แผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลาในมือของลินดา ไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แม้ว่าสายตาของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสากลราคาแพงเบื้องหน้า จะพยายามกวาดมองเพื่อค้นหาความพังทลายบนใบหน้าของเธอ
"พินัยกรรมฉบับจริง... ที่ลุงและป้าของคุณพยายามซ่อนไว้ใต้พื้นไม้ในห้องทำงาน เพื่อรอวันที่หมดอายุความคุ้มครองทางกฎหมาย น่าเสียดายนะครับที่พวกท่านคำนวณพลาดไปก้าวหนึ่ง" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มคนเดิมดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
เขาคือ 'กรวีร์' อดีตเชฟมือขวาแห่งห้องอาหารระดับสามดาวในเมืองใหญ่ ผู้ซึ่งเคยพ่ายแพ้ให้กับสูตรอาหารลับของลินดาในการชิงตำแหน่งหัวหน้าเชฟเมื่อสามปีก่อน และตอนนี้ เขากลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญของญาติจอมโลภที่ต้องการฮุบที่ดินผืนงามในไร่สวนแห่งนี้
ลินดากวาดสายตาอ่านลายมืออันสั่นเทาแต่หนักแน่นของคุณตา พลางสูดกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรที่ร้อยเอกศิลากเพิ่งยกมาวางไว้ข้างตัว กลิ่นหอมของใบเตยผสมผงขิงและน้ำผึ้งป่าช่วยดึงสติอันพลุ่งพล่านให้กลับมาสงบนิ่ง สามีหนุ่มของเธอยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลัง มือหนาวางลงบนบ่าของเธอเบาๆ เพียงแค่น้ำหนักสัมผัสที่มั่นคงนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ความกังวลทั้งหมดมลายหายไป
"เสียแรงที่คุณดั้นด้นขับรถหรูฝุ่นตลบเข้ามาถึงในไร่ลึก เพื่อเอาขยะชิ้นนี้มาขู่ฉันนะกรวีร์" ลินดาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนเรียวปากสวย "คิดว่าเอกสารที่ได้มาอย่างไร้กระบวนการยุติธรรม จะมีผลทางกฎหมายงั้นหรือ? หรือว่า... ที่คุณกล้าเอาหัวมาซุกรังเสือ ก็เพราะอยากลองชิมฝีมือฉันอีกสักตั้ง?"
กรวีร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องโถงไม้สักทองที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะลินดา ตั้งแต่คุณหนีออกจากเมืองกรุงมาซุกตัวอยู่กับไอ้ทหารปลดประจำการบ้านนอกคนนี้ คิดว่าจะหนีพ้นโลกแห่งความเป็นจริงไปได้ตลอดรอดฝั่งเหรอ? ทางตระกูลของคุณเขาไม่อดทนรออีกต่อไปแล้ว และผม... ในฐานะตัวแทนของพวกเขา ขอท้าคุณแข่งทำอาหารตัดสินกันตรงนี้!"
ศิลาที่ยืนเงียบมานานขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตามวิถีคนงานไร่ ดวงตาคมปลาบของอดีตนายทหารหนหน่วยรบพิเศษกวาดมองกรวีร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของเป้าหมายที่จะต้องกำจัดทิ้ง
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นในเมืองของคุณ กรวีร์" เสียงของศิลาทุ้มต่ำทรงพลังจนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงทันที "ถ้าอยากท้าภรรยาผมแข่งทำอาหาร คุณต้องมีเดิมพันที่คู่ควร ไม่ใช่แค่เอาเศษกระดาษเก่าๆ มาเล่นขายของ"
กรวีร์แค่นหัวเราะ "เดิมพันงั้นเหรอ? ได้! ถ้าลินดาแพ้ เธอกับสามีต้องเซ็นยกโฉนดที่ดินไร่ทั้งหมดคืนให้ตระกูล และออกไปจากที่นี่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถ้าผมแพ้... เอกสารพินัยกรรมฉบับนี้ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอโดยสมบูรณ์ พร้อมกับเงินสดสิบล้านบาทที่ผมเตรียมมา"
เขาสบัดมือเรียกคนขับรถให้นำกระเป๋าเอกสารโลหะสีเงินเข้ามาเปิดออก เผยให้เห็นปึกธนบัตรสีร้อยเรียงอัดแน่นเต็มกล่อง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนประกายวับวับวาววับ ชวนให้รู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ลินดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ความมั่นใจฉายชัดในแววตา เธอปรายตามองกระเป๋าเงินก่อนจะหัวเราะเบาๆ "สิบล้านกับพินัยกรรม... ข้อเสนอน่าสนใจดีนี่กรวีร์ แต่ฉันมีเงื่อนไขเพิ่มอีกข้อ วัตถุดิบทั้งหมดในการแข่งขันครั้งนี้ ต้องมาจาก 'ผลผลิตในไร่' ของเราเท่านั้น ห้ามนำวัตถุดิบสำเร็จรูปหรือเครื่องปรุงพิเศษจากข้างนอกเข้ามาเด็ดขาด ถ้าคุณกล้าพอ ก็เชิญลงมือได้เลย!"
วิกาลเคลื่อนคล้อย แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบแปลงผักออร์แกนิกในมิติลับของลินดาที่ถูกถ่ายเทออกมาบางส่วนเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ กลิ่นหอมของดินชื้นยามค่ำคืนผสมผสานกับกลิ่นอายของเครื่องเทศสดใหม่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวกว้าง
กรวีร์หยิบมีดสเตนเลสขึ้นมาควงด้วยความมั่นใจ เขาเลือกใช้เนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่แอบซ่อนไว้ในเบาะหลังรถยนต์หรู พร้อมกับเครื่องเทศนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อทำเมนูสเต็กเนื้อราดซอสไวน์แดงสูตรฝรั่งเศสขนานแท้ เขาเชื่อมั่นว่าลิ้นของคนชนบทไม่มีทางแยกแยะความซับซ้อนของอาหารระดับไฮ엔ด์ได้
ในขณะเดียวกัน ลินดากลับเลือกวัตถุดิบที่เรียบง่ายที่สุดจากสวนของเธอเอง—ไก่บ้านเนื้อแน่นที่เลี้ยงด้วยธัญพืช ขิงแก่หัวโตที่ปลูกใต้ร่มเงาต้นมะม่วง และพริกขี้หนูสวนสีแดงสดที่ให้รสเผ็ดร้อนถึงใจ โดยมีศิลาคอยช่วยก่อไฟเตาถ่านอย่างคล่องแคล่ว แววตาของสามีหนุ่มที่มองมาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและห่วงใย
"ระวังมือหน่อยนะที่รัก" ศิลาเอ่ยเบาๆ ขณะยื่นผ้าสะอาดให้เธอซับเหงื่อ
"ไม่ต้องห่วงค่ะคุณพี่... เอ๊ย พี่ศิลา" ลินดาเกือบหลุดปากเรียกแบบเดิม แต่ก็เปลี่ยนคำเรียกได้อย่างแนบเนียน พร้อมรอยยิ้มซุกซน "คืนนี้ เราจะทำให้เชฟเทวดาจากเมืองกรุง ได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของ 'บ้าน' ที่เขาไม่มีวันลืม"
เวลาผ่านไปเพียงสามสิบนาที กลิ่นหอมตลบอบอวลก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างห้องครัว ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณไร่สวนและหมู่บ้านรอบข้าง กลิ่นหอมของขิงคั่วพริกไทยดำที่เคลือบอยู่บนเนื้อไก่บ้านย่างเตาถ่านจนหนังกรอบสีทองอร่าม ผสานกับกลิ่นหอมของซอสมะขามเปียกเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่าและใบกระเพรากรอบ ชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
กรวีร์วางจานสเต็กเนื้อราดซอสไวน์แดงของตนลงบนโต๊ะด้วยความภาคภูมิใจ เนื้อวัวฉ่ำน้ำสีชมพูระเรื่อจัดเรียงอย่างประณีตสมกับเป็นเชฟมืออาชีพ เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอคอยเสียงชื่นชม
ทว่า ในวินาทีที่ลินดายกจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายคลาสสิก วางลงตรงกลางโต๊ะ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมนู 'ไก่บ้านย่างซอสขิงน้ำผึ้งป่าสมุนไพร' ก็ระเบิดความหอมทะลวงทุกประสาทสัมผัส จนแม้แต่กรวีร์เองยังต้องขยับจมูกสูดกลิ่นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้หยิบช้อนส้อมเพื่อเริ่มการชิมตัดสิน เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมแสงไฟฉายสว่างวาบก็พุ่งตรงเข้ามาล้อมรอบระเบียงบ้านอย่างกะทันหัน
"เจ้าหน้าที่ตำรวจ! ห้ามใครขยับ!" เสียงประกาศกร้าวของนายตำรวจท้องที่ดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ป้าแท้ๆ ของลินดาผู้กุมความลับทั้งหมด—ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
"ไม่ต้องแข่งหลอกนะลินดา... เพราะแกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถือจานนั้นแล้ว... ตำรวจ! จับตัวนังคนทรยศนี่ฐานลักลอบครอบครองสมบัติของตระกูล!"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 12
เมื่ออดีตคู่แข่งในเมืองตามมา
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!