"หยุดเถอะอชิระ... ยิ่งนายพยายามใช้ตรรกะมาวัดรอยเลือดพวกนี้ นายก็จะยิ่งมองไม่เห็นความจริงที่มันตะโกนบอกเราอยู่ตรงหน้า"
เสียงของรวินท์แหบพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องเก็บของกลางกองพิสูจน์หลักฐาน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกรวินท์ตลอดเวลาทำให้เขารู้สึกมวนท้อง เขาขยับแว่นสายตาพลางกวาดสายตามองภาพถ่ายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตัวยาว ภาพรอยเท้าเปื้อนโคลนสีดำสนิทที่พบในที่เกิดเหตุฆาตกรรมสามคดีล่าสุดถูกนำมาวางเทียบกัน
สารวัตรอชิระวางแฟ้มในมือลงดังปึก เขานวดขมับด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่นั้นบอกชัดถึงความอดทนที่ใกล้จะขาดผึง "รวินท์ ผมเป็นตำรวจ ผมต้องมีหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ ไม่ใช่เรื่องเล่าเกี่ยวกับอักขระลึกลับหรือพิธีกรรมที่คุณพยายามจะบอกผมมาตลอดสองชั่วโมงนี้"
รวินท์ไม่ตอบ เขาขยับเข้าไปใกล้ภาพถ่ายศพหญิงสาวรายล่าสุด ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ ลากผ่านรอยแผลที่ถูกกรีดเป็นเส้นตรงยาวจากไหปลาร้าลงมาถึงหน้าท้อง รอยแผลนั้นไม่ได้ดูสะเปะสะปะ แต่มันคือจังหวะการลงมีดที่แม่นยำและเปี่ยมไปด้วยความเคารพในสิ่งที่ทำ
"ดูนี่สิ" รวินท์เอ่ยพลางใช้ปากกาสีแดงวงกลมจุดที่รอยแผลตัดผ่าน "คดีแรกที่วัดร้าง คดีที่สองในแมนชั่นย่านรังสิต และคดีล่าสุดนี้... นายเห็นความเชื่อมโยงไหม? ตำแหน่งที่กรีดมันสอดคล้องกับจุดชีพจรพลังงานตามคัมภีร์ที่ข้าพเจ้าเคยอ่านในห้องสมุดลับของปู่"
อชิระโน้มตัวลงมาดู แม้ในใจจะค้านหัวชนฝา แต่เมื่อมองภาพทั้งสามภาพวางเรียงกันในองศาที่รวินท์จัดไว้ เขาก็ต้องชะงัก ลายเส้นบนผิวหนังคนตายไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อความสะใจ แต่มันคือการ 'วาด' วงเวทลงบนเนื้อหนังมังสาคนเป็น
"คนร้ายไม่ได้ฆ่าเพราะความโกรธแค้น แต่มันกำลังทำพิธีบางอย่าง" รวินท์กระซิบ น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง "พิธีกรรม 'ดึงรั้งวิญญาณเพื่อคืนชีพ' ที่สูญหายไปนานกว่าศตวรรษ หากเหยื่อรายที่สี่ถูกสังหารในคืนพระจันทร์สีเลือดที่กำลังจะมาถึง... ความตายครั้งนี้จะไม่จบแค่ที่ร่างไร้วิญญาณ แต่มันคือการเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดได้อีก"
อชิระนิ่งไปนาน เขาหันมามองรวินท์ที่ใบหน้าตอนนี้ดูซีดเผือดกว่าปกติ รวินท์ไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่สิ่งที่รวินท์สัมผัสได้มักจะจริงเสมอ อย่างน้อยก็จริงสำหรับคนที่เคยสูญเสียทุกอย่างให้กับโลกฝั่งนั้นอย่างเขา
"ถ้าคุณพูดจริง... ใครคือเป้าหมายถัดไป?" อชิระถาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นกระซิบ
"คนที่มี 'ของ' ในตัว" รวินท์ตอบทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก "คนที่อยู่ในจุดกึ่งกลางของวงเวทในแผนที่เมืองนี้... อชิระ เราต้องไปที่ร้านหนังสือของข้าพเจ้าเดี๋ยวนี้!"
รถกระบะคันเก่าพุ่งทะยานผ่านสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย รวินท์กำสายคาดนิรภัยแน่น ในหัวของเขาภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ปู่เคยพร่ำสอนผุดพรายขึ้นมาเหมือนฟิล์มหนังที่ขาดวิ่น กลิ่นธูปหอมจางๆ ที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในรถกลับตลบอบอวลจนน่าเวียนหัว
"รวินท์ ใจเย็นๆ..." อชิระพยายามคุมพวงมาลัยขณะที่ถนนสายหลักเริ่มถูกตัดขาดจากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด
"มันเริ่มแล้ว... พายุกำลังมา" รวินท์พึมพำ เขาหยิบเหรียญโบราณออกจากกระเป๋าเสื้อกำไว้แน่น จนมุมของเหรียญบาดลงบนฝ่ามือเลือดสีแดงสดหยดลงบนเบาะนั่ง
เมื่อรถมาถึงหน้าร้านหนังสือไม้เก่าแก่ที่ดูเงียบสงัดผิดปกติ รวินท์ก็แทบจะถีบประตูรถลงไปทันทีที่รถจอดสนิท ประตูร้านไม่ได้ล็อค มันเปิดแง้มออกเล็กน้อย พร้อมกับกลิ่นควันธูปที่รุนแรงจนหายใจไม่ออก
รวินท์ก้าวเข้าไปในความมืด อชิระชักปืนออกมาในท่าเตรียมพร้อม ทั้งคู่เดินผ่านชั้นหนังสือที่เรียงรายไปสู่ห้องทำงานด้านหลัง ที่นั่น... แสงเทียนสีฟ้าสว่างวาบขึ้นเองโดยไม่มีใครจุด ร่างของหญิงชราคนหนึ่งนั่งหันหลังให้พวกเขาอยู่บนเก้าอี้โยกที่เคลื่อนไหวจังหวะช้าๆ
"กลับมาแล้วหรือ... รวินท์ หลานชาย" เสียงนั้นแหบแห้งและคุ้นเคยเกินกว่าจะลืมลง
รวินท์หยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก หญิงชราค่อยๆ หันเก้าอี้กลับมา ใบหน้าของเธอตอบซูบ แววตาว่างเปล่า แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือรอยเย็บสีดำรอบคอของเธอที่ดูเหมือนถูกใครบางคนพยายาม 'ประกอบ' ร่างขึ้นมาใหม่
"ปู่เคยบอกเจ้าใช่ไหม... ว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของหนี้สินที่เราต้องชดใช้" หญิงชราแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชี้มือไปที่ร่างของอชิระที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างหลังรวินท์ "และรายที่สี่... ก็มาส่งถึงที่แล้ว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหลอนและปมปริศนาไปกับนภากระซิบผีนะคะ
บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 17
จุดเริ่มต้นของพายุ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!