"ถ้าคุณยังไม่ยอมพูด สิ่งที่ฉันแบกไว้มันก็มีแต่จะเน่าเฟะอยู่ในอกรวินท์... ช่วยฉันที"
เสียงนั้นแหบพร่าราวกับเศษแก้วที่ถูกบดละเอียด รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านหนังสือเก่า กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นธูปจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังมุมมืดที่ร่างโปร่งแสงของ 'หญิงสาวผู้ล่วงลับ' กำลังกอดเข่าคุดคู้อยู่ เธอไม่ใช่ผีร้าย เธอคือเหยื่อที่ถูกทิ้งให้ตายในบ่อน้ำร้างหลังนิคมอุตสาหกรรมเมื่อสามวันก่อน
รวินท์ถอนหายใจยาว ก่อนจะวางหนังสือในมือลงแล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับดวงวิญญาณที่กำลังสั่นเทา "ผมฟังอยู่ครับ บอกผมมา... ใครเป็นคนทำ"
ดวงตาที่ขุ่นมัวของเธอค่อยๆ ปรากฏความเจ็บปวดขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้น เส้นผมยาวสยายปรกใบหน้าที่ซีดเผือด "คืนนั้น... ฉันไม่ได้ไปที่นั่นคนเดียว ฉันไปกับเขา เพราะเขาบอกว่าจะมีทางออกให้กับหนี้สินของครอบครัวฉัน แต่พอถึงบ่อน้ำ... เขากลับยิ้ม ยิ้มแบบเดียวกับที่เขาใช้บนป้ายหาเสียงนั่นแหละ"
รวินท์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในอก "หมายความว่ายังไง... ป้ายหาเสียง?"
"คุณอัครเดช... ส.ส. ผู้ใจบุญคนนั้น" เธอพูดชื่อนั้นออกมาเบาหวิว แต่สำหรับรวินท์ ชื่อนั้นราวกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะถล่มเมืองนี้ลงได้ทั้งเมือง
ในขณะนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นถี่และหนักแน่น สารวัตรอชิระก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดเกินกว่าปกติ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินตรงดิ่งมาหารวินท์ที่ยังนั่งอยู่กับพื้น
"รวินท์ ลุกขึ้น เดี๋ยวนี้" อชิระเสียงแข็งพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับรู้ว่ามี 'บุคคลที่สาม' อยู่ในห้องด้วย แม้เขาจะมองไม่เห็น แต่ความเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านร่างทำให้เขาต้องชะงัก
"นายรู้เรื่องชื่อคนร้ายแล้วใช่ไหม" อชิระถามพลางลดเสียงลงต่ำ "ถ้าคำตอบคือนายเพิ่งได้ยินมา... ลืมมันไปซะ รวินท์"
รวินท์เงยหน้ามองเพื่อนสนิท สายตาของเขามีทั้งความรวดร้าวและดื้อรั้น "นายก็รู้ว่าเป็นเขา สารวัตร นายมีหลักฐานบางอย่างอยู่ในมือแล้วใช่ไหม ถึงได้รีบมาหาฉันในเวลาแบบนี้"
อชิระนิ่งไปนาน เขาขบกรามจนเห็นสันนูน มือที่กำปืนข้างเอวสั่นน้อยๆ อย่างเห็นได้ชัด "เขามีอำนาจล้นมือ รวินท์ นายอยากให้ร้านหนังสือของนายกลายเป็นที่เกิดเหตุรายต่อไปงั้นหรือ? ตำรวจระดับสูงทุกคนได้รับคำสั่งให้ปิดปากเรื่องนี้ ใครที่กล้าขุดคุ้ย... มักจะหายตัวไปในแบบเดียวกับที่ผู้หญิงคนนี้เจอ"
"แต่เขายังอยู่ตรงนี้กับฉัน!" รวินท์ตะโกนลั่น เสียงนั้นก้องไปในร้านที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่า "เขาไม่ได้ตายไปเพื่อให้นายเดินไปตบมือให้ฆาตกรที่ถืออำนาจ! การที่ฉันมองเห็นเขา ไม่ใช่เพราะฉันอยากเป็นฮีโร่ แต่มันคือความยุติธรรมที่คนเป็นไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!"
วิญญาณหญิงสาวค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงเสียงกระซิบสุดท้ายที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เขาไม่ได้ทำแค่ฉัน... รวินท์ ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์นั่น... มีรายชื่อเหยื่ออีกนับสิบ"
อชิระมองรวินท์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ของเขาดูเหมือนจะพังทลายลงพร้อมกับความจริงที่รับรู้ "ถ้าฉันช่วยนาย... เราทั้งคู่ไม่มีทางรอด นายรู้ใช่ไหม"
"ฉันเตรียมใจไว้ตั้งแต่วันที่ครอบครัวฉันตายแล้วอชิระ" รวินท์ลุกขึ้นยืน นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแน่วแน่ "เปิดไฟล์คดีของนายมา... คืนนี้เราจะเริ่มล่าคนที่กฎหมายแตะต้องไม่ได้คนนั้นกัน"
ทว่าในวินาทีที่อชิระหยิบแท็บเล็ตออกมา ไฟในร้านก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว ผ้าม่านหน้าร้านที่ปิดสนิทปลิวสะบัดราวกับมีใครบางคนกระชากมันจากด้านนอก ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย
"รวินท์... ดูที่กระจกนั่น" อชิระกระซิบเสียงสั่น
รวินท์หันไปมองกระจกหน้าร้านที่เคยเป็นเงาสะท้อนของความมืด แต่บัดนี้... บนบานกระจกกลับปรากฏรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดนับสิบประทับเรียงรายกัน และที่สะท้อนอยู่หลังเงาร่างของพวกเขา ไม่ใช่วิญญาณหญิงสาวคนเดิม แต่เป็นชายในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคุ้นตาบนป้ายหาเสียงที่ยืนยิ้มกว้างให้พวกเขาอยู่กลางความมืดมิด!
ชายคนนั้นไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำหรือในคดี... แต่เขากำลังยืนอยู่หลังรวินท์ในวินาทีนี้
นภากระซิบผีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะใจเต้นแรงไปกับรวินท์และสารวัตรอชิระในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตเช่นนี้นะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 7
คำสารภาพของคนตาย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!