"ถ้าพวกแกยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตที่ดินของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนพวกแกไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน!"
เสียงประกาศกร้าวของลินดาดังก้องกังวานไปทั่วลานหน้าบ้านพักไม้สักทอง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะตัดเฉือนได้ สองสามีภรรยาวัยกลางคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีเกินวิถีชาวบ้านทั่วไป ใบหน้าของทั้งคู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโลภโมสัย นายสมชาย ผู้เป็นลุงแท้ๆ ของร่างเดิมที่ลินดาครอบครองอยู่ กำลังชี้หน้าด่ากราดด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนขมับ
"นังหลานอกตัญญู! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉันกับป้าของแก! ที่ดินแปลงนี้ พ่อแม่ของแกเคยจำنว์ไว้กับฉัน สมusโฉนดอยู่กับฉัน แกไม่มีสิทธิ์มาไล่!" เสียงแหลมปรี๊ดของนางนงเยาว์ผู้เป็นป้าสะใภ้ดังแข่งขึ้นมา หล่อนพยายามดันร่างอวบอ้วนของตนเองให้พ้นประตูรั้วที่เพิ่งซ่อมแซมใหม่ ทว่าเบื้องหน้าของหล่อนกลับมีร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงเหล็กของร้อยเอกศิลาขวางกั้นไว้
ศิลายืนนิ่งสงบ ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อ มือหนาทั้งสองข้างไขว่ไว้ด้านหลัง ทว่ากล้ามเนื้อที่ไหวระริกใต้เสื้อยืดสีเข้มบ่งบอกชัดเจนว่า เขากำลังอดกลั้นขีดสุดเพื่อไม่ให้ใช้กำลังกับผู้สูงอายุ แม้ว่าคนพวกนี้จะไม่มีความเป็นญาติหลงเหลืออยู่เลยก็ตาม
"ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย และชื่อปัจจุบันก็โอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของภรรยาผมอย่างสมบูรณ์แล้วครับคุณลุง" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลัง จนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง "ถ้าเอกสารสิทธิ์ในมือพวกคุณเป็นของจริง ทำไมไม่ไปฟ้องศาลล่ะครับ มายืนโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้ มันแสดงถึงความไร้อารยะ หรือแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจที่ไม่มีอยู่จริงกันแน่ครับ"
ลินดาก้าวออกมาเคียงข้างสามี นางสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมทับเสื้อเชิ้ตลินิน มือเรียวบางถือทัพพีไม้ที่เพิ่งใช้คนซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในครัว รอยยิ้มเยาะหยันฉาบบนเรียวปากสวยเฉี่ยวอย่างไม่เกรงกลัว
"ใช่ครับคุณลุงคุณป้า... จำนองเหรอคะ? เงินห้าหมื่นบาทเมื่อสิบปีที่แล้ว ที่พวกท่านอ้างว่าให้พ่อแม่ฉันกู้ยืมเพื่อรักษาตัว หักลบกลบหนี้กับดอกเบี้ยมหาโหดที่พวกท่านรีดไถผลผลิตจากสวนส้มและแปลงผักไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันเกินต้นทุนไปสิบเท่าแล้วมั้งคะ หรือคณิตศาสตร์พื้นฐานของพวกท่านมีปัญหา ถึงบวกลบเลขไม่เป็น?" สายตาร1ของลินดาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทิ่มแทงเข้าไปในใจดำของคนทั้งสองจนหน้าถอดสี
นางนงเยาว์หน้าซีดเผือกก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายและแค้นใจ หล่อนกรี๊ดลั่น "นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ! แกคิดว่าแต่งงานกับไอ้ทหารปลดประจำการจนๆ คนนี้แล้วจะยิ่งใหญ่มาจากไหนวะ! โฉนดนั้นมันเป็นของตระกูลเรา แกไม่มีสิทธิ์เอาไปขายหรือทำประโยชน์อะไรทั้งนั้น วันนี้ฉันจะมาเอาคืน ถžกไม่ยอม ฉันจะเกณฑ์ชาวบ้านมาขับไล่พวกแกออกจากที่ดินตรงนี้!"
ลินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่น and ความเหนือกว่า หล่อนหันไปมองมิติลับในห้วงความคิดชั่วแวบ มิติเกษตรอัจฉริยะที่ตอนนี้อุดมไปด้วยพืชผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมและสมุนไพรหายาก มูลค่าในตลาดมืดตอนนี้สูงลิ่วจนซื้อที่ดินแถบนี้ได้ทั้งอำเภอ คนพวกนี้ตาบอดมองไม่เห็นคุณค่าของแผ่นดินที่แท้จริง แต่พอเห็นผลผลิตงอกงามและข่าวลือเรื่องที่ดินราคาพุ่งกระฉูด ก็รีบวิ่งแจ้นมาอ้างสิทธิ์ทันที ช่างน่าสมเพชเสียจริง
"เชิญเลยครับ..." ศิลาขยับตัวก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว แรงกดดันจากอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษแผ่ซ่านจนลุงสมชายต้องถอยหลังกรูด "เชิญไปตามชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งตำรวจมาตรวจสอบได้เลยครับ ผมร้อยเอกศิลา ยินดีต้อนรับกระบวนการยุติธรรมเสมอ แต่ถ้าพวกคุณยังยืนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ณ บริเวณเคหสถานของผม ผมคงต้องใช้สิทธิ์ในการป้องกันตัวและทรัพย์สินตามกฎหมาย... เชิญครับ!"
คำว่า "เชิญครับ" ของศิลาไม่ได้นุ่มนวลแม้แต่น้อย แต่มันคือประกาศิตที่เด็ดขาด ลุงสมชายและนางนงเยาว์มองหน้ากันอย่างเลิกลั่ก เมื่อรู้ว่าไม่อาจใช้ความโวยวายกดดันคนคู่นี้ได้ ทั้งสองจึงทำได้เพียงชี้หน้าคาดโทษ
"จำไว้พวกลึง! เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ แกสองคนผัวเมียเตรียมตัวฉิบหายไว้ได้เลย!"
หล่นคำขู่แล้วทั้งคู่ก็หันหลังกลับเดินจ้ำอ้าวขึ้นรถกระบะเก่าๆ ที่จอดขวางถนนอยู่หน้าไร่ ก่อนจะเหียบคันเร่งหนีหายไปท่ามกลางกลุ่มควันดำพวยพุ่ง ลินดามองตามรถคันนั้นด้วยสายตานิ่งสงบ นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น คนโลภไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่
ศิลาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองภรรยา แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที มือหนายื่นไปปัดเส้นผมที่ปรกลู่แก้มเนียนของลินดาอย่างทะนุถนอม "เหนื่อยไหมครับคนดี? ให้ผมจัดการพวกแมลงพวกนี้ให้เด็ดขาดกว่านี้ไหมครับ?"
ลินดาส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้า นางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของสามีไว้ "ไม่ต้องหามือไม้เปื้อนเลือดหรอกค่ะคุณพี่ แค่พวกมันกล้าก้าวเข้ามาในอาณาจักรที่เรากำลังสร้าง มันก็เลือกทางเดินที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตแล้วล่ะค่ะ ปล่อยให้กฎแห่งกรรมและเกมธุรกิจจัดการพวกมันเถอะค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มผ่อนคลายลง กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ลินดาเคี่ยวทิ้งไว้ในครัวเริ่มโชยกลิ่นหอมเตะจมูก ลินดาหันกลับไปเพื่อจะเดินเข้าครัวไปเตรียมมื้อเที่ยง ทว่าจังหวะนั้นเอง...
เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วไร่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงกริ่งธรรมดา มันเป็นจังหวะการกดสามครั้งติดกัน ซึ่งเป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้ระหว่างลินดากับ "ผู้จัดซื้อพิเศษ" จากตลาดการค้าเมืองหลวง
ลินดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ศิลาหันไปมองที่หน้าจอแท็บเล็ตวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตรงเสาประตูบ้าน ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาคิ้วเข้มของอดีตนายทหารต้องขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
ชายชราในชุดสูทสากลเรียบหรูสวมแว่นตากรอบทอง ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับบอดี้การ์ดสקึดเข้มสี่คน และที่สำคัญ... บนเบาะรถยนต์หรูหราคันยาวที่จอดอยู่ด้านหลัง คือป้ายทะเบียนรถประจำตำแหน่งของตระกูลทรงอิทธิพลที่สุดในเขตภาคเหนือ ผู้ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ไร่สวนเล็กๆ แห่งนี้เด็ดขาด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและสะใจไปพร้อมกับผมนะครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 5
ญาติขี้ฉ้อปรากฏตัว
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!