"เชิญตรวจค้นได้เลยครับคุณสารวัตร... เพราะหลักฐานชิ้นเอกที่ถูกขโมยไปจากห้องครัวตระกูลวรโชติ กำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในกระเป๋าของนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้แล้ว!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้จอมเจ้าเล่ห์ดังทะลุความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงกลางแจ้ง ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มาร่วมงานประกวดอาหารประจำปี รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของ "เชฟวิชัย" คู่แข่งคนสำคัญผู้พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม เขารู้ดีว่าแผนการกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่นี้สำเร็จลุล่วงไปกว่าครึ่งแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายก้าวเข้าไปประชิดตัว "ลินดา" พร้อมกับหมายค้นในมือ
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านและบรรดาเซเลบวงการอาหาร ลินดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งหลังตรง สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่กำลังรุมล้อมด้วยความเยือกเย็น ราวกับกำลังมองดูตัวตลกกำลังเล่นละครสัตว์ในโรงละครราคาถูก
"มั่นใจมากสินะครับว่าสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าของผม... เอ่อ ของภรรผม เป็นของที่ขโมยมาจริงๆ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน ร้อยเอกศิลา ก้าวเท้าแหวกกลุ่มคนเข้ามาด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าแววตากลับคมปลาบดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดไปรเวททะมัดทะแมงเดินตรงเข้ามาโอบไหล่บางของภรรหาสาวไว้หลวมๆ การกระทำนั้นแสดงออกถึงความไว้วางใจและพร้อมจะชนกับทุกคนที่กล้าเข้ามาหาเรื่องภรรยาของเขาอย่างชัดเจน
"อย่ามาทำเป็นปากดีเลยคุณศิลา! หลักฐานคาตาแบบนี้ ต่อให้มีทนายร้อยคนก็ช่วยเมียคุณไม่ได้หรอก!" ป้าสะใภ้เชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ รีบผายมือไปยังกระเป๋าผ้าแคนวาสลายเรียบที่วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร "สารวัตรครับ! รีบเปิดดูเลยครับ ของกลางคือขวดหัวน้ำซุปสูตรลับโบราณมูลค่าหลายล้านบาท!"
สารวัตรหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม เขาสวมถุงมือยางแล้วเอื้อมมือเปิดซิปกระเป๋าผ้าใบนั้นออกท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน ทว่า... ทันทีที่ฝากระเป๋าถูกเปิดอ้า กลิ่นหอมละมุนอันเป็นเอกลักษณ์กลับพวยพุ่งทะลักออกมาเตะจมูกผู้คนนับร้อยในรัศมีสิบเมตร!
ไม่ใช่กลิ่นเคมี ไม่ใช่กลิ่นหัวน้ำซุปเก่าเก็บ แต่เป็นกลิ่นหอมหวลของสมุนไพรสดใหม่ผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มกลมกล่อมของกระดูกหมูตุ๋นไฟอ่อน ที่ต่อให้คนไม่เคยเข้าครัวก็ยังรู้ทันทีว่าเป็นความหอมระดับปรมาจารย์
สารวัตรหยิบวัตถุภายในกระเป๋าขึ้นมา... มันคือโหลแก้วสุญญากาศที่บรรจุซอสลับสีอำพันใสแจ๋ว แปะฉลากด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อยว่า *'ซอสปรุงรสอเนกประสงค์สูตรพิเศษ - By ลินดา'*
เชฟวิชัยหน้าถอดสีทันที เขารีบก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วอุทานเสียงหลง "เป็นไปไม่ได้! ทำไมมันถึงเป็น... ไม่ใช่สิ! นั่นมันของปลอมที่มันทำเลียนแบบขึ้นมาเพื่อตบตาต่างหาก!"
"อ้าว เชฟวิชัยครับ เมื่อครู่คุณยังบอกว่าเป็นสมบัติโบราณที่ถูกขโมยมาอยู่เลยไม่ใช่หรือครับ?" ลินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นของปลอมที่ฉันทำเลียนแบบไปเสียได้? ตกลงว่าสมองของคุณมีความจำสั้น หรือว่าความละโมบมันบังตาจนแยกแยะคำพูดของตัวเองไม่ออกกันแน่?"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบด้าน หลายคนเริ่มมองเชฟวิชัยและป้าสะใภ้ด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย ความผิดปกติในคำพูดนั้นฟ้องชัดเจนว่ามีพิรุธ
"เงียบปากนะนังเด็กอวดดี!" ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะตบหน้าลินดาด้วยความบันดาลโทสะ
*หมับ!*
มือหนาราวคีมเหล็กของร้อยเอกศิลาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้กลางอากาศ แรงบีบเพียงเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองด้วยความเย็นชาจนผู้เป็นป้าสะใภ้ต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว "ระวังคำพูดแล้วก็มือไม้ของคุณไว้หน่อยนะครับ... ถ้าไม่อยากให้ผมดำเนินคดีข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายและแจ้งความเท็จเพิ่มเติม"
"ในเมื่อกล่าวหาว่าฉันขโมยสูตรอาหาร... งั้นเรามาพิสูจน์กันต่อหน้าคณะกรรมการและสักขีพยานทั้งหมด ณ ตรงนี้เลยดีไหมคะ?" ลินดาเดินไปหยิบโหลซอสของตัวเองขึ้นมาถือไว้ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าสวย "ในเมื่อเชฟวิชัยอ้างว่าเป็นเจ้าของสูตรลับนี้ และบอกว่าฉันเป็นคนก๊อปปี้... งั้นเรามาทำอาหารจานเดียวกัน โดยใช้ซอสขวดนี้แข่งกันสดๆ ตรงนี้ ใครคือของจริง ใครคือตัวปลอม ให้ลิ้นของคณะกรรมการเป็นผู้ตัดสิน!"
ข้อเสนอท้าทายนี้ทำเอาเชฟวิชัยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขารู้ดีแก่ใจว่าสูตรซอสและฝีมือการทำอาหารของลินดานั้นอยู่คนละระดับกับเขาลิบลับ การแข่งขันเฉพาะหน้าแบบนี้รังแต่จะทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าจนไม่มีที่ยืนในวงการ
"วะ... ว่าเวลาจำกัด! ฉันไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลากับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอหรอก!" เชฟวิชัยแก้เกี้ยวเสียงสั่น หันไปทางสารวัตร "จับตัวเธอสิครับ! พวกเธอยังมีคดีหมิ่นประมาท..."
"พอได้แล้วครับเชฟวิชัย" สารวัตรยกมือเบรก เสียงเข้มเอ่ยขึ้น "ในเมื่อคุณเป็นคนแจ้งความและกล่าวหาเขาเอง แต่หลักฐานในกระเป๋าเป็นเพียงซอสปรุงรสทั่วไปที่มีฉลากถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีทรัพย์สินใดสูญหายตามที่คุณกล่าวอ้าง ทางเราคงต้องเชิญตัวคุณและคุณป้าไปโรงพักเพื่อสอบปากคำข้อหาแจ้งความเท็จและก่อความวุ่นวายแทนแล้วล่ะครับ"
สิ้นคำพูดของสารวัตร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็หันไปเชิญตัวเชฟวิชัยและป้าสะใภ้ทันที ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจของชาวบ้านที่มาร่วมงาน
ลินดายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะหันกลับมาจัดการกับเตาทำอาหารตรงหน้า เธอกำหนดสมาธิเพียงเสี้ยววินาที แวบเดียวในหัวใจก็เชื่อมโยงกับ "มิติลับ" ในพริบตา... กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิอบอวลลอยมาจากอากาศธาตุ พร้อมกับเนื้อปูทะเลสดๆ เด้งสู้ฟันจากแปลงเกษตรอัจฉริยะที่ถูกส่งตรงออกมาวางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหารอย่างอัศจรรย์โดยไม่มีใครทันสังเกต
กลิ่นหอมของเมนูเด็ดเริ่มกระจายตัวฟุ้งไปทั่วบริเวณงาน กลิ่นหอมเย้ายวนของข้าวผัดปูคลุกเคล้าซอสลับสูตรพิเศษ ที่ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั้งหมู่บ้าน ชวนให้ท้องไส้ของทุกคนปั่นป่วนจนต้องกลืนน้ำลาย
ทว่า ในขณะที่ลินดากำลังตักข้าวผัดร้อนๆ ใส่จานพร้อมเสิร์ฟให้คณะกรรมการชิมเพื่อตอกย้ำชัยชนะ...
จู่ๆ เงาร่างของชายชราในชุดสูทหรูหราผู้หนึ่ง ก็ก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเธอ พร้อมกับวางนามบัตรสีทองอร่ามลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย...
"คุณลินดา... ในที่สุดผมก็ตามหาคุณเจอ... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเชฟระดับตำนานที่สาบสูญ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 13
เชฟตัวจริงปะทะเชฟจอมปลอม
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!