินท์! ถอยห่างจากตรงนั้น!” อชิระตะโกนเสียงเข้ม แม้ในน้ำเสียงจะมีความลังเลของวิทยาศาสตร์ที่เขายึดถือ แต่สัญชาตญาณของตำรวจบอกเขาว่า รวินท์กำลังตกอยู่ในอันตรายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวินท์หันไปมองอชิระ แววตาของเขาสั่นไหว เขาเห็นความห่วงใยที่ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มของเพื่อนรัก อชิระเป็นคนเดียวที่พยายามฉุดเขาขึ้นมาจากหลุมลึกของอดีตเสมอมา หากเขาเลือกจะก้าวข้ามเส้นที่ฆาตกรลากไว้ นั่นหมายถึงการตัดขาดจากโลกความเป็นจริงที่อชิระพยายามรักษามันไว้ให้เขา “สารวัตร...” รวินท์กระซิบ แต่ทันใดนั้น เสียงจากเศษกระจกก็แทรกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังขึ้นจนแก้วหูของรวินท์แทบฉีกขาด “เลือกเอาเถอะ รวินท์... ว่าจะยืนอยู่ข้างกฎหมายที่ว่างเปล่า หรือจะก้าวเข้ามาหาความจริงที่เปื้อนเลือดพร้อมกับฉัน” กระจกบนพื้นสั่นไหวอย่างรุนแรง พลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง รวินท์รู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่พุ่งพล่านจากกระเป๋าเสื้อ ที่ซึ่งเขาพกยันต์เก่าแก่ของตระกูลเอาไว้ มือของเขาสั่นเทา ขณะที่เสียงปืนของอชิระลั่นขึ้นหนึ่งนัดเพื่อเตือนสติ แต่กระสุนนั้นกลับวิ่งผ่านร่างเงาไปกระทบผนังจนปูนแตกกระจาย “ฉันไม่มีวันเป็นพวกเดียวกับปีศาจที่ใช้ความตายเป็นเครื่องมือ!” รวินท์ตะโกนก้อง พร้อมกับคว้าเศษกระจกที่สลักรอยเลือดขึ้นมา เตรียมจะทำลายพันธนาการที่ถูกสร้างขึ้น ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะฟาดเศษกระจกนั้นลงกับพื้น เงาสะท้อนในกระจกก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของ 'น้องสาว' ที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน เธอไม่ได้มองเขาด้วยความโกรธแค้น แต่มองด้วยความเวทนาที่กรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ “พี่คะ...” เสียงนั้นแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบจากความฝัน “ถ้าพี่ทำแบบนี้... พี่จะไม่มีวันได้เห็นความจริงที่หนูทิ้งไว้ให้” มือของรวินท์ค้างอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น ความเจ็บปวดที่เขาพยายามกดทับไว้ในก้นบึ้งของหัวใจทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก เขามองเห็นเงาของน้องสาวค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับใบหน้าของฆาตกรที่แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ อชิระก้าวเข้ามาประชิดตัวรวินท์ คว้าไหล่เขาทั้งสองข้างไว้แน่น “รวินท์! ตั้งสติ! นั่นไม่ใช่เธอ นั่นเป็นแค่กลลวงของมัน!” รวินท์ก้มมองมือตัวเองที่สั่นเทา เศษกระจกในมือร่วงหล่นลงพื้นและแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผง แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ... บนเศษกระจกที่แหลกเหลวนั้น กลับปรากฏรอยนิ้วมือที่เปื้อนเลือดสีสด ซึ่งไม่ใช่เลือดของเขา และไม่ใช่เลือดของวิญญาณที่เขาเคยเจอ มันเป็นเลือดที่ยังอุ่น... และมันกำลังเขียนตัวอักษรบางอย่างลงบนพื้นไม้ของร้านหนังสือ อชิระก้มลงมองตัวอักษรนั้น แล้วใบหน้าของเขาก็ถอดสีจนซีดเผือด “รวินท์... นี่มัน...” ขณะที่รวินท์กำลังจะอ่านข้อความนั้น ประตูกระจกหน้าร้านก็เปิดออกพร้อมกับกระดิ่งที่สั่นไหวโดยไม่มีลมพัดผ่าน ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เขาไม่ได้ใส่ชุดคลุมอำพรางตัว ไม่ได้มีไอสังหารแผ่ซ่าน แต่เขาคือคนที่รวินท์และอชิระรู้จักดีที่สุดในฐานะ 'คนตายที่เพิ่งทำพิธีศพไปเมื่อวานนี้' ชายคนนั้นยิ้มให้รวินท์อย่างอบอุ่น ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารบางอย่างลงบนเคาน์เตอร์ “ผมมาขอจองหนังสือเล่มหนึ่ง... เล่มที่เกี่ยวกับวิธีตายอย่างสงบครับ” รวินท์นิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น นี่คือจุดเริ่มต้นของการทดสอบที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตของเขา ใช่ไหม? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและกลิ่นธูปแห่งความทรงจำกับนภากระซิบผีนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%