เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 2

รสชาติผักสดจากสวนมิติ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล้าดัง “เคร้ง... ฉ่า!” ขับไล่ความเงียบงันยามเย็นของเรือนไม้ชายทุ่งให้แตกกระเจิง กลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมไทยตำละเอียดที่ถูกน้ำมันหมูร้อนๆ เจียวจนเหลืองกรอบ ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวจนทะลุออกนอกหน้าต่างบ้าน ร้อยเอกศิลาที่กำลังนั่งขัดรองเท้าคอมแบทอยู่ใต้ถุนบ้าน ถึงกับชะงักมือที่กำลังปัดแปรง เขาเงยหน้าขึ้นสูดดมกลิ่นอายที่ลอยมาตามลม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ กลิ่นนี้... ไม่เหมือนผักเหี่ยวๆ ซีดๆ ที่ซื้อมาจากตลาดท้ายหมู่บ้านเมื่อวานซืน มันไม่ใช่กลิ่นผักช้ำน้ำที่เต็มไปด้วยสารเคมี แต่มันหอมหวาน ละมุน และมีมิติความสดชื่นราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นมาเมื่อวินาทีนี้เอง “กลิ่นอะไรวะเนี่ย...” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ วางแปรงขัดรองเท้าลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ในห้องครัว ลินดากำลังก้าวเท้าเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับเชฟกระทะเหล็กในภัตตาคารห้าดาว มือเรียวบางสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมตวัดปลายมีดสับกระเทียมและพริกขี้หนูสวนสีแดงสดได้อย่างแม่นยำ บนเขียงไม้เนื้อหนาเวลานี้ มี ‘คะน้าฮ่องกง’ ต้นอวบอ้วน ก้านเขียวมรกตอัดแน่นด้วยน้ำและความกรอบ ใบแผ่กว้างไร้ซึ่งรอยแมลงกัดแทะวางอยู่ และที่สำคัญที่สุด... ผักเหล่านี้ไม่ได้มาจากแปลงผักโทรมๆ หลังบ้านที่แห้งแล้ง แต่พึ่งถูกหยิบออกมาจาก “มิติลับ” ในจิตสำนึกของเธอเมื่อครู่ หลังจากตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสะใภ้กำพร้าที่ถูกครอบครัวสามีใจร้ายโขกสับ และมีแปลงเกษตรอัจฉริยะติดตัว ลินดาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์พลังของมัน น้ำในมิติลับไม่เพียงแต่ชุบชีวิตพืชผลได้ในพริบตา แต่ยังยกระดับคุณภาพสารอาหารและรสชาติให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ “ผักคะน้าจากมิติวิเศษ... ถ้าเอามาผัดกากหมูร้อนๆ รสชาติมันจะขนาดไหนกันเชียว” เชฟสาวนัยน์ตาคมกริบยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ “ลินดา...” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ประตูห้องครัว ศิลาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางระแวดระวัง ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณก่อนจะมาหยุดอยู่ที่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวบนเคาน์เตอร์ ซึ่งเวลานี้มีผัดคะน้ากากหมูควันกรุ่นส่งกลิ่นเย้ายวนใจวางอยู่ ลินดาหันกลับมามองสามีหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้าง ดวงตาคู่นั้นมองเธอด้วยความระคนสงสัย ปนความห่วงใยตามประสาชายชาติทหาร “อ้าว คุณศิลา ล้างมือหรือยังครับ มาพอดีเลย ผมกำลังจะยกสำรับพอดี” ศิลาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะกินข้าว ตัวเขาตัวใหญ่จนทำให้ห้องครัวแคบลงถนัดตา เขาก้มลงมองจานอาหารตรงหน้า ดวงตาคมกะพริบปริบๆ “คุณ... เอาผักพวกนี้มาจากไหน? ผักในตลาดเราหมดตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่หรือ แล้วแปลงหลังบ้านของเรา... มันเพิ่งโดนแดดเผาตายไปหมดแล้วนี่นา” ลินดาชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ อย่างใจเย็น เธอรู้ดีว่าต้องหาข้ออ้างที่แนบเนียนเพื่อกลบเกลื่อนความลับเรื่องมิติ “อ๋อ... ผมบังเอิญไปเจอเมล็ดพันธุ์ชุดเก่าที่คุณพ่อเคยซุกซ่อนไว้ในซอกตู้เก็บของเก่าครับ ลองเอาไปแช่น้ำแล้วปลูกไว้ตรงมุมอับหลังบ้านที่โดนเงาไม้บังพอดี ไม่นึกเลยว่ามันจะรอดตายแถมโตวันโตคืนจนเอามาทำอาหารได้ทันเวลาพอดี” ลินดาโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ศิลาจ้องมองภรรยาเนิ่นนาน สายตาของนายทหารผ่านศึกพิจารณาทุกอณูสีหน้าของเธออย่างจับผิด เขารู้จักภรรยาคนนี้ดี นางเป็นคนอ่อนแอและขี้ขลาดมาโดยตลอด แต่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แววตาของเธอกลับฉายประกายความเฉลียวฉลาด เด็ดเดี่ยว และมั่นใจในตัวเองอย่างประหลาด แต่กระนั้น เมื่อกลิ่นหอมของผัดคะน้าเตะเข้าจมูกอีกระลอก ท้องของนายหนุ่มก็ส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ จนเจ้าตัวต้องแอบกลืนน้ำลาย “ลองชิมดูสิครับ” ลินดาตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานยื่นให้เขา พร้อมกับส่งตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงาให้ “ผัดคะน้ากากหมูฝีมือผม รับรองว่าคุณจะไม่เคยชินกับรสชาติแบบนี้ที่ไหนมาก่อนแน่ๆ” ศิลาลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เขารับตะเกียบมาแล้วคีบยอดคะน้าสีเขียวมรกตเข้าปากช้าๆ วินาทีแรกที่ก้านผักสัมผัสกับฟัน ความกรอบดัง “กรุบ!” สะท้านสะเทือนประสาทสัมผัส น้ำหวานฉ่ำรสชาติกลมกล่อมตามธรรมชาติทะลักออกมาเคลือบลิ้นอย่างไร้ที่ติ ความเค็มกำลังดีจากน้ำปลาชั้นดี ความเผ็ดบางเบาจากพริกขี้หนูสวน และความมันกรุบกรอบของกากหมูเจียวใหม่ๆ ผสมผสานกันจนระเบิดรสชาติอันล้ำเลิศออกมาในคำเดียว ศิลาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว ตะเกียบในมือถึงกับหยุดชะงัก เขาเคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติที่ไหลผ่านลำคอลงไป ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักและปัญหาชีวิตรุมเร้าตลอดทั้งวัน ราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปจนหมดสิ้นด้วยอาหารจานเดียว “อร่อยไหมครับ?” ลินดาเอ่ยถาม พลางเอียงคอมองรอยยิ้มที่กำลังปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของสามี “นี่มัน...” ศิลาพูดไม่ออก ชายหนุ่มตักคำที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็วกว่าเดิม ความเขินอายถูกความหิวและรสชาติอันยอดเยี่ยมปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น “นี่มันไม่ใช่แค่ผัดผักธรรมดา... มันหวานกรอบ ละมุนลิ้นอย่างบอกไม่ถูก ลินดา คุณทำอาหารเก่งตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” “ฝีมือผมพัฒนาขึ้นตามกาลเวลานะครับ” ลินดายิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เธอนั่งลงตรงข้ามเขาแล้วตักข้าวให้ตัวเองบ้าง “และนี่... เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น คุณศิลา” บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานในโลกที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้อตะโกนแผดเสียงเข้ามาจนทะลุฝาผนัง “นังลินดา! ไอ้ศิลา! พวกแกสองคนหัวหดอยู่ในรูไหนวะ! ถึงกำหนดส่งเงินค่าเช่าที่ดินเดือนนี้แล้วนะเว้ย! ออกมาจ่ายเงินเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าหลบหน้าแล้วจะรอด!” รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลาเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันทีราวกับเสือร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ มือหนากำตะเกียบในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ลินดาวางช้อนลงช้าๆ นัยน์ตาคู่คมเป็นประกายวับวาย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย “มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ...” ลินดาเอ่ยพึมพำเบาๆ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ในเมื่อพวกมันอยากได้เงินนัก... ผมจะจัด ‘เมนูพิเศษ’ ต้อนรับพวกมันให้สาสมกับการมาเยือนในครั้งนี้เอง” ศิลามองภรรยาด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง เขารู้สึกได้ทันทีว่า ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้... ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกต่อไปแล้ว *แกร๊ก...* เสียงลงกลอนประตูหน้าบ้านถูกปลดออก ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนที่กำลังโรยตัวลงมา และเงาร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่กำลังยืนแยกเขี้ยวรออยู่หลังรั้วไม้ (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและสะใจไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%