"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเขตบ้านฉันอีกก้าวเดียว ข้าวมื้อนี้จะไม่ใช่แค่น้ำพริกเผาธรรมดา แต่จะเป็นยาเบื่อหนูสูตรพิเศษที่ฉันเพิ่งผสมเสร็จเมื่อกี้!"
เสียงประกาศกร้าวของลินดาพร้อมกับด้ามไม้กวาดที่ฟาดลงบนพื้นดินเสียงดัง *ปัง!* ทำให้ป้าสำลีและลุงกอล์ฟ สองญาติจอมหน้าด้านที่เคยมาสูบเลือดสูบเนื้อในไร่ ชะงักกึกใบหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ ดวงตาของเชฟสาวทอประกายความเยียบเย็นและเด็ดขาด เธอไม่ได้เป็นลินดาคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบอีกต่อไปแล้ว มิติลับในกำมือและทักษะเชฟมือทองระดับท็อปคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้
ร้อยเอกศิลาที่ยืนพิงเสาระเบียงบ้าน มองภาพภรรยาคนสวยด้วยสายตาพราวระยับ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดูและภาคภูมิใจ ในมือของชายหนุ่มถือแก้วกาแฟดำร้อนกรุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลในอากาศตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าขัน
"ได้ยินชัดแล้วนะ ถ้ายังไม่อยากกระดูกหักกลับไป ก็ไสหัวไปซะ" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนทำให้สองสามีภรรยาจอมตื๊อต้องถอยกรูด หันหลังวิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต
ลินดาพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ก่อนจะวางไม้กวาดลง หันมาสบตากับสามีรูปหล่อที่เดินเข้ามาใกล้ มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดมาซับเหงื่อที่ไรผมให้เธออย่างเบามือ
"ทำได้ดีมากครับยอดภรรยาของผม" ศิลาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ถ้าไม่จัดการให้เด็ดขาด พวกมันก็จะมาเกาะแกะไม่เลิกราหรอกครับพี่ศิลา" ลินดาตอบรับ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงสติกลับมาสู่งานใหญ่ตรงหน้า "ว่าแต่... วัตถุดิบจากมิติที่ผมเตรียมไว้พร้อมแล้วหรือยังครับ วันนี้เราจะเปิดครัวป่าฟิวชั่นต้อนรับชาวบ้านกัน"
เที่ยงวันนั้น ลานกว้างหน้าบ้านพักในไร่ถูกเนรมิตรให้กลายเป็น "ครัวกลางแจ้ง" แบบเฉพาะกิจ กลิ่นหอมของเครื่องสมุนไพรไทยแท้ๆ ทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแห้งคั่วใหม่ๆ ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลินดาในผ้ากันเปื้อนสีสะอาด ผมยาวมאסมวดเป็นมวยไว้อย่างลวกๆ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับวาทยากรผู้ควบคุมวงดนตรีซิมโฟนี
กระทะเหล็กใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตาถ่านที่ไฟกำลังลุกโชน น้ำมันพืชร้อนๆ ถูกหยอดลงไปตามด้วยพริกแกงป่าสูตรลับเฉพาะที่ตำโขลกสดๆ จากเครื่องเทศในมิติลับ กลิ่นหอมฉุนเตะจมูกทันทีที่สัมผัสความร้อน เสียง *ฉู่ฉ่า* ดังสนั่นเรียกน้ำลายสอ
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ตอนแรกต่างพากันเดินผ่านด้วยความสงสัยและเคลือบแคลงใจ ต่างพากันหยุดฝีเท้าลงทีละคน สองคน... จนกระทั่งกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรั้ว
"กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมชะมัด!" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากชายร่างท้วมผู้มีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่บ้าน
"นั่นสิ กลิ่นใบยี่หร่ากับพริกไทยอ่อนเตะจมูกข้าจนท้องร้องจ๊อกๆ แล้วนะเนี่ย" หญิงสูงวัยข้างบ้านกลืนน้ำลายเอื้อมคอชะโงกมอง
ลินดาไม่ปล่อยให้รอนาน เธอตัก "ผัดเผ็ดหมูป่าเนื้อนุ่มใบยี่หร่า" สีสันจัดจ้าน ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและใบมะกรูดซอยละเอียด ลงบนจานใบตองที่รองด้วยข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย เมนูที่สองคือ "ต้มยำปลาช่อนนาซดร้อนๆ รสจัดจ้าน" ที่ส่งกลิ่นหอมของมะนาวแท้และผักชีฝรั่งทะลุทะลวงทุกโสตประสาท
"เชิญครับทุกท่าน วันนี้ครัว 'สวนสุขใจ' ของเราเปิดให้บริการทดลองชิมฟรี เมนูอาหารป่าฟิวชั่นฝีมือภรรยาผมเอง รับรองว่าอร่อยจนลืมไม่ลงแน่นอนครับ!" ศิลาทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์จำเป็น รอยยิ้มจริงใจและท่าทีผึ่งผายของอดีตนายทหารทำให้ชาวบ้านรู้สึกไว้วางใจได้ไม่ยาก
จานแรกถูกยื่นให้ผู้ใหญ่บ้านได้ลองชิม ลินดายืนลุ้นเงียบๆ แต่สีหน้ายังคงความมั่นใจ ชายวัยกลางคนคีบเนื้อหมูป่าชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ สัมผัสแรกคือความเผ็ดร้อนที่ซ่านไปทั่วลิ้น ตามด้วยความหวานนุ่มของเนื้อหมูที่ไม่เหนียวเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมของเครื่องสมุนไพรและใบยี่หร่ากระจายอบอวลอยู่ในโพรงปากอย่างลงตัว
ผู้ใหญ่บ้านเบิกตากว้าง วางตะเกียบลงแล้วอุทานออกมาเสียงดัง "โอ้โห! นี่มัน... อร่อยเหาะ! รสชาตินี้ข้าไม่เคยินจากไหนมาก่อนเลยวะ หอมเครื่องเทศ กลมกล่อม ไม่เผ็ดโดดจนเกินไป!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรดาชาวบ้านที่ยืนออกันอยู่ก็กรูเข้ามาทันทีราวกับผึ้งแตกรัง ทุกคนแย่งกันสั่งและขอชิมจนลินดาแทบผัดไม่ทัน ศิลาต้องรีบเข้ามาช่วยตักข้าวและจัดเสิร์ฟอย่างขะมักเขม้น ยอดขายและเงินสดใบสีม่วงถูกยื่นแลกกับอาหารในเวลาอันรวดเร็ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ
ผ่านไปเพียงสองชั่วโมง หม้อข้าวใบใหญ่และกระทะเหล็กกลับว่างเปล่า วัตถุดิบทั้งหมดหมดเกลี้ยงในพริบตา ชาวบ้านหลายคนบ่นเสียดายที่มาไม่ทัน ขณะที่บางคนเริ่มจองคิวสำหรับมื้อถัดไปล่วงหน้าแล้ว
ลินดายืนเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความโล่งอก รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าสวยหวาน ความเหน็ดเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นยอดเงินในกล่องทึบที่พูนขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เก่งมากครับภรรยา วันนี้เธอชนะใจคนทั้งหมู่บ้านได้อย่างราบคาบเลยนะ" ศิลาโอบเอวบางเข้ามาแนบชิด กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู
"เพราะได้ผู้ช่วยมือหนึ่งต่างหากล่ะครับ" ลินดาหัวเราะเบาๆ เอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีด้วยความสุข
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสำเร็จและรอยยิ้ม เสียงรถยนต์ราคาแพงคันหรูสีดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูรั้วบ้าน เสียงเบรกดังเอี๊ยดจนทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
ประตูกลางเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้าคมเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดก้าวลงมาจากรถ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ลินดาและศิลา
"ไม่นึกเลยนะหลานสาว ว่าเธอจะซ่อนฝีมือทำอาหารเอาไว้ซะมิดเชียว ถึงว่าล่ะถึงกล้าปีกกล้าขาแข็งไล่คนของตระกูลเรากลับไป..." น้ำเสียงเยียบเย็นและทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "แต่คิดเหรอว่าเปิดร้านกระจอกๆ แบบนี้แล้วจะหนيพ้นเงื้อมมือฉัน... คุณปู่ส่งฉันมาพาเธอกลับไปรับโทษฐานที่ขัดคำสั่งตระกูล!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและสะใจไปพร้อมกับผมนะครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 4
เมนูจานแรกเรียกแขก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!