บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 22

วิญญาณอาฆาต

ผลงานโดย นภากระซิบผี
“อย่าได้มองเข้าไปในดวงตาของมัน... รวินท์ ถอยออกมา!” เสียงตะคอกของอชิระแหบพร่าและสั่นเครือ มือหนาของสารวัตรหนุ่มคว้าต้นแขนของรวินท์ไว้แน่นจนเล็บแทบจะจมลงไปในเนื้อผ้า ทั้งสองยืนอยู่กลางห้องใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นสาบสางของเชื้อราผสมกับกลิ่นธูปไหม้ที่กรุ่นติดอยู่ในอากาศราวกับมีชีวิต มันเป็นกลิ่นที่ชวนคลื่นเหียน ทว่าสิ่งที่ทำให้น่าขนลุกยิ่งกว่า คือเงาร่างนับสิบที่สั่นไหวอยู่ตามมุมมืดของผนัง รวินท์ไม่ได้ถอย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคู่คมที่มักจะดูเงียบสงบเสมอ บัดนี้กลับฉายแววโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง เขาค่อยๆ แกะมือของอชิระออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้าวเข้าไปหา 'สิ่งนั้น' ที่ถูกตรึงไว้กับเสาไม้เก่าแก่กลางห้อง “พวกเขายังไม่ไปไหน อชิระ” รวินท์กระซิบ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนถึงหัวใจคนฟัง “พวกเขาไม่ได้ถูกกักขังด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า... แต่ถูกพันธนาการด้วย 'คำสาป' ของคนเป็น” เบื้องหน้าของทั้งสอง คือร่างของหญิงสาวในชุดไทยสมัยเก่าที่ซีดจาง ดวงตาของเธอว่างเปล่าและมืดบอด ที่ข้อมือและข้อเท้ามีเส้นด้ายสีแดงถักทอเป็นอักขระอาคมผูกติดกับผนังห้อง ทุกครั้งที่หญิงสาวขยับตัว เส้นด้ายเหล่านั้นจะเปล่งแสงสีแดงฉานสั่นไหว ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถูกบีบเค้น อชิระลดปืนในมือลง มืออีกข้างหยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กออกมาด้วยนิ้วที่สั่นเทา เขาพยายามมองผ่านเลนส์กล้องที่สวมอยู่ แต่ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอแท็บเล็ตกลับมีเพียงความว่างเปล่า “รวินท์... นายเห็นอะไรที่ฉันไม่เห็นอีกแล้วใช่ไหม ในกล้อง... ฉันเห็นแค่ห้องที่ว่างเปล่ากับผนังที่ผุพัง” “นั่นแหละคือสิ่งที่มันต้องการ” รวินท์หันกลับมามองอชิระ แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความมุ่งมั่นที่น่ากลัวแฝงอยู่ “มันทำให้พวกเขากลายเป็นเครื่องมือ เป็นบริวารที่ไม่มีตัวตน เพื่อให้ฆาตกรคนนั้นใช้ก่อกรรมทำเข็ญต่อไปได้โดยไร้ร่องรอย” รวินท์ยื่นมือออกไปสัมผัสอากาศว่างเปล่าตรงหน้าหญิงสาวผู้นั้น ทันใดนั้น ความเย็นยะเยือกก็พุ่งเข้ากระดูกสันหลังของอชิระ ห้องที่เคยเงียบงันกลับมีเสียงกระซิบอื้ออึงดังก้องขึ้นมา ราวกับวิญญาณนับร้อยกำลังกรีดร้องอยู่ในมิติที่ซ้อนทับกัน “เจ้าชื่ออะไร...” รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เส้นผมยาวสยายปรกใบหน้าที่ไร้สีเลือด ริมฝีปากของเธอขยับช้าๆ ทว่าไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แทนที่จะเป็นคำพูด กลับมีหยดเลือดสีดำสนิทไหลรินออกมาจากดวงตาคู่นั้นแทน รวินท์เบิกตากว้าง เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือไปเช็ดคราบเลือดนั้นด้วยความเวทนา “รวินท์! ออกมาเดี๋ยวนี้! ผนังนั่น... มันกำลังเริ่มร้าว!” อชิระตะโกนลั่นเมื่อเห็นรอยแยกสีดำขยายตัวไปทั่วห้องเหมือนใยแมงมุมที่กำลังปริแตก “ฆาตกรคนนั้นไม่ได้แค่กักขังวิญญาณ แต่มันกำลังดึง 'จิต' ของพวกเขาทุกคนให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง...” รวินท์พึมพำขณะที่ร่างของเขาสั่นเทา “มันต้องการสร้างกองทัพวิญญาณอาฆาตเพื่อเป้าหมายบางอย่าง... อชิระ นายต้องฟังนะ สิ่งที่อยู่ในห้องนี้ไม่ใช่แค่เหยื่อ แต่มันคือ... ส่วนหนึ่งของคนใกล้ตัวนาย!” อชิระชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง “นายหมายความว่ายังไง คนใกล้ตัวฉัน?” รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขาหันกลับมาหาอชิระ ใบหน้าของเขาซีดเผือด “นายจำคดีที่ปิดไม่ลงเมื่อสามปีก่อนได้ไหม... คดีที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งครอบครัวของผู้กำกับสมศักดิ์?” ก่อนที่อชิระจะได้เค้นคำตอบ เงาที่เคยสงบนิ่งอยู่ตามมุมห้องกลับเริ่มขยับเขยื้อน พวกมันไม่ได้จ้องมองรวินท์ แต่ดวงตานับสิบดวงกำลังจับจ้องมาที่อชิระเพียงผู้เดียว เสียงโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกระชากลากถูไปกับพื้นปูนดังก้องกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์เก่า ทันใดนั้น ไฟที่สลัวอยู่บนเพดานก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคา ส่องกระทบร่างของใครบางคนที่ยืนพิงประตูห้องใต้ดินอยู่เงียบๆ คนผู้นั้นสวมชุดเครื่องแบบตำรวจที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง “หาเจอกันจนได้นะ... คุณสารวัตร” รวินท์และอชิระหันขวับไปมอง พร้อมกับที่ความจริงที่เลวร้ายที่สุดกำลังจะถูกเปิดเผยในพริบตาถัดไป นภากระซิบผีขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาบีบหัวใจในบทนี้ไปพร้อมกับรวินท์และอชิระนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหวนคืน: กลิ่นธูปใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%