เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 3

เพื่อนบ้านผู้เงียบขรึม

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงทุบไม้โป๊กๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณระเบียงบ้านหลังเก่าที่ผุพังตามกาลเวลา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นอกกว้างที่ภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มชื้นไปด้วยเหงื่อของร้อยเอกศิลา ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังใช้ค้อนเหล็กงัดตะปูสนิมเขรอะออกจากแผ่นไม้กระดานผุๆ อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพละกำลังและความเด็ดขาด ราวกับเขากำลังรื้อถอนอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางกั้นความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ ลินดายืนถือถาดไม้ที่บรรจุแก้วน้ำกระเจี๊ยบเย็นจัดสีทับทิมสดใสกับผ้าเย็นกลิ่นมะลิอ่อนๆ เธอมองแผ่นหลังหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน เชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตและเล่ห์เหลี่ยมของบรรดาญาติจอดสูบเลือดมานับไม่ถ้วน ย่อมรู้ดีว่าความช่วยเหลืออย่างไร้เงื่อนไขของชายหนุ่มข้างบ้านคนนี้ไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มันคือความจริงใจที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยที่ผู้คนต่างเห็นแก่ตัว "พักดื่มน้ำก่อนเถอะครับ คุณศิลา" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นถาดไม้ไปตรงหน้า ศิลาหยุดมือ เขาหันมามองเจ้าของบ้าน เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคายสันจرقชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มรับแก้วน้ำกระเจี๊ยบเย็นฉ่ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ความเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมชื่นใจช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี "ขอบคุณครับ... ไม้ตรงนี้ปลวกกินโครงสร้างข้างในค่อนข้างเยอะ ถ้าไม่เปลี่ยนโครงสร้างใหม่ หน้าฝนปีนี้รับรองว่าทะลุแน่ๆ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำแต่นุ่มนวล เขาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า ก่อนจะใช้มือหนาปาดเหงื่อที่หน้าผากลวกๆ "ฉันต้องรบกวนคุณตลอดเลย เกรงใจจริงๆ นะครับ... เอ่อ เกรงใจจริงๆ ครับ" ลินดาเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ก็รีบปรับคำพูดให้เข้ากับบุคลิกของตนเอง พร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้ชายหนุ่ม ศิลาชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนามที่เกือบหลุดรอด ก่อนจะมุมปากจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ลินดา... บ้านหลังนี้อยู่ติดกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน อีกอย่าง..." เขาดึงผ้าเย็นมาเช็ดมือหนาที่เปื้อนฝุ่นไม้ "ผมว่างงาน (หลังจากปลดประจำการ)" แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ลินดากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มคนนี้ ในอดีตเธอเคยชินกับการต่อสู้ดิ้นรนเพียงลำพัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการระแวดระวังภัยจากคนรอบข้าง แต่ทว่า... ตั้งแต่มีศิลาเข้ามาวนเวียนอยู่ในรั้วบ้าน กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองกลับค่อยๆ พังทลายลงอย่างช้าๆ สายตาของศิลาไม่ได้มองแค่แผ่นไม้ผุๆ อีกต่อไปแล้ว ขณะที่ลินดาก้มลงหยิบกระดาษทิชชูมาส่งให้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงและท่าทางคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงของเชฟสาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและแป้งทำขนมที่ติดตัวเธอลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมพยายามกดทับเอาไว้ เธอไม่ใช่แค่หญิงสาวชาวสวนธรรมดา... มีบางอย่างในตัวลินดาที่ดึงดูดใจเขาอย่างประหลาด ความเด็ดเด็ดขาดตอนที่เธอไล่ตะเพิดพวกญาติหน้าเลือดเมื่อวันก่อน ความฉลาดเฉลียวในการจัดการกับวัตถุดิบ และรอยยิ้มที่เธอมักจะมีให้เขาเสมอ "มองอะไรหรือครับ หน้าฉันมีรอยเปื้อนฝุ่นไม้หรือเปล่า?" ลินดาเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่หลบเลี่ยง ทำเอาศิลาถึงกับเสมองไปทางอื่น ใบหูหนากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดสำหรับคนช่างสังเกตอย่างเธอ "เปล่าครับ... แค่คิดว่า คุณทำอาหารเก่ง ทำสวนเก่ง แล้วตอนนี้ยังจะมาช่วยผมถือไม้ซ่อมบ้านอีก... ผู้หญิงสมัยนี้หาคนเก่งรอบด้านแบบคุณยากเต็มที" ศิลาตอบตามความจริง น้ำเสียงทุบต่ำนั้นจริงจังจนลินดาต้องหัวسเบาๆ ออกมา "ถ้าชมฉันมากๆ ระวังฉันจะจ้างคุณเป็นแรงงานระยะยาวโดยไม่จ่ายค่าจ้างนะคะ... เอ่อ ไม่จ่ายค่าจ้างนะครับ" ลินดาแกล้งหยอกล้อ ประกายตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ยินดีครับ... ขอแค่มีข้าวอร่อยๆ ฝีมือคุณให้กินทุกมื้อ ค่าจ้างก็ไม่จำเป็นแล้ว" ศิลาตอบกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล ดวงตาคู่คมจ้องลินดานิ่งราวกับจะสื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ลมพัดโชยกลิ่นหอมของดินหลังฝนและกลิ่นดอกไม้ป่าเข้ามาปะทะจมูก ทั้งสองยืนสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มส่งเสียงร้องรับยามบ่ายแก่ๆ เคมีที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างนายทหารหนุ่มผู้เงียบขรึมกับเชฟสาวมือทอง ช่างอบอุ่นและลงตัวราวกับภาพวาด ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักสั้นเสมอ *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากรั้วหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมหวีดร้องด้วยความเกรี้ยวกราดที่ลินดาจำได้แม่นยำว่าเป็นของ "ป้าสำลี" ญาติจอมสูบเลือดผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าสำนึก "นังลินดา! นังหลอกลวง! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงแจ้งตำรวจมาจับลูกชายฉัน! เปิดเดี๋ยวนี้รึว่าแกตายห่านไปแล้ว!" ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความกดดันและบรรยากาศอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับเสือร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาวางค้อนในมือลงช้าๆ ก่อนจะหันมามองลินดาด้วยแววตาที่พร้อมจะพังทลายทุกคนกล้าเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้ภรรยา... เอ๊ย ให้หญิงสาวตรงหน้า ลินดายังคงนิ่งสงบ ใบหน้าสวยหวานไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและสะใจไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%